ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2564

ร้อง กกต.แม่ฮ่องสอน-นับคะแนนผิดพลาด

557 0
ร้อง กกต.แม่ฮ่องสอน-นับคะแนนผิดพลาด

แม่ฮ่องสอน - ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิก อบจ.แม่ฮ่องสอน เขต 4 อ.สบเมย หมายเลข 2 ร้อง กกต.แม่ฮ่องสอน ขอเปิดนับคะแนนใหม่ หลังพบคะแนนจาก 3 หน่วยงานรัฐไม่ตรงกัน หวั่นมีการใช้อิทธิพลมืดช่วยเหลืออีกฝ่ายเพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง

วันที่ 22 ธันวาคม 2563 นายพัสกร เหล่าพนาสนฑ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอน หมายเลข 2 เขตเลือกตั้งที่ 4 อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ในนามกลุ่มพลังแม่ฮ่องสอนและชาติพันธุ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2563 ที่ผ่านมา ตนได้เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กกต.เพื่อของให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 4 ที่ตนลงรับสมัคร ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

เนื่องจากได้รับทราบผลคะแนนจากคณะกรรมการการเลือกตั้งทุกหน่วยและผู้นำชุมชนว่าตนได้รับคะแนนสูงสุดและเป็นผู้ชนะ แต่ผลรวมคะแนน จากการประกาศ ของ กกต.อบจ.ปรากฎว่าได้คะแนน น้อยกว่าคะแนนจากหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง จึงเห็นว่าการเลือกตั้งดังกล่าว เป็นไปอย่างไม่บริสุทธิ์และยุติธรรม จึงเรียกร้องขอให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 4 อ.สบเมย ทั้งหมดโดยได้มีการเดินทางไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน

นายพัสกร เหล่าพนาสนฑ์ กล่าวว่า หลังเสร็จสิ้นการลงคะแนน ตนได้รับแจ้งจากผู้นำชุมชนและราษฎรหลายราย ว่าคะแนนของตนถูกกาอย่างไม่เป็นธรรมบนกระดาน ยกตัวอย่างการขานหมายเลข 2 ของตน แต่ผู้กาคะแนนบนกระดานกลับไปขีดคะแนนในช่องคะแนนของผู้สมัครคนอื่นที่ไม่ใช่ตน ซึ่งหลังจากตนได้รับแจ้งเรื่องดังกล่าว จึงได้เดินทางไปขอ สรุปรายงานผลการนับคะแนน ของสภ.กองก๋อย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีการอิดออดและส่งสำเนาการรายงานให้ตนทันที


จากนั้นตนได้เดินทางไปขอข้อมูลการรายงานผลการนับคะแนนของ หน่วยเลือกตั้งที่บ้านแม่ออกใต้ ต.แม่คะตวน อ.สบเมย และข้อมูลการรายงานผลการนับคะแนนของ หน่วยเลือกตั้งที่บ้านอุมดา ซึ่งหน่วยเลือกตั้งทั้ง 2 หน่วย อยู่นอกเขตการรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กองก๋อย มาประกอบกัน ซึ่งเมื่อนำคะแนนมารวมกัน จะได้ดังนี้ ผู้สมัครหมายเลข 2 คือตน จะได้คะแนนรวม จำนวน 2,235 คะแนน มาจากคะแนนรวมของตำรวจ 1,888 คะแนน ของเจ้าหน้าที่หน่วยเลือกตั้ง บ้านแม่ออกใต้ จำนวน 83 คะแนน และหน่วยเลือกตั้งบ้านอุมดา จำนวน 264 คะแนน ขณะที่ผู้สมัครหมายเลข 3 นายนัฐกร มาลีสกุลทอง ได้คะแนนรวมทั้งหมด 2,233 คะแนน คือตนได้เป็นผู้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งและมีคะแนนห่างจากหมายเลข 3 จำนวน 2 คะแนน

ต่อมาตนได้เดินทางไปขอผลกการนับคะแนนที่หน่วยเหลือตั้งทั้งหมด พบว่า คะแนนรวมของตน หมายเลข 2 นับได้ จำนวน 2,230 คะแนน และ ของหมายเลข 3 ได้ 2,234 ตนได้รับคะแนน ต่ำกว่าคู่แข่ง หมายเลข 3 จำนวน 4 คะแนน

จากนั้นจากการประกาศผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ของ กกต.จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตนได้รับคะแนน 2,230 คะแนน และคู่แข่งหมายเลข 3 ได้ 2,231 คะแนนหายไป 1 คะแนน และผู้สมัครหมายเลข 3 เป็นผู้ชนะ ซึ่งตนเห็นว่าการนับคะแนน มีความบกพร่อง อาจจะด้วยสุจริตหรือมีอิทธิพลมืดเข้ามาเกี่ยวข้องก็อาจจะเป็นได้ จึงได้ทำเรื่องร้องต่อ กกต.เพื่อขอให้มีการเปิดหีบนับคะแนนขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ด้านนางนันทิยา วงศ์วานิชย์ แกนนำกลุ่มพลังแม่ฮ่องสอนและชาติพันธุ์ ผู้สมัครชิงนายก อบจ.แม่ฮ่องสอน หมายเลข 2 ที่ถูกตัดสิทธิ์กล่าวว่าการเลือกตั้งท้องถิ่น โดยเฉพาะ อบจ.แม่ฮ่องสอนในครั้งนี้ เป็นไปอย่างไม่โปร่งใส มีการพยายามกดดันและกีดกันผู้สมัคร ที่อยู่ในกลุ่มพลังแม่ฮ่องสอนและชาติพันธุ์ อย่างชัดเจนโดยใช้ช่องทางทางกฎหมาย และคนที่ไม่สุจริต ทำการกดดันผู้สมัครในกลุ่มพลังแม่ฮ่องสอน ฯ เพื่อให้แพ้การเลือกตั้งในครั้งนี้

โดยเฉพาะตนเจอการใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม เช่น ตนไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของ กกต.ที่ 773/2563 ไม่ได้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายเพราะการนับวันเวลามีมาตรฐานปฏิทินการนับเวลาสากลทั่วไปตามกฎหมาย คือ 1 ปี มี 365 วัน ตามที่อ้างว่าใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/1 และ 193/3 วรรค 2 นั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 มาตรา 43(3) เพราะเมื่อตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 ถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 ก็แสดงว่าตนได้ย้ายออกจากทะเบียนบ้านเดิมมาแล้ว

ากนับการมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในวันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 ถึงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2563 แล้วข้อเท็จจริงในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2562ตนจะไปอาศัยอยู่ในทะเบียนบ้านของผู้ใด การวินิจฉัยดังกล่าวน่าจะขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูพ.ศ.2560 เรื่องเสรีภาพในการย้ายถิ่นที่อยู่อาศัย ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนและทีมงาน อยากจะให้คนทั่วประเทศไทยได้รับรู้ว่ามีสิ่งเหล่านี้แทรกเข้าไปในการเลือกตั้ง แทนที่จะได้คนที่มีความสามารถและตั้งใจในการเข้าไปรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง กลับได้คนที่จ้องแต่แสวงหาผลประโยชน์จากเงินงบประมาณเข้ากระเป๋าตัวเองและพรรคพวกเข้าไปบริหารประเทศชาติและบ้านเมือง

เรื่องโดย ทศพล บุญพัฒน์ | ภาพโดย ทศพล บุญพัฒน์
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend