ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2564

ประชาธิปไตยหรือเผด็จการ! แฉเรื่องลับ ปฏิวัติ 2475 ที่มา ร. 7 ทรงสละราชสมบัติ!

3.52K 0
ประชาธิปไตยหรือเผด็จการ! แฉเรื่องลับ ปฏิวัติ 2475 ที่มา ร. 7 ทรงสละราชสมบัติ!

รายการเรื่องลับมาก ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.40 น. ทางเนชั่น ทีวี ช่อง 22 วันนี้ (11 ม.ค. 64) "ดร.เสรี วงษ์มณฑา" สัมภาษณ์ "ศ.ดร.พรสรรค์ วัฒนางกูร" ราชบัณฑิตสำนักศิลปกรรม อะไรคือเบื้องหน้าเบื้องหลัง หลังมีการปฏิวัติในปี 2475

หลังทำการปฏิวัติในปี 2475 คณะราษฎรก็ขัดแย้งกัน ถึงขั้นพระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรีคนแรกไปตายต่างประเทศ?

"หลังการปฏิวัติ มีความขัดแย้งกันไม่ใช่เฉพาะคณะราษฎร ทั้งในคณะรัฐมนตรี และความขัดแย้งกับพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเอง มันเริ่มตั้งแต่เนื้อหารัฐธรรมนูญ ที่ ร. 7 เขียนไปชั่วคราว ซึ่งจีเนียสมาก ทำให้ต้องมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ในวันที่ 10 ธ.ค. แต่ก่อนหน้านั้นท่านทรงมีพระราชประสงค์เสด็จยุโรปเพื่อรักษาพระเนตร และพูดคุยกับที่ปรึกษาอังกฤษ 2 คน ท่านต้องการอยู่ให้ห่างไกลจากเหตุการณ์ด้วย เพราะมีความขัดแย้งต่างๆ ในรัฐบาล และท่านไม่เห็นด้วยกับคณะราษฎร"

ในแง่ไหนที่ไม่เห็นด้วย?

"เรื่องเนื้่อหารัฐธรรมนูญ การใช้พระราชอำนาจ และท่านเองถูกลดทอนพระราชอำนาจลงอย่างมาก ทั้งปลดทหารองครักษ์ ยึดวัง เยอะแยะมากมาย แม้แต่ของที่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ได้รับพระราชทานจาก ร. 6 ในพิธีสมรส คณะราษฎรก็เอาไปเฉยๆ"

อะไรที่ได้รับพระราชทานมาแล้วเอาคืนไป?

"เป็นเครื่องประดับ เป็นของขวัญ ในเอกสารที่ดูไม่ได้แจงออกมาอย่างละเอียด แต่เป็นเครื่องประดับ เป็นของส่วนพระองค์"

เรื่องนึงที่เขาคุยกันอย่างมาก คือหลวงประดิษฐ์มนูธรรม กับพระยามโนปกรณ์นิติธาดา เขาขัดแย้งกัน เขาขัดแย้งเรื่องอะไร?

"หลังการปฏิวัติ 2475 ประกาศคณะราษฎรกล่าวหาร. 7 มากมาย ว่าทรงเป็นกษัตริย์ที่ใช้พระราชอำนาจในทางที่ไม่ควร แต่งตั้งพวกพ้อง พวกเจ้า ให้เข้ามาบริหารประเทศโดยไม่มีความสามารถ ซึ่งการกล่าวหาทั้งหมดนี้ แม้แต่ทูตสหรัฐ ฝ่ายต่างประเทศวิจารณ์ว่าไม่ตรงข้อเท็จจริง และคณะราษฎรก็บอกเองทีหลังว่าต้องการพูดให้เกินเลย เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ ดังนันเขาจึงต้องทำพิธีขอพระราชทานอภัยโทษ เอาดอกไม้ธูปเทียนมา พระยาทรงสุรเดชเลยไม่พอใจ ก็เสนอในที่ประชุมสภาว่าจะขอตัดวันหยุดวันจักรี และวันพระราชสมภพออกไป แต่ขอให้ 23-24-25 เป็นวันหยุด 3 วัน เป็นวันที่ระลึกปฏิวัติ 2475 แทน ดังนั้น พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ไม่ใช่หัวรุนแรง ก็ไม่พอใจ ก็บอกว่าคุณไม่รู้เหรอว่าราชวงศ์จักรีมีความสำคัญกับประเทศสยามมานานขนาดไหน สองคนนี้เลยเกิดการปะทะกัน ว่าทำไมทำอะไรที่เสียสติ พระยาทรงสุรเดชเลยบอกว่าข้าพเจ้าสามารถทำอะไรที่เสียสติได้มากกว่านี้ พูดขนาดนั้นค่ะ"

แล้วสำเร็จมั้ย?

"ไม่สำเร็จ เพราะสภาพระยามโนปกรณ์นิติธาดาไม่ยอม สองคนนี้ทะเลาะกันในสภาเสมอ เป็นที่รู้กัน ทีนี้เรื่องนึงที่เป็นความขัดแย้งใหญ่ คือเค้าโครงเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐ์มนูธรรม เป็นแนวทางคอมมิวนิสต์ เพราะร. 7 ทรงมีพระราชวินิจฉัยว่าเนื้อหาเหมือนของรัสเซียเด๊ะเลย ถ้าเปลี่ยนรัสเซียเป็นสยามก็คือเนื้อเดียวกัน ท่านก็บอกอีกว่าไม่ทราบหลวงประดิษฐ์ เอาอย่างสตาลิน หรือสตาลินเอาอย่างหลวงประดิษฐ์ มีกระแสแบบนั้น ทีนี้ทางรัฐบาล พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ก็ได้พิมพ์พระราชวินิจฉัยนี้ออกมา ฉะนั้นข้อนี้ทำให้เป็นที่รู้กัน และเกิดความข้ดแย้งในสภา ตอนปลายมี.ค. จะมีกลุ่มหัวรุนแรง ที่สนับสนุนหลวงประดิษฐ์ ถืออาวุธปืนมาในสภา"

เหมือนปฏิวัติอีกรอบเลยนะ?

"ค่ะ รุนแรงขนาดนั้น วันที่ 1 เม.ย.ปิดประชุมก่อน วันต่อมาปิดสภา แล้วตราพระราชบัญญัติคอมมิวนิสต์ เค้าโครงเศรษฐกิจอันนี้ แม้แต่ทูตดัชต์ก็ยังบอกว่าหลวงประดิษฐ์ไม่ใช่คอมมิวนิสต์แต่เป็นคนหัวรุนแรง และคิดว่าสิ่งที่ตัวเองไปเรียนมาจากเมืองนอก สามารถนำมาใช้กับสยามได้ ทั้งเนื้อหาที่เป็นคอมมิวนิสต์ ทูตอเมริกันก็ยังบอกว่านี่เป็นความพยายามครั้งแรกของคนในรัฐบาล ที่พยายามเอาคอมมิวนิสต์มาใช้กับสยาม"

เขารุนแรงขนาดนั้นต้องการอะไร?

"ต้องการเปลี่ยนระบอบ ระบบ เศรษฐกิจในประเทศ แต่เผอิญไม่สำเร็จ"

เค้าโครงเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐ์ที่บอกว่าเป็นเค้าโครงคอมมิวนิสต์ มันคือยังไง?

"แกนสำคัญคือไม่ต้องการให้มีการแบ่งชนชั้น เศรษฐกิจทุกอย่างเป็นของรัฐ เนื้อหาเหมือนรัสเซียเด๊ะเลย เลยเป็นข้อที่หลายฝ่ายไม่เห็นด้วย รวมทั้ง ร. 7"


คนที่สำคัญต้องออกนอกประเทศไปคือหลวงประดิษฐ์มนูธรรม ทำไมต้องออกไป?

"สาเหตุเนื่องจากเค้าโครงเศรษฐกิจ เมื่อมีการตราพระราชบัญญัติว่าด้วยคอมมิวนิสต์และมีการปลดรัฐมนตรีที่คิดว่าเป็นคอมมิวนิสต์ ไล่ออก แล้วเนรเทศหลวงประดิษฐ์มนูธรรม แต่ว่า พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นเพื่อนสนิทหลวงประดิษฐ์ได้ช่วยให้ไปลี้ภัยที่ฝรั่งเศส เป็นเรื่องการศึกษา ยังได้รับเงินสนับสนุน ภายหลังได้กลับมาอีกทีนึงค่ะ"

หนังสือที่มีคนเขียนกัน ที่บอกว่าเป็นหนังสือกล่าวหาร. 7 ว่าที่จริงมีฝ่ายร. 7 พยายามกลับคืนสู่สมบูรณาญาสิทธิราชย์ เป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง มองเรื่องนี้อย่างไร?

"ไม่จริงเลยค่ะ เพราะร. 7 ท่านมีประสงค์จะพระราชทานรัฐธรรมนูญตั้งแต่แรก ท่านได้ดำเนินการตั้งแต่ขึ้นครองราชสมบัติ ท่านได้คุยกับทูตเยอรมันว่าสนใจรัฐธรรมนูญเยอรมัน สมัยพระเจ้าไคเซอร์ ซึ่งเป็นระบอบกษัตริย์เหมือนกัน และท่านได้เอามาเป็นแบบ ท่านได้เตรียมการให้มีการจัดตั้งสหกรณ์ มีสุขาภิบาล ซึ่งเป็นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น"

ฉะนั้นเป็นพระราชดำริที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะมีการปฏิวัติ?

"ใช่ค่ะ และท่านก็ตั้งองคมนตรีให้มีที่ปรึกษา แต่ขณะเดียวกัน คณะราษฎรก็กล่าวหาท่านว่าร.7 อ่อนแอ ไม่ใช้พระราชอำนาจในการปกครองประเทศ แล้วก็บอกด้วยว่าท่านเป็นกษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ที่เอาแต่อำนาจ ซึ่งมันค้านกันเอง"

การที่ท่านเสด็จไปต่างประเทศ เป็นคุณแก่สยามยังไงบ้าง?

"เป็นคุณอยางมาก เป็นเรื่องที่ทำให้ประเทศสยาม หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ได้รับการยอมรับในเวทีโลก โดยเฉพาะในยุโรป และอเมริกา ประธานาธิบดีสหรัฐตอนนั้นเชิญท่านเสด็จไปไวท์เฮาส์ด้วย ให้ไปพัก เนื่องจากรู้จักกันมาก่อน โรสเวลต์ แต่ในที่สุดไม่ได้เสด็จ เพราะรักษาพระเนตรที่อังกฤษซะก่อน และท่านได้ดำเนินรอยตามร.5 พระราชบิดา ไปดูกิจการต่างๆ โดยเฉพาะกิจการเรื่องการเมืองการปกครอง"

"เพราะขณะนั้นมีระบอบการเมืองที่ใหม่ในโลก 2 ระบอบ คือคอมมิวนิสต์สังคมนิยม และฟาสซิสต์ ซึ่งคอมมิวนิสต์นี่้ไม่ต้องพูด เพราะประเทศไทยปฏิเสธมาตั้งแต่ต้น ดังนั้นท่านทรงมีพระวิริยะอตสาหะอย่างมากที่จะไปดูกิจการฟาสซิสต์ทั้งในอิตาลี และเยอรมณี และทรงงานศึกษาระบบรัฐสภาที่อังกฤษ ท่านไปดูการประชุมรัฐสภา เป็นกษัตริย์ต่างประเทศพระองค์แรกที่ไปเสวยพระกระยาหารที่รัฐสภา เพื่อดูให้แน่ชัดด้วยสายพระเนตรเองว่าระบอบไหนที่เหมาะกับบ้านเรา"

"ดิฉันมีความเห็นว่าท่านไม่ได้ตั้งพระทัยจะสละราชสมบัติเลย การสละราชสมบัติเป็นเพราะว่าไม่เห็นด้วยกับทางคณะราษฎร ตอนนั้นคณะราษฎรออกประกาศว่าต้องการอยู่ในอำนาจอีก 10 ปีเป็นอย่างน้อย และมีความขัดแย้งเรื่องข้อตกลง เรื่องเกี่ยวกับมรดก ซึ่งร.7 มีพระราชวินิจฉัยว่าเป็นการยากมากที่จะมาตัดสินว่าทรัพย์สินส่วนไหนเป็นของราชวงศ์มาแต่เดิม เพราะตอนนั้นเพิ่งเริ่มเปลี่ยนการปกครอง และอันไหนเป็นของพระมหากษัตริย์โดยแท้ มันยากมาก"

"และอีกเรื่องที่เป็นเรื่องรุนแรงปรากฎในหนังสือพิมพ์ฮังการีด้วย คือท่านไม่สามารถคัดค้านการตัดสินประหารชีวิตโดยเฉพาะกรณีนักโทษการเมืองได้ เพราะขณะนั้นเกิดเหตุการณ์อย่างนี้เยอะมาก ที่จับคนแล้วตัดสินประหารชีวิต"

ตอนนั้นคณะราษฎรจะอยู่ 10 ปีในลักษณะไหน?

"สมัยนั้นเรียกสมาคมการเมือง หลังปฏิวัติ 2475 เขาห้ามไม่ให้มีสมาคมการเมืองอื่น นอกจากสมาคมการเมืองคณะราษฎร อันนี้เป็นข้อมูลที่ไม่มีใครรู้เท่าไหร่ ดิฉันเห็นข้อมูลแล้วรู้สึกตกใจเหมือนกัน เขาต้องการอยู่ในอำนาจต่อ ตอนท่านจะมีพระราชดำริสละราชสมบัติจริงๆ เขาต้องการอยู่ในอำนาจต่อไปอีก 10 ปี จากการรัฐประหาร 20 มิ.ย. 2476 ทำให้หลวงพิบูลขึ้นมามีอำนาจ อยู่ในการเมืองไทยตั้งแต่นั้น จนกระทั่งถึงสมัยร.9 มีการรัฐประหารของจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์"

ในที่สุดพระองค์ตัดสินพระทัยในการสละพระราชสมบัติ ถ้าให้บอกเป็นข้อๆ คิดว่ามีเรื่องอะไรบ้าง เรื่องเขาจะอยู่กันต่อเป็น 10 ปีมีส่วนเกี่ยวข้องมั้ย?

"มีค่ะ รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ประชาชนอาจถูกจับตัวขึ้นศาล หรือไม่ได้ขึ้นศาล ให้กรรมการพิจารณา กรรมการที่เขาตั้งขึ้นเอง ไม่ขึ้นศาล กรณีที่ ร.7 ถูกฟ้องหลังท่านเสด็จพระพาสยุโรปแล้ว ก็ไม่ได้มีการตัดสินอย่างยุติธรรม ท่านถูกฟ้องหาว่านำเงินประเทศไปใช้ในการเสด็จยุโรป ทั้งที่ท่านไปในขณะนั้นไปในนามรัฐบาลของสยาม และรัฐบาลก็เป็นผู้สนับสนุน เงินทั้งหลายที่ท่านใช้ตามที่ดิฉันอ่าน เป็นเงินจากพระคลังข้างที่ส่วนหนึ่ง และเป็นเงินในยุโรปส่วนหนึ่ง ฉะนั้นมันไม่ได้เกี่ยวเลยว่าท่านเอาเงินราษฎรมาใช้ แล้วจริงๆ ท่านไปในนามรัฐบาลอย่างเป็นทางการ"

เรียกว่าเป็นการรังแกได้มั้ย?

"รังแกมาก ตอนนั้นท่านอยู่อังกฤษแล้ว ท่านไม่สามารถติดต่อป้องกันตัวเองได้ เดินทางมาที่อินเดีย มาตั้งฝรั่งเป็นทนาย เพราะคนไทยไม่มีใครยอมช่วย ตอนอยู่อังกฤษก็ไม่มีใครช่วยท่านเลยเพราะกลัว ท่านเลยมาที่อินเดีย พยายามให้ทนายที่เป็นฝรั่ง แต่ในที่สุดท่านแพ้ คนที่สั่งการให้ฟ้องคือหลวงประดิษฐ์มนูธรรม"

พระองค์แพ้แล้วต้องเสียอะไรบ้าง?

"อันนี้ในรายละเอียดไม่ปรากฎแน่ชัด แต่ตอนเสด็จยุโรปมีข้อมูลจากต่างประเทศที่ทูตเยอรมันบันทึกไว้ เป็นข้อมูลที่ไม่ค่อยมีใครรู้ ท่านถูกรัฐบาลคณะราษฎร บอกว่าท่านต้องจ่ายเงินที่เสียหายไปกรณีบวรเดช และการที่ท่านจะเสด็จต่างประเทศครั้งนี้ ท่านต้องไม่กลับมาอีก นี่ที่ทูตเยอรมันบันทึกไว้ และรายงานที่เบอร์ลิน เท็จจริงยังไงต้องดูอีกที"

ที่ท่านแพ้ ท่านแพ้ข้อกล่าวหาคณะราษฎร ที่บอกว่าทรงใช้เงินสยามเสด็จยุโรป?

"ใช่ค่ะ"

ในที่สุดพระองค์ตัดสินพระทัยสละราชสมบัติ มีกระแสพระราชดำรัสอะไรมั้ยตอนสละ?

"มีพระราชประสงค์สละอำนาจให้ประชาชน แต่ไม่มีพระราชประสงค์สละอำนาจให้กลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง"

ณ เวลานั้นพระองค์ทรงเห็นว่ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่งใช้อำนาจ อำนาจไม่ถึงประชาชนอย่างแท้จริง การที่ท่านทรงสละราชสมบัติ ท่านทรงสูญเสียอะไรไปบ้าง?

"สูญเสียตั้งแต่หลังปฏิวัติ 2475 คือพระราชวังสุโขทัยถูกยึด พระราชวังไกลกังวลถูกยึด ของส่วนพระองค์ ของพระนางเจ้ารำไพพรรณี ถูกยึดไปเฉยๆ และที่ดินต่างๆ ที่ตอนนี้เป็นสนามม้า ก็ถูกยึดไป เยอะแยะมากมาย พระราชวังทุกวังของพระราชโอรสร.5 บ้านพิษณุโลกเอยอะไรเอย เขายึดไปหมด แล้วพระยาพหลพลพยุหเสนาอาศัยอยู่ที่นั่น จนกระทั่งสิ้นชีวิต แม้ไม่ได้เป็นนายกฯ แล้ว"

สมบัติต่างๆ ที่เป็นของเจ้า คณะราษฎรยึดครอง แล้วมีการโอนทรัพย์สินเป็นของส่วนตัวบ้างมั้ย?

"อันนี้ไม่ทราบรายละเอียดค่ะ แต่กรณีหลวงที่ขอพระราชทานอภัยโทษ ก็ได้สารภาพออกมาตรงๆ ว่าได้กระทำการที่ไม่สมควร เอาที่ดินส่วนพระองค์มาขายกันถูกๆ มาแบ่งกัน อย่างอื่นอาจมีรายละเอียดมากกว่านั้น"

สมบัติหลายอย่างเป็นสมบัติตกทอด แต่ถูกยึดเอาไป ได้คืนบ้างมั้ย?

"ขณะนี้ในร.10 หลายอย่างที่ได้รับการนำกลับมา แต่ก็คืนให้ประชาชนหลายอย่าง"

ถ้าจากที่ค้นคว้ามา เขาคือประชาธิปไตยหรือเผด็จการ?

"ดิฉันมีความเห็นว่าคณะราษฎรคือกลุ่มคนที่ต้องการอำนาจ แล้วก็ขึ้นมา การกระทำหรือการปกครองไม่ได้เป็นประชาธิปไตยอย่างที่ควรจะเป็น ดิฉันได้บังเอิญไปเจอข้อมูล ของสอ เสถบุตร ตอนที่ยังไม่ได้เข้าคุก คณะราษฎรชวนให้เข้าร่วม แล้วสอ เสถบุตรบอกว่าไม่เอา เพราะท่านกำลังพระราชทานรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว แต่ว่าฝ่ายคณะราษฎร สี่เสือบอกว่านั่นแหละ ยิ่งรู้ว่าท่านกำลังจะพระราชทาน เรายิ่งต้องรีบปฏิวัติ ดิฉันมีความเห็นว่าเขาต้องการให้บันทึกลงไปในประวัติศาสตร์ว่า ผลงานทั้งหมดเป็นของประชาชน ไม่ใช่ของในหลวง"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend