ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

"ดีอีเอส" แจ้งความเอาผิด 'ธนาธร' ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพ์

341 12
ดีอีเอส แจ้งความเอาผิด ธนาธร ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพ์

ดีอีเอส แจ้งความ เอาผิด ธนาธร ม.112 -พรบ.คอมฯ หลังไลฟ์เฟซบุ๊ก วิจารณ์เรื่องวัคซีน โยงสถาบัน ย้ำนายกสั่งเอาผิดทั้งหมดหากพบใครนำเสนอข้อมูลเท็จ ส่วนกระทรวงฯประสานแพลตฟอร์มต่างๆปิดกั้นเนื้อหาที่บิดเบือน

20 มกราคม 2564 นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) พร้อมด้วยนายทศพล เพ็งส้ม กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.

เพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ในข้อหา ม.112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ กรณีไลฟ์เฟซบุ๊กวิจารณ์การนำเข้าวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 โดยการจองล่วงหน้าและจัดซื้อผ่านบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า สหราชอาณาจักร ที่เชื่อมโยงกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ เมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา

นายทศพล บอกว่า ได้รับมอบหมายจากนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอีเอส ให้มาแจ้งความเอาผิดนายธนาธร จากการวิจารณ์รัฐบาลเรื่องการนำเข้าการผลิตวัคซีน โดยได้แกะคลิปวีดิโอไลฟ์กว่า 30 นาที ไล่ตั้งแต่นาทีที่ 03.20น.-28.10น. รวมแล้ว 11 ช่วงตอน ที่กล่าวหารัฐบาลเรื่องประสิทธิภาพ การผลิตล่าช้า และนำสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องเรื่องการถือหุ้นบริษัท 

ทั้งนี้ หากใครไม่ได้ฟังทั้งหมดจะเชื่อได้เลยว่าสถาบันเกี่ยวข้องกับวัคซีน เพราะแต่ละช่วงย้ำถึงการถือหุ้น 100% และโยงเรื่องทุนต่างๆ ซึ่งเป็นการนำประชาชนมาเป็นตัวประกัน วันนี้จึงแจ้งความ เนื่องจากเป็นการสร้างความบิดเบือน ไม่ตรงกับความเป็นจริง และเข้าใจผิดต่อสังคม ซึ่งภาครัฐได้ชี้แจงในประเด็นต่างๆ ไปแล้ว


นายทศพล ยืนยันว่า สถาบันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องวัคซีน ส่วนเรื่องประสิทธิภาพที่มีการวิพากวิจารณ์รัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องของการบริหารนั้นก็จะแจ้งความด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้หากพบว่ามีใครเกี่ยวข้องกับ 112 ก็จะดำเนินคดีทั้งหมด เพราะเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง ทำให้สถาบันโดนดูถูกเกลียดชังจากประชาชนโดยหลังจากนี้จะติดตามการทำงานของพนักงานสอบสวนอย่างใกล้ชิด

ส่วนกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ตั้งคำถามเรื่องงบประมาณเกี่ยวกับวัคซีนนั้น มองว่า การชี้นำ กับการตั้งคำถามนั้นต่างกัน การตั้งคำถามคือการสงสัย แต่การชี้นำคือทำให้เชื่อ และการพูดกรณีนี้เป็นการชี้นำคำถามที่ทำให้บุคคลอื่นเชื่อให้เกิดความเข้าใจผิด

ด้านนายสุภรณ์ บอกด้วยว่า รู้สึกผิดหวังในตัวนายธนาธร และการพูดของนายธนาธรเป็นการชี้นำและมีการใช้คำที่ไปก้าวล่วงสถาบัน บิดเบือนคำพูดทำให้ประชาชนเข้าใจผิด และทำให้รัฐบาลดูไม่ดี ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำว่า หากมีใครบิดเบือนเนื้อหาสาระนำข่าวเท็จมากล่าวหาดูหมิ่น เอาข่าวไม่จริงมาพูด และป้ายสีเนื้อหาสาระที่ไม่เป็นความจริง ก็คงไม่ปล่อยไว้ ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ขณะที่ ผู้ช่วยรัฐมนตรีดีอีเอส ระบุด้วยว่า วันนี้นอกจากมายื่นให้เรื่องให้ปอท.ดำเนินคดีแล้ว กระทรวงดีอีเอสได้ประสานไปยังแพลตฟอร์มต่างๆ เพื่อให้ทำการปิดกั้นกรณีการบิดเบือนข่าวเรื่องวัคซีนด้วย ทั้งนี้ขอเตือนว่าหากพบข่าวปลอม ขออย่าแชร์ต่อเด็ดขาดโดยได้ยื่นพยานหลักฐานทั้งหมด ให้กับ พ.ต.อ.ทองศูนย์ อุ่นวงค์ รองผู้บังคับการ ปอท. ในฐานะหัวหนเาพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เป็นตัวแทนในการรับเรื่องครั้งนี้

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์