แซ่บไม่แผ่ว "ดร.อานนท์" ลากไส้หนังสือขอฝันใฝ่ฯ - ขุนศึกศักดินาฯ best seller เยาวชนปลดแอก

รายการเรื่องลับมาก ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.40 น. ทางเนชั่น ทีวี ช่อง 22 วันนี้ (6 ม.ค. 64) "ดร.เสรี วงษ์มณฑา" สัมภาษณ์ "ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์" อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กรณีหนังสือขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ และหนังสือขุนศึกศักดินาและพญาอินทรี ซึ่งเป็นหนังสือดีขายดีในหมู่เยาวชนปลดแอก แต่เป็นหนังสือเจ้าปัญหา เป็นปัญหาอย่างไร

หนังสือสองเล่ม มันน่าสนใจยังไง?
"หนังสือสองเล่มนี้ เป็น best seller ของเยาวชนปลดแอกทั้งหลาย ซึ่งอาจารย์กนกรัตน์ เลิศชูสกุล ภาครัฐศาสตร์การเมืองการปกครองที่จุฬาฯ ไปสัมภาษณ์กลุ่มปลดแอก 140 คน พบว่าสองเล่มนี้เป็นหนังสือที่เด็กชอบอ่านมากที่สุด และเด็กก็บอกว่าเป็นหนังสือเบิกเนตร"

แซ่บไม่แผ่ว "ดร.อานนท์" ลากไส้หนังสือขอฝันใฝ่ฯ - ขุนศึกศักดินาฯ best seller เยาวชนปลดแอก


ทำให้ตาสว่าง?
"ไม่แน่ใจว่าเป็นหนังสือเบิกเนตรหรือแหกตา เดี๋ยวมาคุยกัน"
ใครเป็นคนเขียน?
"อ.ณัฐพล ใจจริง เขาจบรัฐปริญญาตรี รัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ แล้วมาเรียนปริญญาเอกที่จุฬาฯ คณะรัฐศาสตร์ และทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ดุษฎีนิพนธ์ปริญญาเอก ซึ่งต่อมาดัดแปลงเป็นหนังสือเล่มนี้ ขุนศึกศักดินาพญาอินทรีย์ ซึ่งเล่มนี้อ.ณัฐพลก็เขียน และตอนนี้อ.ณัฐพลก็เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ คณะสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ม.สวนสุนันทา"
หนังสือสองเล่มนี้มีปัญหาอะไร?
"หนังสือสองเล่มนี้ แก่นหรือสาระเหมือนกัน เล่มนึงเขียนใส่ร้ายร.7 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สิ่งที่หนังสือเล่มนี้บิดเบือน คือเขียนในทำนองที่ว่าพระเจ้าแผ่นดินกระหายอำนาจ ต้องการกลับคืนไปสู่ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ นั่นคือแก่น และแทรกแซงทางการเมืองเพื่อกลับคืนสู่พระราชอำนาจ ส่วนอีกเล่มธีมเดียวกัน พูดถึงการแทรกแซงของสหรัฐ โดยที่ต้องการรื้อฟื้นกลับไปสู่การแทรกแซงทางการเมือง หรือพระราชอำนาจในหลวงร.9 ตอนต้นรัชกาล ผ่านคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ อยู่เบื้องหลังรัฐประหาร และมีอเมริกาเกี่ยวข้องกับรัฐประหาร ที่จะทำให้พระเจ้าแผ่นดินกลับมามีพระราชอำนาจมาก แต่การเขียนทั้งสองเล่ม เป็นการเขียนที่ไม่ใช่การวิจัยทางประวัติศาสตร์ที่ดี เพราะมีธงในใจไว้ก่อน เวลาเขาค้นเอกสาร เขาก็ค้นเอกสารมาสนับสนุนอคติที่ตัวเขาเองมีอยู่ในใจ ซึ่งทางวิชาการเราเรียกว่าอคติในการยืนยันความเชื่อของตัวเอง พอเขามีธงและมีพล็อตอยู่ในใจ เขาไม่ได้เขียนหนังสือด้วยจิตว่าง การทำวิจัยเชิงคุณภาพต้องตรวจเอกสารรอบด้าน และนำเสนอข้อเท็จจริงโดยไม่ได้ใส่อคติลงไป และที่ร้ายแรงที่สุด ถึงขั้นบิดเบือนข้อความในเอกสารชั้นต้น"
เห็นบอกว่ามีถึง 30 ที่เลยเหรอ?
"เฉพาะเล่มนี้เล่มเดียว มีถึง 31 แห่ง เฉพาะเล่มนี้ที่อ.ไชยันต์วิจารณ์เล่มเดียว 31 ที่ ที่ผิดพลาด และไม่ตรงกับความเป็นจริง"
เจ้าตัวเขายอมรับมั้ย?
"เขายอมรับแต่ไม่รับผิดชอบ ไม่แก้ แล้วมีคนยุยงส่งเสริม เป็นนักวิชาการผู้ใหญ่คนนึง เขียนไว้ในคำนิยม บอกว่าเป็นตร.ทางวิชาการ คือคอยจับกุมเซ็นเซอร์ความคิดเสรีภาพทางวิชาการ แต่ลืมไปหรือเปล่า เสรีภาพทางวิชาการ ก็ต้องมาพร้อมความรับผิดชอบทางวิชาการ ถ้าพูดแบบสไปเดอร์แมน ต้องบอกว่าอำนาจที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมความรับผิดชอบ ถูกมั้ย ซึ่งคุณเขียนด้วยเลือกเอกสาร บิดเบือนเอกสาร อ้างอิงอย่างผิดแบบตรงกันข้าม จนหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ไม่อาจทนได้ ต้องออกมาแถลงว่าหนังสือเล่มนี้บิดเบือนข้อความในหนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ เขาบอกว่าเขาไม่ได้พูดอย่างนั้นเลยเมื่อ 50 ปีที่้แล้ว คือหนังสือเล่มนี้นอกจากอาศัยบางกอกโพสต์ ยังอาศัยรายงานซีไอเอ ปกติผมรู้จักซีไอเอประเทศไทยหลายคน คุยกัน กินข้าวกัน หน้าที่คนเหล่านี้มีหน้าที่สรุปสถานการณ์ภายในประเทศไทย ส่งกลับไปรัฐบาลทุกวัน สถานทูตทุกประเทศบนโลกมีหน้าที่ทำงานการข่าว เขียนรายงานข่าวกลับไปสู่รัฐบาลหรือกระทรวงต่างประเทศแต่ละประเทศ แล้วรายงานเหล่านี้จะกลับไปอยู่ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ ปรากฎว่าอ.ณัฐพลไปค้นในนาร่า ที่วอชิงตัน ดีซี ถ้าจำไม่ผิด เป็นเอกสารที่ซีไอเอเขียนรายงานกลับไป ก็อ้างเอกสารนั้น แต่อ.ไชยันต์ให้ลูกศิษย์ไปค้นเอกสาร ปรากฎว่าเขาอ้างอิงไม่ตรงกับเอกสารที่โน่นอีก ไม่ได้บิดเฉพาะบางกอกโพสต์ ซึ่งเมื่อเขียนด้วยมุมมองคนทำการข่าวหรือจราจล ก็จะมีแว่นตาอีกสีนึงผ่านเลนส์ของเขา ซึ่งเล่มนี้เป็นปัญหามาก เพราะเป็นวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ต้องเชื่อถือได้ มีอาจารย์ที่ปรึกษา มีกรรมการ มีประธานวิทยานิพนธ์"

แซ่บไม่แผ่ว "ดร.อานนท์" ลากไส้หนังสือขอฝันใฝ่ฯ - ขุนศึกศักดินาฯ best seller เยาวชนปลดแอก

จากวิทยานิพนธ์ มาเป็นหนังสืออย่างนี้ ใครเป็นคนพิมพ์?
"หนังสือตั้งแต่เป็นวิทยานิพนธ์ อ.ไชยันต์ได้รับทุนวิจัยจากบางหน่วยงาน ซึ่งต้องการเรียบเรียงประวัติศาสตร์ รัฐศาสตร์การเมือง สมัยร.9 อาจารย์ก็ค้นเอกสารแล้วเจอวิทยานิพนธ์เล่มนี้ พออาจารย์อ่านจบก็ตกใจ แล้วเขียนจดหมายทักท้วงที่บัณฑิตวิทยาลัยของจุฬาฯ สุดท้ายบัณฑิตวิทยาลัยจุฬาฯ ก็ได้สอบสวนข้อเท็จจริงและพบว่าหนังสือเล่มนี้บิดเบือนมากเหลือเกิน และไม่สมควรเผยแพร่ต่อไป ก็ได้ตีจดหมายมา 2 ฉบับและสั่งให้ถอนจากชั้น และสั่งให้เอาออกไปทั้งหมด ห้ามเผยแพร่เพราะผิด แต่ไม่ได้ลงโทษ ถือว่าจบไปแล้ว ไม่ถอดถอน มาทำภายหลัง พบว่าบิดเบือน ใช้เอกสารปลอม บิดเบือนเอกสาร ดังนั้นหนังสือเล่มนี้ถ้าพูดโดยหลักการ มันต้องไม่ปรากฎ ไม่ควรตีพิมพ์ขาย เพราะมีคำสั่งจากจุฬาฯ แล้วว่าห้ามตีพิมพ์ ห้ามเผยแพร่ อ.ณัฐพลก็บอกว่าไม่ได้เผยแพร่วิทยานิพนธ์ แต่เอาวิทยานิพนธ์มาปรับปรุงเป็นหนังสือ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าเป็นหนังสือวิชาการหรือนวนิยาย แต่โดยภาพรวมมันซ้ำกับวิทยานิพนธ์อยู่ 80-90 เปอร์เซ็นต์ พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน เจ้าของคือคุณธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ทีนี้การพิมพ์หนังสือ พบว่าลิขสิทธิ์คือบัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฉะนั้นการพิมพ์หนังสือเล่มนี้ จุฬาฯ เอาผิดพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ได้ คือการละเมิดลิขสิทธิ์ซึ่งผิด สองเป็นการละเมิดคำสั่งทางปกครอง เพราะได้สั่งแล้วไม่ให้เผยแพร่ อันนี้เข้าข่ายทำให้จุฬาลงกรณ์เสียชื่อเสียงและเกียรติภูมิ ทำผิดแล้วไม่แก้ไข แล้วยังแอบเอามาพิมพ์โดยฤาษีแปลงสารนิดหน่อย ทางจริยธรรมทางวิชาการ ก็กลายเป็นการลอกเลียนอย่างไร้เกียรติผลงานตัวเอง ก็เป็นสิ่งที่นักวิชาการที่ดีต้องไม่ทำ ดังนั้นโดยอะไรหลายๆ อย่าง ผมว่าหนังสือเล่มนี้ถ้าทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจะยังเพิกเฉย ไม่ดำเนินการใดๆ เลย ผมว่าก็เป็นเรื่องที่เสียหาย"
ใครต้องรับผิดชอบ เกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ถูกตีพิมพ์และเผยแพร่ทั้งที่ห้ามเผยแพร่?
"คนที่หนึ่งคือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะบัณฑิตวิทยาลัย เนื่องจากเล่มนี้ผิดจริยธรรมการวิจัย และคุณภาพ หรือความรับผิดชอบทางวิชาการด้วย ในฐานะจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นคลังปัญญาของแผ่นดิน เป็นเสาหลักของแผ่นดิน จุฬาฯ ก็ควรรับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จุฬาฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ สถาปนาโดยร.6 จุฬาฯ ควรแสดงความรับผิดชอบ ในอดีตที่ผ่านมาจุฬาฯ เคยเพิกถอนปริญญาเอก อันนั้นคือกรณีคัดลอกคนอื่น ซึ่งคือดร.ศุภชัย หล่อโลหะการ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่คัดลอก ถ้าสภาจุฬาฯ ซึ่งรับผิดชอบธรรมาธิบาล และคุณธรรมทางวิชาการ มาตรฐานทางวิชาการ ไม่ทำอะไรในเรื่องนี้เลย"
"อันดับที่สอง เนื่องจากอ.ณัฐพล จริงใจ เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ฉะนั้นการที่บุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ซึ่งเพิ่งได้รับพระราชทานที่ดินไปเยอะแยะ กระทำผิดจริยธรรมทางวิชาการขนาดนี้ ทั้งการลอกเลียนอย่างไร้เกียรติผลงานตัวเอง ทั้งการบิดเบือนทางวิชาการ การสร้างเรื่องเท็จ แล้วตัวอ.ณัฐพล จริงใจ เองก็เป็นพนักงานราชการ เพราะเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ก็จะผิดพ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือนด้วย เนื่องจากพ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือนเขียนไว้ชัดเจนว่าต้องเลื่อมใสศรัทธาระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัติรย์ทรงเป็นประมุข ดำรงรักษาตรงนี้ อันนี้เป็นหนังสือซึ่งใส่ร้ายสถาบันทั้งสองเล่ม บิดเบือนหลักฐานและข้อมูลชั้นต้น เป็นการกระทำผิดวินัยราชการอย่างร้ายแรง ความรับผิดชอบของสภามหาวิทยาลัยสวนสุนันทาเนี่ย อ.ณัฐพล ดำรงตำแหน่งทางวิชาการเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ ในจริยธรรมทางวิชาการ การขอตำแหน่งทางวิชาการอะไรก็ตาม การดำรงตนเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ถ้าทำผิดจริยธรรมทางวิชาการขนาดนี้ เป็นเรื่องผิดธรรมาภิบาล แล้วสภามหาวิทยาลัยสวนสุนันทา ควรต้องดำเนินการถอดถอนตำแหน่งทางวิชาการของผู้ช่วยศาสตราจารย์ณัฐพล จริงใจ และต้องดำเนินคดี สอบสวนวินัยร้ายแรงตามพ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน นี่คือความรับผิดชอบของสวนสุนันทา"

แซ่บไม่แผ่ว "ดร.อานนท์" ลากไส้หนังสือขอฝันใฝ่ฯ - ขุนศึกศักดินาฯ best seller เยาวชนปลดแอก

"ส่วนที่สามคือผู้พิมพ์โฆษณา บก. ฟ้าเดียวกัน มันมีพ.ร.บ.การพิมพ์อยู่ แล้วถ้าหนังสือเล่มนี้หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก็จะมีคดี 112 ฉะนั้นบก.ผู้พิมพ์โฆษณาก็เกี่ยวข้อง แล้วหนังสือเล่มนี้ยังเป็นหนังสือหลักในการใช้ปลุกระดม ซึ่งอาจเกิดความเดือดร้อนวุ่นวายในบ้านเมืองได้ ซึ่งจะเจอมาตรา 116 ได้ด้วย"
คุณปิยบุตรเกี่ยวข้องยังไง?
"เป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ วิทยานิพนธ์หลายเล่มที่ดูแลก็เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วมีวิทยานิพนธ์เล่มนึง ซึ่งทำออกมาแล้วอ.ปิยุบตรเป็นที่ปรึกษามั้ง แล้วใช้หนังสือเล่มนี้ไปอ้างอิงอีกที ดังนั้นเมื่อเล่มนี้ผิดและบิดเบือนเอกสาร เหล่าวิทยานิพนธ์ที่ไปอ้างอิงวิทยานิพนธ์เล่มนี้ก็ผิดซ้ำ และกลายเป็นตีความบิดเบือนไปอีกชั้นนึง ก็กลายเป็นปัญหาอีก การทำเอกสารทางวิชาการ เขียนและมีการอ้างอิง ก็เป็นเรื่องดี แต่อย่างที่บอกเราได้ตรวจสอบมั้ยว่าหนังสือเล่มนี้ถูกต้องหรือบิดเบือนหรือเปล่า เช่นเดียวกันที่ท่านไชยันต์ ตรวจสอบและพบว่าหนังสือเล่มนี้บิดเยือนเยอะมาก ประเด็นที่บิดเบือน ประเด็นนึงตัดออกจากวิทยานิพนธ์นิดหน่อย เรื่องที่บางกอกโพสต์บอกว่ากรมพระยาชัยนาทนเรนทรเสด็จเข้าไปประชุมคณะรัฐมนตรี ที่มีจอมพลป.พิบูลสงครามเป็นนายกฯ เพื่อต้องการแทรกแซงทางการเมือง แต่ปรากฎว่าบางกอกโพสต์บอกว่าไม่ใช่ เหตุการณ์กลับกันคือจอมพลป.พิบูลสงคราม พยายามเข้าไปประชุมในคณะองคมนตรี กลับขาวเป็นดำ กลับดำเป็นขาว"

แซ่บไม่แผ่ว "ดร.อานนท์" ลากไส้หนังสือขอฝันใฝ่ฯ - ขุนศึกศักดินาฯ best seller เยาวชนปลดแอก


เห็นว่าราชสกุลรังสิตเขาจะฟ้อง?
"ผมได้ยินมาอย่างนั้น และจริงๆ ราชสกุลรังสิตฟ้องได้ เพราะเป็นคดีหมิ่นประมาทบรรพบรุษทำให้เสียชื่อเสียง เพราะกรมพระยาชัยนาทนเรนทรเป็นต้นราชสกุลรังสิต และสิ่งสำคัญคือการใส่ร้ายกรมพระยาชัยนาทนเรนทร พูดตรงๆ คือเป็นการใส่ร้ายในหลวง ร.9 ด้วยเช่นเดียวกัน หนึ่งคือกรมพระยาชัยนาทนเรนทรเป็นลูกบุญธรรมสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า แล้วท่านเลี้ยงมาเสมอเจ้าฟ้ามหิดล ตั้่งแต่ตัวเล็กๆ พระพุทธเจ้าหลวงอุ้มลูกกำพร้า 2 พระองค์ มาให้สมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้าเลี้ยง เพราะแม่ตาย คือเจ้าจอมมารดา หม่อมราชวงศ์เนื่อง สนิทวงศ์ ท่านก็เลี้ยงมาด้วยความรักเหมือนลูกแท้ๆ แล้วเป็นพระเชษฐาที่สมเด็จพระบรมราชชนกเคารพรักมาก แล้วร้ายกรมพระยาชัยนาทนเรนทรเป็นคนชักจูงให้เจ้าฟ้ามหิดลเบนเข็มจากการเป็นทหารเรือกลับไปเป็นหมอ ซึ่งก็ทำประโยชน์ให้วงการสาธารณสุขไทยเป็นอย่างยิ่ง พระองค์ท่านเป็นคนที่เปลี่ยนประเทศไทย ที่สองคือกรมพระยาชัยนาทนเรนทร เป็นพระปิตุลา เป็นลุง ที่ในหลวง ร. 8 และ ร. 9 เคารพรักเป็นอย่างยิ่ง และได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยให้ดำรงตำแหน่งเป็นองคมนตรี ประธานองคมนตรี ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ดังนั้นการกระทำของกรมพระยาชัยนาทนเรนทร ต่างพระองค์ ต่างพระเนตรพระกรรณเพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน การไปใส่ร้ายว่าพระองค์ท่านแทรกแซงทางการเมือง สนับสนุนรัฐประหาร เพื่อทำให้กลับไปสู่การมีพระราชอำนาจเต็มที่ของพระเจ้าแผ่นดิน นอกจากเป็นการใส่ร้ายกรมพระยาชัยนาทนเรนทร ยังใส่ร้าย ในหลวง ร. 9 อีกทางนึงด้วย ผมสนับสนุนนะถ้าราชสกุลรังสิตจะฟ้อง แต่ไม่ใช่เพราะเป็นเรื่องหมิ่นประมาททายาทในราชสกุลรังสิตอย่างเดียว แต่เป็นการฟ้องเพื่อปกป้องพระเกียรติในหลวง ร.9 ด้วย"
ถ้าฟ้องต้องฟ้องใคร?
"ฟ้องคนเขียน บรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา ฟ้าเดียวกัน บก.เป็นใคร ธนาพล อิ๋วสกุล ครับ ส่วนอีกเล่มบรรณาธิการคืออัญชลี อัญชลี มณีโรจน์ น่าจะเป็นสองคนนี้ที่ถูกฟ้อง ฟ้องในแง่หมิ่้นประมาท แต่ถ้ามีคนอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วพิจารณาว่าเป็น 112 หรือ 116 ก็อีกเรื่องนึง"

แซ่บไม่แผ่ว "ดร.อานนท์" ลากไส้หนังสือขอฝันใฝ่ฯ - ขุนศึกศักดินาฯ best seller เยาวชนปลดแอก


เห็นว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือที่แกนนำผู้ชุมนุมใช้ในการเบิกเนตร?
"ครับ แต่ผมใช้คำว่าแหกตา ถ้าเบิกเนตรต้องทำให้คนเกิดปัญญา เห็นสัจจะ ข้อเท็จจริง แต่บังเอิญหนังสือเล่มนี้เขียนบิดเบือนเยอะมาก จึงเป็นหนังสือแหกตา ไม่ใช่เบิกเนตร อ.ณัฐพลเขาก็ขยันมากนะ ผมเองยังไม่สามารถเขียนหนังสือได้เร็วขนาดนี้ อีกเล่มคือขอฝันใฝ่ฯ ซึ่งกล่าวถึงร. 7 ก็มีลักษณะบิดเบือนแบบเดียวกัน โชคดีมีเล่มนี้ ประชาธิปกประชาธิปไตย รศ. พฤทธิสาณ ชุมพล ท่านเขียนมาเพื่อโต้แย้งหนังสืออ.ณัฐพล"
ถ้ามีโอกาสได้พูดกับเด็กชุมนุม อยากบอกอะไร?
"การอ่านหนังสือทางสังคมศาสตร์ต้องอ่านหลายเล่ม อย่าอ่านเล่มเดียวแล้วเชื่อเลย อ่านเล่มเดียวแล้วเชื่อเลยไม่ได้เพราะไม่ใช่หนังสือคณิตศาสตร์ ต้องมีการพิสูจน์และดูว่าคนเขียนมีเจตนายังไง สิ่งที่เยาวชนปลดแอกต้องมีคือวิจารณญาณ และต้องศึกษาอย่างคนมีความรู้ อย่าหลงเชื่ออะไรง่ายๆ โดยไม่ได้คิดและไตร่ตรองให้รอบคอบซะก่อน ดังนั้นต้องมีภูมิคุ้มกันทางปัญญาสำหรับตัวเอง แล้วคุณจะเติบโตเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพกับประเทศชาติต่อไปได้"

แซ่บไม่แผ่ว "ดร.อานนท์" ลากไส้หนังสือขอฝันใฝ่ฯ - ขุนศึกศักดินาฯ best seller เยาวชนปลดแอก

อยากบอกอะไรกับอ.ณัฐพล?
"การเป็นนักวิชาการ คุณต้องมีความซื่อสัตย์ทางวิชาการ มีจริยธรรมทางวิชาการ และต้องรับผิดชอบทางสังคมให้มากกว่านี้"