ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2564

ลูก"ขุนนิรันดรชัย"ทำพิธีขอพระราชทานอภัยโทษแทนบิดา

4.98K 58
ลูกขุนนิรันดรชัยทำพิธีขอพระราชทานอภัยโทษแทนบิดา

หนึ่งในทายาท "ขุนนิรันดรชัย" คณะราษฎร 2475 หลั่งน้ำตา แถลงขอพระราชทานอภัยโทษต่อพระฉายาลักษณ์ในหลวง ร.7-ร.8-ร.9 จากการกระทำของบิดา พร้อมเตือนสติคนรุ่นใหม่คิดปฏิรูปสถาบัน

26 ธันวาคม 2563 พล.ท.สรภฎ นิรันดร บุตรชายของ พ.ต.เสวก นิรันดร หรือ ขุนนิรันดรชัย หนึ่งในสมาชิกคณะราษฎร 2475 สายทหารบก แถลงข่าวขอสำนึกผิดแทนบิดาณ ห้องพินนาเคิล 1- 2 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัลที่ได้กระทำการมิบังควรต่อทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มาเป็นของตนเองโดยมิชอบ

โดย พล.ท.สรภฎ กล่าวว่า ขณะบิดามียศเป็น ร.ท.ได้ร่วมกับผู้บังคับบัญชา กระทำการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในนามคณะราษฎร 2475 สายทหารบก ต่อมาเมื่อรับราชการเป็น พ.ต. บิดาได้ลาออก เนื่องจากคณะราษฎรแต่งตั้งให้เป็นนายกองค์ก่อตั้งอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อสร้างอาคารบนสองฝั่ง ถ.ราชดำเนิน และได้สร้างที่อยู่อาศัยของตนเอง เป็นตึก 4 ชั้น ตรงข้ามวังสวนจิตรลดา ปัจจุบันให้โรงเรียนเอกชนเช่า

นอกจากนี้ บิดาได้รับแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการตรวจสอบพระคลัง ข้างที่กับทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ตั้งแต่ปี 2475 2491 และสมัยนั้น มี ส.ส.อุบลราชธานี อภิปรายถึงความไม่โปร่งใสของคณะกรรมการตรวจสอบพระคลังข้างที่ บิดาจึงจับส.ส.คนดังกล่าว โยนน้ำหน้าตึกรัฐสภา ต่อมาบิดาได้ร่วมกับหลวงธำรงนาวาสวัสดิ์ ก่อตั้งธนาคารนครหลวง กระทั่งบิดาได้เป็นประธานธนาคารนครหลวงในเวลาต่อมา

พล.ท.สรภฎ กล่าวอีกว่า เรื่องสำคัญ คือ ก่อนบิดาเสียชีวิต ได้สำนึกในความผิดว่า "ท่านเป็นข้าราชการทหาร แต่ท่านได้เสียน้ำพิพัฒน์สัตยาต่อพระมหากษัตริย์ สมัยที่ท่านเป็นกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ท่านได้ทำเรื่องบางเรื่องที่มิบังควร ท่านได้สั่งเสียต้องการขอพระราชทานอภัยโทษ แต่บิดาก็ไม่มีโอกาสได้เสียชีวิตไปก่อน ด้วยโรคความดันโลหิตสูง และอัมพาต"

ทั้งนี้ เวลาผ่านมาตนได้ปรึกษาเรื่องนี้กับพี่ชายต่างมารดา ซึ่งบอกว่าเป็นโอกาสอันดีที่ควรจะทำกัน แม้แต่นามสกุลก็เป็นนามสกุลพระราชทาน แต่พี่ชายก็ได้เสียชีวิตไปก่อน ตนเห็นว่าเวลานี้รั้งรอไม่ได้อีก เพราะบุตรของบิดาที่มีชีวิตอยู่มี 4 คน เหลือตนเพียงคนเดียวที่ยังพอมีแรงทำได้ จึงต้องทำความประสงค์ของบิดา ขอทำหน้าที่ตามที่ได้สั่งเสียไว้ก่อนเสียชีวิต สิ่งที่อยากบอก คือ สถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่คู่กับประเทศไทยมานาน อยากให้เยาวชนศึกษประวัติศาสตร์ให้ถ่องแท้ ว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ร่วมสร้างบ้านเมืองมาตั้งแต่อดีต


อย่างไรก็ดี แม้ย้อนไปช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ประเทศไทยแพ้สงคราม กองทัพสัมพันธมิตรเข้าสู่ประเทศไทยเต็มไปหมด ด้วยพระบารมีล้นเกล้า ร.8 ท่าน เป็นประธานสวนสนามต่อกองทัพพันธมิตร ซึ่งเป็นเกียรติประวัติแก่ประเทศไทย และอยากให้เยาวชนยึดถือพระราชดำรัสล้นเกล้า ร.9 ว่าการรับรู้สื่อต่างๆ ควรใช้สติรู้คิด ปัญญารู้ตัว อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ เพราะเยาวชนเป็นอนาคตคของประเทศ ซึ่งต้องดูแลและรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และรักษาบ้านเมืองไว้ตราบชั่วฟ้าดินสลาย

"การปฏิวัติ 2475 ส่วนคุณพ่อได้สำนึกผิดก่อนเสียชีวิตในการกระทำ วันนี้ถ้าดวงวิญญาณคุณพ่อรับรู้คงไปสู่สุขคติ ผมได้ทำหน้าที่แทนคุณพ่อ และไม่สามารถตอบแทนคณะราษฎร หรือลูกหลานคณะราษฎรคนอื่นได้ อย่างไรก็ตาม จากที่มีโอกาสคุยกับบุตรของคณะราษฎรบางคน ก็รู้สึกสำนึกผิด และอยากขอพระราชทานอภัยโทษเช่นกัน แต่ไม่มีโอกาส" พล.ท.สรภฎ กล่าว

เมื่อถามว่า ผู้ชุมนุมบอกว่าจะปฏิรูปสถาบันมองอย่างไร พล.ท.สรภฎ กล่าวว่า ตนมองว่าเยาวชนมีความรักต่อสถาบัน แต่การแสดงออกในรูปแบบต่างๆตนก็ไม่เข้าใจ เพราะเขาเป็นอนาคตที่ต้องรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ให้ดำรงอยู่ต่อไป ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศเดียว ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ยังมีสถาบันพระมหากษัตริย์ หลังการแผ่อิทธิพลของจักรวรรดินิยมส่วนอนาคตจะมีการคืนทรัพย์สินกลับไปหรือไม่นั้น ส่วนตัวไม่ขัดข้อง เพราะแม้แต่ชีวิตก็สละให้ได้ แต่ต้องถามความของหลานๆ และของที่คืนกลับไป ต้องบริสุทธิ์ผ่องใส

การฟ้องร้องเกี่ยวกับคดีมรดกของครอบครัวเมื่อปี 2561 พล.ท.สรภฎ กล่าวว่า ภายหลังได้ถอนฟ้องแล้วในปี 2562 เนื่องจากพูดคุยเข้าใจกัน เป็นพี่น้องกันก็ถอนฟ้องหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลัง พล.ท.สรภฎ แถลงข่าวเสร็จสิ้น ได้พูดคุยเพิ่มเติมกับ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย ม.รังสิต ที่เดินทางมาติดตามการแถลงข่าวและให้กำลังใจ โดย พล.ท.สรภฎ ระบุว่า คุณพ่อเสียตอนอายุ 14 ปี รู้เรื่องการเมืองและคณะราษฎรจากคุณแม่ ซึ่งจะรู้การเมืองเยอะ ตนทราบหลายเรื่องจากที่คุณแม่ถ่ายทอดให้ฟัง บางเรื่องไม่สามารถถ่ายทอดต่อสาธารณะได้ เพราะเป็นในทางลบ จะเสียหายไม่ถูกต้อง ซึ่งมีเหตุผลอย่างยิ่งที่พ่อสำนึกผิด พ่อบอกทำอะไรไว้หลายประการไม่ถูกต้อง จึงอยากขอพระราชทานอภัยโทษ แต่บั้นปลายท่านไม่มีโอกาสแล้ว เพราะเป็นอัมพาต ได้แต่นอนร้องไห้ บอกที่ท่านเป็นอย่างนี้ เพราะท่านถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ทำไม่บังควรต่อสถาบันพระมหากษัตริย์

นอกจากนี้ ระหว่างการแถลงข่าว พล.ท.สรภฎ ได้ทำพิธีขอพระราชทานอภัยโทษต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ร.7 พระบาทสมเด็จพระเจ้าหัวอานันทมหิดล ร.8 และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ร.9 โดยกล่าวทั้งน้ำตา และน้ำเสียงสั่นเครือ ว่า "ข้าพเจ้า พล.ท.สรภฎ นิรันดร กราบขออภัยแทนบิดา คือ พ.ต.เสวก นิรันดร คณะราษฎร 2475 ซึ่งไม่มีโอกาสแล้ว ผมขอทำหน้าที่แทน พระราชทานบรมราชานุญาตต่อล้นเกล้าทั้ง 3 พระองค์ ขอพระราชทานอภัยโทษ ทั้งนี้ เพื่อวิญญาณของของคุณพ่อผม ขุนนิรันดรชัย ได้ไปสู่สุขคติและความเป็นสิริมงคลจะได้นำมาสู่ครอบครัวนิรันดร"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend