ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

สธ.แถลงโต้นำเข้าวัคซีน "โควิด-19" ไม่ได้ล่าช้า

148 0
สธ.แถลงโต้นำเข้าวัคซีน โควิด-19 ไม่ได้ล่าช้า

กระทรวงสาธารณสุขออกมาแถลงชี้แจงกรณีที่มีการวิพากษ์วิจาณ์ถึงการทำงานของรัฐบาล และกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับการดำเนินงานเรื่องวัคซีนโควิด19 มีความล่าช้า และซื้อมาราคาแพง รวมถึงพาดพิงถึงบริษัทเอสตราเซเนก้า และบริษัทสยามไบโอไซ โดยมีปลัด สธ. เป็นประธานการแถลงข่าวครั้งนี้

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ชี้แจงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตุว่า กระบวนการจัดหาวัคซีน ป้องกันโควิด19ของไทยล่าช้า โดยยืนยันว่าขั้นตอนการจัดหาวัคซีนนั้นมีระบบที่รัดกุมและเป็นไปตามแผน มีกลไกชัดเจน มีการตั้งคณะทำงานที่เกี่ยวข้องขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยการวิจัยและเก็บข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการให้วัคซีนสำหรับคนไทยมีคุณภาพ และปริมาณเพียงพอครอบคลุม ร้อยละ50 ของคนทั้งประเทศภายในกลางปี 2564

ปลัดกระทรวงสาธารณสุขยังระบุว่า กระทรวงมีการหาช่องทางที่จะทำให้เกิดการวิจัยและพัฒนาวัคซีนขึ้นเองได้ เพื่อประโยชน์ในระยะยาว ยืนยันว่าได้ศึกษาความเป็นไปจากทุกเจ้าที่ผลิตวัคซีน แต่อาจไม่ได้เปิดเผยข้อมูลเนื่องจากเป็นข้อตกลงระหว่างบริษัทผู้ผลิต ดังนั้นไม่ใช่การแทงม้าตัวเดียว อย่างที่ถูกกล่าวหา

ด้านนายแพทย์ นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ให้ข้อมูลว่าการเลือกบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ นั้นเกิดขึ้นด้วยความรอบคอบ เพราะการคัดเลือกเป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งแท้จริงแล้ว บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า เป็นผู้คัดเลือกโดยมีข้อตกลงที่จะถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต ดังนั้นต้องคัดเลือกบริษัทที่มีคุณสมบัติพร้อมที่สุดทั้งในแง่ของคุณภาพและปริมาณ


นอกจากนี้นายแพทย์นครยังบอกว่า การเร่งรัดกระบวนการจัดหาและการวิจัย พัฒนา อาจทำให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดี ดังนั้นอยากให้คนที่วิจารณ์ตรวจสอบข้อมูลให้มากกว่านี้พิจารณาข้อมูลให้ครบถ้วนโดยไม่ใช้ประสบการณ์เดิมมาตัดสิน ทั้งนี้เพื่อลดความเข้าใจผิดของคนในสังคม

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ บอกว่า เรื่องวัคซีนรัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ ขอย้ำว่าการดำเนินการเรื่องวัคซีนมีการวางแผนเตรียมการมาตั้งแต่เริ่มต้นการทดลองกันอยู่ ประมาณกลางปีที่ผ่านมา มีกลไกการจัดหาวัคซีนเพื่อคนไทยที่ชัดเจน เราได้ศึกษาและติดตามข้อมูลมาโดยตลอด ซึ่งต้องยอมรับว่า ณ เวลาขณะนั้นยังมีข้อมูลที่ค่อนข้างจำกัด ซึ่งหมายความว่ามันไม่มีข้อมูลสำเร็จรูปที่จะบอกว่าของใครทำอะไรได้แค่ไหน เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการคาดการณ์ ต้องมีการวางแผน

ประเทศไทยตั้งเป้าในปี 64 เราจะได้วัคซีนโควิด19 มาฉีดให้คนไทยครอบคลุมเกิน 50 % โดยมาจาก 3 ช่องทาง คือ 1. การไปร่วมเจรจากับ COVAX Facility เพื่อทำข้อตกลงจองซื้อกับบริษัทผลิตวัคซีนที่คาดว่ามีโอกาสนำมาใช้ได้ ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการเจรจา ซึ่งมีหลายประเทศที่สั่งจองอาจมีความยุ่งยากในการสั่งซื้อ

2. ทำสัญญาจองซื้อวัคซีนล่วงหน้าจำนวน 26 ล้านโด๊สกับบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งใช้เทคโนโลยีของมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ซึ่งไทยจะได้รับการถ่ายทอดกระบวนการผลิตให้กับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ คาดว่าจะเริ่มทยอยส่งมอบได้ภายในปลายเดือนพฤษภาคม และ 3.เปิดทางให้บริษัทอื่นๆที่ผลิตวัคซีน ซึ่งเรามีการศึกษาข้อมูลเกือบทุกเจ้า และรวมถึงผู้ผลิตในประเทศเราก็มีการสนับสนุนควบคู่ไปด้วย ถามว่าล่าช้าหรือไม่ ถ้าเปรียบเทียบกับหลายๆประเทศ เราก็ไม่ได้ช้ามากมาย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend