ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2564

วงการม้าโคราช ขอคลายล็อกให้เปิดสนามแข่ง

787 49
วงการม้าโคราช ขอคลายล็อกให้เปิดสนามแข่ง

วงการม้าโคราช สุดช้ำไม่เคยได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ปิดนานเกือบปี กระทบเป็นลูกโซ่เสียหายมากว่า 600 ล้านบาท ขอให้ ศบค.พิจารณาคลายล็อก ให้จัดแข่งขันได้ พร้อมให้ความร่วมมือจัดแข่งวิถีใหม่แบบเว้นระยะห่าง

13 มกราคม 2564 ที่ชมรมม้าแข่งจังหวัดนครราชสีมา นายพุฒิพัฒน์ พงษ์ไชยกุล ประธานชมรมเจ้าของม้าแข่งจังหวัดนครราชสีมา พร้อมนายสุพจน์ ชอบทองหลาง ประธานชมรมผู้ฝึกซ้อมม้าแข่งจังหวัดนครราชสีมา, นายเกรียงไกร ใช้ฮั้วเจริญ ประธานชมรมผู้ขี่ม้าจังหวัดนครราชสีมา และนายฆนาราม ศรีคัทธะนาม ประธานชมรมผู้ฝึกซ้อมม้าแข่งกรุงเทพมหานคร และนางเบญจมาศ ธานี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ตำบลหนองไผ่ล้อม ร่วมประชุมปรึกษาหารือเพื่อหาทางออกให้แก่กลุ่มผู้ประกอบอาชีพในวงการม้าแข่งที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั้ง 2 ระลอก

นายพุฒิพัฒน์ ฯ ประธานชมรมเจ้าของม้าแข่งจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาสนามม้าโคราช ถูกปิดตั้งแต่วันที่ 29 ก.พ. 63 ต่อเนื่องมายาวนานกว่า 11 เดือน ทุกอาชีพในวงการม้าแข่ง ได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งเจ้าของคอกม้า คนเลี้ยงม้า และบุคคลในวงการกีฬาม้าแข่งประมาณ 4 หมื่นคน ที่ได้รับผลกระทบ มีเงินหมุนเวียนที่สูญเสียไปกว่า 600 ล้านบาท ที่ผ่านมาไม่ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐตั้งแต่การแพร่ระบาดรอบแรกจนถึงปัจจุบัน ซึ่งค่าใช้จ่ายในการดูแลม้า 1 ตัวอยู่ที่ประมาณ 15,000 บาท ถึง 20,000 บาท ต่อเดือน เป็นภาระที่หนักที่ทางเจ้าของคอกม้าแบกรับเอาไว้


ขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา มีคอกม้าที่ขึ้นทะเบียนกับทางชมรมเจ้าของม้าแข่งจังหวัดนครราชสีมา ทั้งหมด 70 คอก มีม้าแข่งทั้งหมดจำนวน 700 ตัว ถือว่ามากที่สุดในประเทศไทย ที่ผ่านมาผู้เกี่ยวข้องในวงการม้าแข่งโคราชได้ยื่นหนังสือไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งได้รับทราบถึงปัญหาดังกล่าวและนำข้อมูลไปเสนอในที่ประชุมต่อไป เพื่อให้การแข่งขันม้าแข่งกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง เป็นการส่งเสริมฟื้นฟู และสร้างรายได้ให้กับกลุ่มอาชีพในวงการกีฬาม้าแข่ง คาดว่าถ้าหากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ดีขึ้น การแข่งขันม้าแข่งจะสามารถกลับมาจัดการแข่งขันได้อีกครั้งในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ ขอให้เมตตาพิจารณาเปิดโอกาสให้กลุ่มอาชีพในวงการม้า เฉกเช่นกลุ่มอาชีพอื่น ๆ ด้วย เราพร้อมปฏิบัติตามมาตรการที่ ศบค.กำหนดทุกประการ

นางเบญจมาศ ฯ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ตำบลหนองไผ่ล้อมฯ เปิดเผยว่า สนามม้าถือเป็นแหล่งเศรษฐกิจสำคัญของคนในพื้นที่ ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในชุมชนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ได้มีรายได้จากการค้าขายสินค้า อาหาร ทุกสัปดาห์ที่มีการจัดแข่งม้า ที่ผ่านมาเป็นระยะเวลากว่า 1 ปี ส่งผลให้กลุ่มอาชีพเหล่านี้ว่างงานโดยไม่มีกำหนด หากไม่เพียงพอจะกลายเป็นภาระให้ของลูกหลานที่ต้องหาเลี้ยงจุนเจือกันไปจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หรือภาครัฐมีความเมตตาอนุญาตให้จัดแข่งม้า เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจในชุมชนกลับคืนสู่ภาวะปกติ

เรื่องโดย เกษม ชนาธินาถ | ภาพโดย เกษม ชนาธินาถ
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend