ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564

เปิด 5 ร่างแก้ไข พ.ร.บ.คอมพ์-กฎหมายอาญา

445 0
เปิด 5 ร่างแก้ไข พ.ร.บ.คอมพ์-กฎหมายอาญา

ร่างแก้ไขกฎหมายที่พรรคก้าวไกลเสนอบรรจุเข้าระเบียบวาระในสภาผู้แทนราษฎร ไม่ได้มีแค่ร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เท่านั้น แต่ยังมีร่างกฎหมายอื่นๆ อีก รวมแล้วถึง 5 ฉบับ ประกอบด้วย

1. ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ หรือ "พ.ร.บ.คอมพ์" อ้างเหตุผลว่าเพื่อไม่ให้มีการใช้ พ.ร.บ.คอมพ์ ในการปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์

2. ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

3. ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

โดยทั้งสองฉบับนี้เป็นการสร้างกลไกเพื่อคุ้มครองประชาชนจากการถูกฟ้อง ที่เรียกว่า "ฟ้องปิดปาก" หรือ SLAPP(สแลป) ซึ่งเนชั่นทีวีเคยนำเสนอมาหลายครั้งว่าประเทศไทยควรมีกฎหมายนี้ ซึ่งร่างของพรรคก้าวไกลให้อำนาจอัยการพิจารณาว่า ถ้าการฟ้องนั้นมีเจตนาเพื่อปิดปาก หรือจำกัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงความเห็นต่อโครงการสาธารณะต่างๆ อัยการมีอำนาจสั่งไม่ฟ้องคดีได้ กฎหมายนี้ถ้าแก้ไขสำเร็จจะเรียกว่า anti-SLAPP

4. ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพื่อแก้ไขเกี่ยวกับความผิดฐานหมิ่นประมาททั้งหมด ทั้งหมิ่นประมาทบุคคลทั่วไป ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ดูหมิ่นศาล รวมทั้งความผิดฐานดูหมิ่น หมิ่นประมาท แสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ หรือ มาตรา 112 ด้วย เรียกว่าแก้เป็นแพ็ค

5. ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เพื่อให้ประชาชนสามารถเอาผิดเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรมที่กระทำการบิดเบือนกฎหมายต่อประชาชนได้


ยกเลิก 112 ตั้งมาตราใหม่ หั่นโทษเหลือคุก 1 ปี

ทั้ง 5 ฉบับ มีบางฉบับที่ไม่มีปัญหา และทุกฝ่ายคงไม่ขัด เช่น ฉบับที่ 2 และ 3 ที่แก้ไขกฎหมายเพื่อป้องกันการ "ฟ้องปิดปาก" แต่มาตราที่จะมีปัญหาแน่ คือ การแก้ไขกลุ่มมาตราเกี่ยวกับหมิ่นประมาททั้งหมด ซึ่งมีมาตรา 112 รวมอยู่ด้วย

ประเด็นที่พรรคก้าวไกลเสนอแก้ไข สรุปได้แบบนี้

1. ยกเลิกมาตรา 112 ว่าด้วยความผิดฐานดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ ราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

2. ยกเลิกมาตรา 133 กับ 134 ว่าด้วยความผิดฐานดูหมิ่น หมิ่นประมาท หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย ประมุขของรัฐต่างประเทศ

ทั้ง 3 มาตรานี้ให้ยกเลิกไปเลย แล้วไปตั้งหมวดใหม่ เป็นลักษณะความผิด "เกี่ยวกับพระเกียรติของพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และเกียรติยศของผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ " / กำหนดเลขมาตรา 135/5 จนถึง 135/9 และเลขมาตราอื่นๆ ต่อเนื่องไป

3. เนื้อหาที่แก้ คือแก้โทษ และองค์ประกอบอื่นๆ ของกฎหมายด้วย แยกเป็น

- หมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 3 แสนบาท (เดิมโทษจำคุก 3 ถึง 15 ปี - การกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี อาจจะติดคุกแค่ 1 เดือน หรือ 7 วันก็ได้)

- หมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 2 แสนบาท (เดิม 2 ประเด็นนี้อยู่ในมาตราเดียวกัน ไม่แยกกัน)

- ถ้าเป็นการติชม แสดงความคิดเห็น หรือแสดงข้อความใดโดยสุจริต เพื่อรักษาไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข / เพื่อธำรงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ / หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ ผู้นั้นไม่มีความผิด

- ถ้าพิสูจน์ได้ว่าข้อความที่กล่าวหาว่าเป็นความผิดนั้นเป็นความจริง ผู้ที่กล่าวหรือแสดงข้อความนั้น ไม่ต้องรับโทษ

- ความผิดในลักษณะนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ (จากเดิมยอมความไม่ได้)

- ให้สำนักพระราชวังเป็นผู้ร้องทุกข์ และเป็นคู่ความ (จากเดิมเป็นอาญาแผ่นดิน แสดงความถ้าแก้ไขใหม่ ความผิดนี้ไม่เป็นอาญาแผ่นดิน)

- สำหรับความผิดลักษณะเดียวกันนี้ ถ้ากระทำต่อประมุขของรัฐต่างประเทศ ก็จะมีแต่โทษปรับเท่านั้น

- เสนอแก้ไขโทษ ในความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ดูหมิ่นศาล และความผิดฐานหมิ่นประมาท ให้มีแต่โทษปรับเท่านั้น ไม่มีโทษจำคุก

ส่อล้างผิด "ธนาธร-แกนนำม็อบ" เปิดช่องตีความ

การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาตามที่กล่าวมา ตามที่พรรคก้าวไกลเสนอแก้ โดยเฉพาะมาตรา 112 มีข้อสังเกตดังนี้

1. การยกเลิกมาตรา 112 และมาตราอื่นที่เกี่ยวข้องไปเลย แล้วไปใช้เลขมาตราอื่น แสดงว่าเลขมาตรานี้ไม่มีอยู่อีกแล้ว หากกฎหมายนี้ผ่าน จะทำให้คนที่ถูกดำเนินคดี 112 อยู่ในขณะนี้ รอดทั้งหมด คดีเป็นอันยกเลิก เพราะกฎหมายไม่มีแล้ว (ตามหลัก กฎหมายใหม่เป็นคุณ มีผลย้อนหลังกับคดีที่เกิดขึ้นแล้ว) ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่แค่โทษลดลงตามกฎหมายที่แก้ไขใหม่ เพราะเลขมาตราเก่าหายไปเลย ย้ายมาตรา และเปลี่ยนหมวด

คนที่ได้ประโยชน์นอกจากแกนนำม็อบแล้ว ยังมี นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้าด้วย

2. การแก้ไขโทษ ตามมาตรา 112 เดิม และมาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง เหลือแค่จำคุก 6 เดือนถึง 1 ปี ถือว่าต่ำเกินไปหรือไม่

3. การเขียนเงื่อนไขว่าถ้าเป็นการติชม แสดงความคิดเห็น หรือแสดงข้อความใดโดยสุจริต เพื่อรักษาไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อธำรงไว้ซึ่งรัฐธรรมนูญ หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ ผู้นั้นไม่มีความผิด เป็นประเด็นที่ต้องตีความ ทำให้เกิดปัญหาในการตีความและการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่มากกว่ากฎหมายเดิมที่พรรคก้าวไกลเคยกล่าวหาเสียอีก

4. การแก้ไขโทษในความผิดฐานหมิ่นประมาททั้งหมด รวมทั้งหมิ่นศาล ไม่ให้มีโทษจำคุกเลย มีแต่โทษปรับ น่าจะมีกลุ่มคนที่ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะสร้างความเหลื่อมล้ำ ทำให้คนรวยสามารถด่าใครก็ได้ ด่าศาลได้ เพราะมีเงินจ่ายหรือไม่ เนื่องจากไม่มีโทษจำคุก ทำให้ไม่ต้องเกรงกลัว

5. ในยุคที่การสื่อสารมีหลากหลายช่องทาง การงดเว้นการควบคุมการแสดงความคิดเห็น โดยไม่มีโทษจำคุกเหลือเลย มีแต่โทษปรับ แถมแก้ พ.ร.บ.คอมพ์ เปิดทางอีก จะยิ่งกลายเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้เสรีภาพในการแสดงความเห็นมากเกินขอบเขตหรือไม่ และถ้าใครมีเงินจ่ายก็จะได้เปรียบหรือไม่

นอกจากนั้น ยังมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวกับเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 200 เพิ่มบทลงโทษแก่เจ้าพนักงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย หากมีพฤติการณ์ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ กระทำการบิดเบือนกฎหมายในระหว่างทำการสอบสวน มีความเห็นทางคดี สั่งฟ้องหรือไม่ฟ้องคดี มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 5 ปี (สูงกว่าหมิ่นประมาทสถาบันพระมหากษัตริย์)

เรื่องนี้แม้ดูเผินๆ จะเป็นเรื่องดี เป็นการควบคุมเจ้าพนักงานที่เกี่ยวกับคดีให้ปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย แต่จริงๆ เรื่องนี้มีกฎหมายควบคุมอยู่แล้ว การเพิ่มโทษแบบนี้ ถูกมองว่าเกี่ยวข้องกับท่าทีของบรรดาแกนนำม็อบที่โจมตีมาตลอดว่า ตำรวจ อัยการ ศาล ดำเนินคดีกับพวกตน (ตามมาตรา 112 และ 116) อย่างไม่เป็นธรรมหรือไม่

เรื่องโดย ปกรณ์ พึ่งเนตร | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์