ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2564

อังกฤษ-อียู บรรลุข้อตกลงการค้าเสรีทันก่อนเส้นตาย

111 4
อังกฤษ-อียู บรรลุข้อตกลงการค้าเสรีทันก่อนเส้นตาย

หนึ่งสัปดาห์ก่อนถึงเส้นตาย สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป (อียู) สามารถบรรุข้อตกลงการค้าเสรีเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงความวุ่นวายทางเศรษฐกิจที่จะเกิดตั้งแต่วันปีใหม่ และสร้างความมั่นใจให้กับธุรกิจ

เมื่อทั้งสองฝ่ายให้สัตยาบันต่อข้อตกลงการค้าเสรีหลังเบร็กซิตฉบับนี้จะทำให้อังกฤษ และ 27 ชาติสมาชิกอียู สามารถซื้อขายสินค้าต่อไปได้โดยไม่ต้องเสียภาษีหรือมีระบบโควต้า หลังสหราชอาณาจักรออกจากการเป็นสมาชิกอียูอย่างสมบูรณ์วันที่ 1 มกราคมนี้

ความโล่งใจนี้เกิดขึ้นหลังจากความตึงเครียดนาน 9 เดือน ข่าวดีในวันคริสต์มาสอีฟ ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาที่ทำให้ผู้คนราว 70,000 รายในสหราชอาณาจักรเสียชีวิต และทำให้เพื่อนบ้านพากันปิดพรมแดน จากการแพร่ระบาดของไวรัสกลายพันธุ์ตัวใหม่

งานนี้ บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษบอกว่า " เราได้การควบคุมกฎหมายและชะตากรรมของเรากลับคืนมาแล้ว"

ด้านเออร์ซูลา ฟอน เดอ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป บอกว่า" มันเป็นถนนที่ยาวและคดเคี้ยว แต่เรามีข้อตกลงที่ดีที่จะแสดงให้เห็น มันยุติธรรม มันเป็นข้อตกลงที่สมดุล เป็นสิ่งที่ถูกต้องและรับผิดชอบสำหรับทั้งสองฝ่ายที่จะทำ"

รัฐสภาสหราชอาณาจักรกำหนดจะให้มีการลงสัตยาบันในวันที่ 30 ธันวาคมนี้ แต่ของฝ่ายอียู เรื่องนี้อาจไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะหลังวันที่ 1 มกราคม

ด้านประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงของฝรั่งเศส บอกว่า" เอกภาพและความแน่นแฟ้นของยุโรปได้รับผลตอบแทน" ส่วนนายกรัฐมนตรีเยอรมัน อังเกลา แมร์เคิล บอกว่าความสามัคคีส่งผลให้ประเทศในอียูทั้งหมดสนับสนุนข้อตกลงดังกล่าว


เรื่องนี้เกิดขึ้น 4 ปีครึ่ง หลังจากที่ชาวอังกฤษ 52% โหวตให้ประเทศออกจากอียู และ "ยึดคืนการควบคุม" พรมแดนและกฎหมายของสหราชอาณาจักร โดยต้องใช้เวลานานกว่า 3 ปีของการทะเลาะเบาะแว้งกัน ก่อนที่อังกฤษจะออกจากโครงสร้างทางการเมืองของอียูเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ส่วนการแยกเศรษฐกิจและการประสานความปรารถนาของอังกฤษในการเป็นอิสระ กับการรักษาเอกภาพของสหภาพยุโรป ยังต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนหลังจากนั้น

ความขัดแย้งของพวกเขา เห็นได้ชัดจากรายละเอียดของข้อตกลงที่หนาถึง 2 พันหน้า แต่ทั้งสองฝ่ายบอกว่าข้อตกลง ได้ปกป้องเป้าหมายของพวกเขา สหราชอาณาจักรบอกว่ามันได้ให้พวกเขาได้ควบคุมระบบเงินตรา พรมแดน กฎหมายและพื้นที่ประมง และทำให้แน่ใจว่าประเทศนี้" ไม่อยู่ในแรงดึงดูดของอียูอีกต่อไป" ด้านอียูก็บอกว่า ข้อตกลงได้ปกป้องระบบตลาดเดียวของอียู และมีการป้องกันเพื่อให้แน่ใจว่าสหราชอาณาจักรจะไม่ตัดทอนมาตรฐานของกลุ่มอย่างไม่เป็นธรรม

หากอังกฤษออกจากอียูโดยไม่มีข้อตกลงการค้า ทั้งสองฝ่ายจะขึ้นภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าของกันและกัน จอห์นสัน ยอมรับว่าการออกจากอียูแบบไร้ข้อตกลงจะวุ่นวายมาก อาจทำให้เกิดปัญหาความคับคั่งที่ท่าเรือของประเทศ ปัญหาการขาดแคลนสินค้าบางอย่างชั่วคราว และราคาอาหารที่สูงขึ้น ความวุ่นวายอาจ ทำให้ต้องเลิกจ้างงานหลายแสนคน

ทั้งสองฝ่ายมีความเห็นที่แตกต่างใน 3 ประเด็นหลักคือ กฎการแข่งขันที่เป็นธรรม กลไกในการแก้ไขข้อพิพาทในอนาคต และสิทธิการประมง อียูกลัวมานานแล้วว่าอังกฤษจะลดทอนกฎระเบียบเรื่องการช่วยทางสังคม สิ่งแวดล้อม และรัฐหลังจากเบร็กซิต ทำให้ได้เปรียบในการแข่งขันเหนืออียู ขณะที่สหราชอาณาจักรปฏิเสธเรื่องนี้ แต่ก็บอกว่าการต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของอียู จะเป็นการบั่นทอนอธิปไตยของตัวเอง

ในที่สุดก็มีการประนีประนอมกับปัญหาที่ยุ่งยากเหล่านี้ได้ จึงเหลือแต่ปัญหาสิทธิการประมง ซึ่งมีความสำคัญในเชิงเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อย แต่เป็นในเชิงสัญลักษณ์อย่างมาก โดยสมาชิกอียูที่ติดทะเลพยายามที่จะรักษาสิทธิ์การเข้าถึงน่านน้ำของสหราชอาณาจักรซึ่งพวกเขาทำการประมงมาช้านาน

ภายใต้ข้อตกลงนี้อียูจะคืนโควต้า 1 ใน 4 ซึ่งน้อยกว่าที่อังกฤษ เรียกร้อง 80% ระบบจะถูกนำมาใช้ในระยะเวลา 5 ปีครึ่ง หลังจากนั้นจะประเมินโควต้ากันใหม่

แต่แม้จะมีข้อตกลงทางการค้า สินค้าและผู้คนก็ไม่สามารถเคลื่อนย้ายโดยไม่มีข้อจำกัดด้านพรมแดนอีกต่อไป พลเมืองสหภาพยุโรปไม่สามารถอาศัยและทำงานในสหราชอาณาจักรได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า เช่นเดียวกับชาวอังกฤษที่ก็ไม่สามารถทำงานหรือไปใช้ชีวิตในสหภาพยุโรปเช่นกัน ผู้ส่งออกและนำเข้าต้องเจอกับระเบียบเรื่องการดีแคลร์ การตรวจสอบสินค้า และอุปสรรคอื่น ๆ

เรื่องโดย ไกรลักษณ์ งามโสภา | ภาพโดย REUTERS
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend