ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ตำรวจ ยืนยัน ไม่ได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่ม็อบตีหม้อ

613 7
ตำรวจ ยืนยัน ไม่ได้ยิงแก๊สน้ำตาใส่ม็อบตีหม้อ

ตำรวจ เผย แก๊สน้ำตาสูญหาย แต่ยืนยันไม่ได้ยิ่งใส่ "ม๊อบตีหม้อ" เมื่อวาน ยอมรับ ที่ผ่านมาตำรวจบาดเจ็บจากการชุมนุมเยอะ ถึงเวลาแล้วต้องปรับการรับมือให้เต็มรูปแบบ

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. กล่าวถึงกรณีการชุมนุม ของมวลชนเคาะหม้อไล่เผด็จการ เมื่อวันที่ 10 ก.พ. ที่ผ่านมาว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของผู้ชุมนุมและประชาชนที่สัญจรในบริเวณดังกล่าว อุปกรณ์การควบคุมฝูงชนเป็นอุปกรณ์ขั้นพื้นฐานเท่านั้น 

ในส่วนของแก๊สน้ำตาที่มีการใช้ ยืนยันว่าไม่ใช่ของทางตำรวจ เพราะถ้าหากเจ้าหน้าที่มีการใช้จริง ตามขั้นตอนแล้วจะต้องมีการประกาศก่อนว่าจะใช้ ยุทธวิธีดังกล่าวให้ประชาชนได้รับทราบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ใช้ก็จะต้องมีการสวมอุปกรณ์ป้องกันหน้ากากมีการแปรขบวนกั้นแนว จากเหตุการณ์เมื่อวานนี้จะสังเกตว่า เจ้าหน้าที่ไม่มีการ สวมอุปกรณ์ป้องกันใดๆเลย

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ ยอมรับว่า ที่ผ่านมา มีการสำรวจพบว่า มีแก๊สน้ำตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจสูญหายไป บางส่วนมีลักษณะตรงกันกับที่พบในพื้นที่ชุมนุมและปรากฏภาพตามโซเชียล


สำหรับผู้ที่ ได้รับบาดเจ็บ จากเหตุการณ์ การชุมนุมดังกล่าว สามารถเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อที่จะมีการรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการต่อไปได้ ในเบื้องต้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บ 7 นาย จากระเบิดปิงปองและประทัดยักษ์ ที่ขว้างปาขณะที่กำลังเคลื่อนกำลังไปดูแลความปลอดภัยบริเวณหน้าสน.ปทุมวัน รวมทั้งมีรถของเจ้าหน้าที่เสียหาย 8 คันรถมอเตอร์ไซค์ 1 คัน ในส่วนของรถปฏิบัติงานอยู่ในขั้นตอนของการพิสูจน์ หาวัตถุต้องสงสัยในรถ

ตลอดระยะเวลาการทำกิจกรรมตั้งแต่ 16:00 น ถึง 22:00 น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องมีการตั้งจุดคัดกรอง เพื่อตรวจหา วัตถุต้องสงสัยและป้องกันอันตรายให้แก่ประชาชนที่สัญจรไปมารวมทั้งมีประกาศแจ้งเตือนอยู่ตลอดเวลาว่าการทำกิจกรรมดังกล่าว เป็นการฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินและพ.ร.บ.โรคติดต่อ

ทั้งนี้ จากการคัดกรองบุคคลที่เดินทางเข้ามาร่วมชุมนุม สามารถควบคุมผู้กระทำความผิดได้ 4 คนซึ่งมีพฤติการณ์ ขีดเขียนโดยใช้สีสเปรย์พ่นป้ายและข้อความ พกวิทยุสื่อสารพบวัตถุควันสีพกแท่งเหล็กซึ่งอาจจะเป็นอันตรายต่อบุคคลอื่น การควบคุม บุคคลข้างต้นจึงเป็นที่มาที่กลุ่มมวลชนมีการชักชวนไปสน.ปทุมวัน และกดดันให้เจ้าหน้าที่ทำการปล่อยตัวโดยไม่ดำเนินคดี

ซึ่งชาวเมียนมาร์ที่เดินทางมาร่วมชุมนุม ก็จะต้องมีความผิดถูกเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีเช่นเดียวกัน เพราะมีการรวมกลุ่มและมั่วสุมในขณะที่มีการประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ลำดับขั้นต่อไปจะต้องมีการตรวจสอบรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับการกระทำผิดทั้งหมด ซึ่งในเบื้องต้นพบการทำผิดเข้าข่าย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.โรคติดต่อการต่อสู้ขัดขวางเจ้าหน้าที่การทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะปฏิบัติงาน สำหรับการรับมือการชุมนุมต่อไปเจ้าหน้าที่อาจมีการปรับเปลี่ยนยุทธวิธีแบบเต็มรูปแบบมากขึ้น ซึ่งอาจจะมีการเลือกใช้กระสุนยางต้องพิจารณาตามความจำเป็น และเผื่อเป็นการป้องกันเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend