ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

"สุดารัตน์" เปิดตัวพรรคใหม่ ชูนโยบายสลายรัฐราชการ

6.51K 24
สุดารัตน์ เปิดตัวพรรคใหม่ ชูนโยบายสลายรัฐราชการ

เปิดตัวชัดเจนแจ่มแจ๋วแล้วสำหรับ "พรรคใหม่" ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ที่หันหลังให้กับพรรคเก่า พร้อมจับมือกับพันธมิตรและผู้ร่วมอุดมการณ์ทางการเมือง เดินหน้าตั้งพรรคใหม่ เตรียมสู้ศึกเลือกตั้งครั้งต่อไป พร้อมเสนอนโยบายแก้ไขปัญหาประเทศ

ข่าวคราวเกี่ยวกับพรรคใหม่ของ "คุณหญิงหน่อย" ถูกพูดถึงมาระยะหนึ่งแล้ว  สรุปง่ายๆ คือ ตั้งพรรคแน่ ไม่ใช่สาขาของเพื่อไทย แถมยังหวังเป็นรัฐบาลด้วย  สิ่งที่ยังไม่ชัดเจนในขณะนี้เหลือเพียง "ชื่อพรรค" เท่านั้น เพราะคุณหญิงให้คนไปจดทะเบียนตั้งพรรคแบบด่วนๆ ที่ชื่อว่า "ไทยสร้างไทย" เอาไว้  แต่หลังจากนั้นก็มี "มือดี" จากพรรคเพื่อไทย ส่งคนไปจองชื่อพรรค "สร้างไทย" ไว้กับ กกต.  ซึ่งยังไม่รู้ว่าสุดท้าย กกต.จะตีความว่าซ้ำกันหรือไม่  ทำให้ "คุณหญิง" อาจจะตัดสินใจใช้ชื่อใหม่ โดยจะมีการรระดมสมองกันหลังจากนี้ 

ก่อนหน้านี้ไม่นาน คุณหญิงพร้อมคณะผู้ก่อตั้งพรรคใหม่ ก็เดินสายไปพบปะบุคคลสำคัญสาขาต่างๆ เช่น ผู้แทนสถานทูตสหรัฐประจำประเทศไทย  ก็ถือว่าสร้างความฮือฮาได้พอสมควร ล่าสุดคุณหญิงยกคณะเดินทางมาเยือน "เนชั่นทีวี" และพบปะกับผู้บริหาร ตลอดจนกองบรรณาธิการในเครือเนชั่น  ได้รับประทานอาหารร่วมกัน รวมทั้งโชว์วิสัยทัศน์เกี่ยวกับพรรคใหม่ และนโยบายการแก้ไขปัญหาประเทศ 

หลักคิดของคุณหญิงนับว่าน่าสนใจ  คือคุณหญิงมองสถานการณ์การเมืองขณะนี้ว่า "ไปต่อไม่ได้แล้ว" เพราะฝ่ายเทิดทูนสถาบันก็มองว่าฝ่ายประชาธิปไตยอันตราย ไว้ใจไม่ได้  ขณะที่ฝ่ายประชาธิปไตยก็มองฝ่ายเทิดทูนสถาบันอย่างแบ่งแยก สังคมแบบนี้เดินไม่ได้ ทั้งๆ ที่เรื่องสถาบันกับการเมืองเป็นคนละเรื่อง คนละเลเยอร์กันเลย ไม่ควรนำมารวมกันจนทำให้เกิดความขัดแย้ง 


ฉะนั้นจุดยืนที่ 1 ของพรรคใหม่คุณหญิงหน่อย ก็คือ ไม่แตะสถาบัน และไม่ดึงสถาบันมาอยู่ในวังวนความขัดแย้ง

ส่วนจุดยืนที่ 2 คือ การเสริมพลังและสร้างโอกาสให้กับ "คนตัวเล็ก" ในสังคม นั่นก็คือกลุ่มคนทำมาหากินทุกอาชีพ รวมทั้งเอสเอ็มอี ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมาติดกับดักเรื่องกฎหมายและระบบราชการ จนทำให้ยืนบนขาตัวเองไม่ได้ และพัฒนาต่อยอดได้ยากมาก สาเหตุหลักมาจาก "ระบบราชการ" ซึ่งใหญ่โตอยู่แล้ว แต่ถูกทำให้ใหญ่ขึ้นไปอีกตั้งแต่หลังการรัฐประหาร และสืบทอดอำนาจ มีฝ่ายบริหารมาจากภาคราชการ 100% กลายเป็น "รัฐราชการ" ที่ใหญ่โตขึ้นตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ประชาชนตัวเล็กลีบลง ส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำสูงขึ้น คนทำมาหากินถูกเอาเปรียบ ประเทศอยู่ไม่ได้

นี่คือเหตุผลที่ "คุณหญิงหน่อย" อธิบายว่าทำไมต้องการทำพรรคการเมืองใหม่ โดยมีความตั้งใจถึงขนาดว่า "จะทำให้เป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซชิ้นสุดท้าย" เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นถัดไปได้ดูแลประเทศต่อ

นโยบายหลัก 3 ข้อของพรรคใหม่ คือ

- สนับสนุนประชาธิปไตย ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อให้โอกาสคนไทยทุกคนได้มีส่วนในการออกแบบกติกาประเทศ

- ให้โอกาสคนทำมาหากิน เป็นตัวแทนคนตัวเล็กในสังคม

- ลดความเหลื่อมล้ำ

จากนั้น อาจารย์โภคิน พลกุล อดีตประธานรัฐสภา และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แย้มให้ฟังถึงการแปรนโยบายที่สวยหรูนี้ ไปสู่การปฏิบัติจริง โดยบอกว่า หากได้เป็นรัฐบาล จะดำเนินการปลดล็อก "รัฐราชการ" ทันที ด้วยการออกพระราชกำหนด ลดขั้นตอนการขออนุญาต ขออนุมัติต่างๆ กับทางราชการ เพื่อให้โอกาส "คนทำมาหากิน" สามารถทำมาหากินได้สะดวกขึ้น โดยจะควบคุมเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น ไม่ใช่แค่จะเปิดร้านกาแฟร้านเดียว ยังต้องขออนุญาตนานหลายเดือน หรือเป็นปี แบบนี้ทำให้เสียโอกาส

นอกจากนั้นก็จะตั้ง "สภาเอสเอ็มอี" เพื่อเสริมพลังคนตัวเล็ก เหมือนกับกลุ่มทุนใหญ่ที่มีสภาอุตสาหกรรมฯ หรือสมาคมธนาคารไทย ที่พูดอะไรรัฐบาลก็ฟัง ขณะเดียวกันก็ต้องตั้งกองทุนเอสเอ็มอี กองทุนสตาร์ทอัพ และกองทุนวิสาหกิจชุมชน เพื่อช่วยเหลือคนตัวเล็กให้เข้าถึงแหล่งทุน และสร้างโอกาสในการยืนบนขาตัวเอง

วงพูดคุยระหว่างแกนนำพรรคใหม่ของคุณหญิงหน่อย กับผู้บริหารและกองบรรณาธิการเครือเนชั่น ยังมีการเสนอไอเดียอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมาก เช่น การลดระยะเวลาการเรียนในห้องเรียนลง หันมาเรียนออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากแหล่งความรู้ย้ายจากห้องสมุดโรงเรียน มาอยู่ในอินเทอร์เน็ตแล้ว และยังมีแนวคิดลดเวลาเรียนชั้นประถมกับมัธยมลง จาก 12 ปี อาจจะเหลือแค่ 9 ปี และระดับปริญญาตรี จาก 4 ปี เหลือ 3 ปี เพื่อให้คนอายุ 18 ปีสามารถจบปริญญา และสร้างโอกาสทางธุรกิจของตนเองได้อย่างรวดเร็ว เหล่านี้เป็นต้น

เรื่องโดย ปกรณ์ พึ่งเนตร | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend