ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ปชป.พร้อมสู้ศึกเลือกตั้งชิงพ่อเมืองกรุงเทพมหานคร

118 1
ปชป.พร้อมสู้ศึกเลือกตั้งชิงพ่อเมืองกรุงเทพมหานคร

"องอาจ คล้ามไพบูลย์" ยันปชป.เดินหน้าสู้ศึกชิงผู้ว่าฯกรุงเทพ ชี้ตัวแปรสำคัญจะเลือกใครยู่ ที่คนกรุงเวลานั้น รับสนามการเมืองใหญ่-ตัวบุคล มีส่วนได้หรือเสีย แต่สนามเลือกตั้งเป็นลักษณะเฉพาะ

25 มกราคม 2564 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความพร้อมในการส่งผู้สมัครลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กับ "เนชั่นทีวี" ว่า ขณะนี้ไม่ได้มีสัญญาณอะไรให้ต้องหลีกทาง ซึ่งพรรคจะทำงานให้ดีที่สุด โดยการช่วยกันทุกภาคส่วนของพรรค

อย่างไรก็ตาม การประชุมวันนี้ (25ม.ค.) จะเชิญทั้งส.ส. และอดีต ส.ส. รวมถึงผู้คุ้นเคยการทำงานในกรุงเทพ มาระดมความคิดเห็นเพื่อจัดทำนโยบาย และต้องยอมรับว่า นโยบายถือเป็นพื้นฐานสำคัญการทำงาน ไม่ใช่เฉพาะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เท่านั้น ยังมี สก. ด้วย

ทั้งนี้ การทำงานต้องอยู่บนพื้นฐานเตรียมการ ศึกษา หาข้อมูล และสอบถามความประชาชนต่างๆ เพื่อทำนโยบาย เช่น ต้นปี 2563 ก่อนโควิดระบาด พรรคมีการเรื่อง PM2.5 รวมถึงหลายนโยบายมาเรื่อยๆ

สำหรับการใช้สิทธิของคนกทม.กับการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. รอบนี้ จะต่างจากเดิมหรือไม่นั้น ในฐานะที่ตนเกี่ยวข้องมา 30 ปี เป็นเรื่องที่คนกทม. ตัดสินใจเวลานั้น โดยพิจารณาจากผู้สมัครเป็นใครและพรรคใด เข้ามาทำงาน ซึ่งการเมืองสนามใหญ่อาจส่งผลบ้าง


รองหัวหน้าพรรค ยกตัวอย่าง ปี 2544 สมัยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตั้งพรรค และได้รับเลือกตั้ง กทม. ถล่มทลาย เกือบทั้งหมดของกรุงเทพ ขณะที่ประชาธิปัตย์เหลือส.ส.ไม่กี่่คน แต่หลังจากที่รัฐบาลทักษิณ บริหารได้ 3 ปี แล้วมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ ขณะนั้น พรรคได้ส่งนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ลงผู้ว่าฯ และคนกทม.ก็เลือก

ขณะเดียวกัน พอมาเลือกตั้งทั่วไปปี 2548 ประชาชนไม่เลือก ส.ส.ของพรรค ในเฉพาะกทม. ดังนั้น การเลือกตั้งแต่ละครั้งคาดการณ์ไม่ได้ คนกทม.ใช้การพิจารณาอย่างรอบคอบ

อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งแต่ละครั้ง บุคคลมีส่วนสำคัญในการดึงดูด แต่สุดท้ายอยู่ที่นโยบายซึ่งคือพื้นฐานทำงาน หากได้ผู้สมัครไม่เข้าใจนโยบายดีพอ ผลทำงานเกิดขึ้นก็ได้น้อย ต่างจากผู้มีประสบการณ์ หรือคนจัดทำนโยบาย

ส่วนที่มีส.ส.พรรค คือ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช เสนอ 4 รายชื่อ และมีตนอยู่ด้วย ก็เป็นดุลยพินิจของแต่ละ ส.ส. เสนอ แต่ไม่ใช่คนเสนอตัดสิน ขึ้นอยู่กับ คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร กรรมการบริหารพรรค ซึ่งมีขั้นตอนพิจารณาพอสมควร

ขณะเดียวกัน มีผู้ที่พรรคทาบทาม และเสนอเสนอตัวเข้ามา เพื่อลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. รวมถึง ส.ก. และการเลือกตั้งส.ก.ครั้งนี้ 50 เขต พรรคก็จะแสวงหาผู้สมัครหน้าใหม่ที่เหลือ โดยปิดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา และอยู่ขั้นตอนสรรหา

ส่วนจะเลือกผู้ว่าฯ หรือ ส.ก. ก่อนนั้น โดยปกติควรเลือกพร้อมกัน เพราะลักษณะคล้ายกัน และยังประหยัดงบประมาณ ซึ่งในกทม.ผ่านเลือกตั้งมาแล้วหลายครั้ง ไม่น่ามีอะไรสับสน

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend