ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

"พิชัย"เสนอแผนฟื้นเศรษฐกิจประเทศ

58 0
พิชัยเสนอแผนฟื้นเศรษฐกิจประเทศ

"พิชัย นริพทะพันธุ์" เสนอ 3 นโยบาย ยกระดับคุณภาพชีวิต-ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ให้กับประเทศและคนเมือง พร้อมเฟ้นหาหน้าใหม่ร่วมทีมลุยสร้างกรุงเทพมหานครในอนาคต .

1 กุมภาพันธ์ 2564 นายพิชัย นริพทะพันธุ์รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการประกาศหาผู้ที่เหมาะสม เพื่อลงสมาชิกสภา กรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในนามพรรค ว่า ปัจจุบันน่าเป็นห่วงสภาวะเศรษฐกิจของประเทศไทยภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ว่าจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยทรุดหนักต่อไปอีก 10 ปี หลังจากที่ทรุดหนักมาตลอดหลายปีนี้ ตามบทความของนักเขียนต่างประเทศ

ทั้งนี้ โดยเนื้อหาของบทความและคำแนะนำก็เป็นเหมือนที่ตนและคณะทำงานเศรษฐกิจเพื่อไทยเตือนมาตลอด ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์คงไม่มีความรู้เพียงพอที่จะเข้าใจ ทำให้เศรษฐกิจไทยทรุดต่ำลงเรื่อยๆ เหมือนที่ตนเคยเสนอ "ทฤษฎีกบต้ม" ไว้หลายปีแล้ว และก็เป็นจริง เพราะปัจจุบันกบถูกต้มตายกันเป็นจำนานมาก ล่าสุดการปลดคนงาน 2,600 คน จากโรงงานจิวเวลรี่ และ ธุรกิจ SMEs ที่พากันปิดตัวกันเป็นจำนวนมาก อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นสูง

ขณะเดียวกัน ล่าสุดดัชนีการทุจริตของไทยที่จัดอันดับโดยองค์กรสากลได้พุ่งขึ้นสูง ดังนั้น จึงอยากเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ได้ปรับปรุงกรอบคิดให้ก้าวทันโลก ก่อนที่ไทยจะตกยุคไปไกล และ จะเสียหายอย่างหนักไปอีก 10 ปีจริงตามคำเตือนของสื่อต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม จึงขอเสนอ 19 แนวทางฟื้นเศรษฐกิจไทย หลังจากผ่านพ้นวิกฤติโควิด -19 ซึ่งรวมถึงการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการออกซอฟท์โลนช่วยเหลือ SMEs และรักษาการจ้างงาน รวมทั้งการลดค่าใช้จ่ายของประชาชน การหารายได้เข้าประเทศ ปรับโครงสร้างภาษี ปรับเปลี่ยนแพลตฟอร์มราชการ และส่งเสริมแพลตฟอร์มของเอกชนเพื่อพัฒนาธุรกิจเทคโนโลยีสมัยใหม่ สร้างยูนิคอร์น เป็นต้น ซึ่งเป็นนโยบายที่นำไปใช้ได้ทั้งประเทศ แต่อยากจะเน้นนโยบายเฉพาะสำหรับกรุงเทพทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ยกระดับรายได้และยกมาตรฐานคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพใน 3 แนวทางเริ่มต้นดังนี้


1. การพัฒนา กรุงเทพมหานคร ให้เป็นเมืองหลวงของอาเซียน โดยพัฒนาเป็น ศูนย์กลางเศรษฐกิจ ดิจิตอล ของอาเซียน โดยเปิดให้ผู้มีความรู้ความสามารถทั้งโลกให้เข้ามาทำธุรกิจด้านเทคโนโลยีได้สะดวกและมากขึ้น สร้างสังคมดิจิตอล เปิดพิ้นที่ทำโคเวิร์คกิ้งสเปซสำหรับคนรุ่นใหม่ ปรับระบบดิจิตอลทั้งหมดในการให้บริการของกรุงเทพมหานคร สร้างยูนิคอร์น สร้างงานเพิ่มขึ้นในกิ๊กอิโคโนมี พร้อมออกมาตรการดูแลสวัสดิการของคนที่ทำงานในกิ๊กอิโคโนมี เป็นต้น

2. การเปิดพื้นที่ว่างเปล่าของรัฐเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าไปค้าขายทำมาหากินได้ ทั้งนี้ รัฐมีพื้นที่จำนวนมากในกรมธนารักษ์ที่สามารถนำมาพัฒนาเพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มีพื้นที่ค้าขายเพื่อหารายได้เลี้ยงครอบครัวในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้

3. สนับสนุนการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าใน กทม. ให้ได้ถึง 50% ภายใน 10 ปีข้างหน้า เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นละออก PM 2.5 อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทดแทนการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปที่กำลังจะหมดยุคในปัจจุบัน

นายพิชัย ย้ำว่า ทั้งหมดเป็นเพียง 3 นโยบายแรกเท่านั้น โดยจะมีนโยบายออกมาอีกเรื่อยๆ เพื่อสนัสนุนการเลือกตั้ง สก. ของพรรคเพื่อไทย โดยมั่นใจว่าพรรคจะสามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจให้กับประเทศ และโดยเฉพาะกับกรุงเทพมหานครได้ ถ้าได้รับการไว้วางใจจากประชาชน

ด้านนายวิชาญ มีนชัยนันท์ประธานภาค กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า ส่วนตัวได้รับมอบหมายจากพรรค ให้เตรียมพร้อมถึงการจัดการการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ ซึ่งขณะนี้ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น จากการบริหารงานผิดพลาดของรัฐบาลนี้ก็มีอยู่มาก และจำนวนนึงก็อยู่ใน กทม. ที่แบ่งเขตปกครองเป็น 50 เขต แต่ละเขตก็มีคนดูแลก็คือผู้อำนวยเขต โดยผู้ว่าราชการ กทม. เป็นคนสั่งการ จะเห็นว่ามีทั้งปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ปัญหาด้านการจราจร และปัญหาด้านเศรษฐกืจ

"ตั้งแต่ปี 2528 เรามีผู้ว่า กทม. จากการเลือกตั้งทั้งหมด 9 คน ครั้งหน้าจะเป็นครั้งที่ 10 คนสุดท้ายที่ได้เป็น คือ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร จนเกิดการรัฐประหาร ก็ได้ตั้งแต่ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง มาเป็นแทน ซึ่งจะเป็นถึงการทำงานที่มีปัญหามากมาย ทำงานแบบถ่อยทีถ่อยอาศัย ไม่มีประสิทธิภาพ" นายวิชาญ กล่าว

อย่างไรก็ตาม พรรคเพื่อไทยจะมีการรับสมัครทีมทำงานใน กทม. นอกจากที่มี ส.ก. เดิมอยู่แล้วจำนวนหนึ่งเข้ามาทำงานในครั้งต่อไป โดยอยากจะเชิญชวนผู้ที่มีความสมใจ และมีแนวความคิด แนวความรู้ ประสบการณ์ รวมถึงจะต้องมีความรักในการบริการมาทำงานร่วมกัน โดยทางพรรคจะจัดให้มีการเปิดรับสมัคร โดยเปิดเป็นกูเกิ้ลฟอร์มเพจของพรรค รวมถึงผู้ที่สะดวกเข้ามาสมัครเองที่พรรค ก็สามารถมาได้ในเวลาราชการ จันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00 -17.00 น.

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend