ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2564

อัยการถอนฟ้องคดี "รังสิมันต์ โรม" นำคนอยากเลือกตั้งไล่ คสช.

1.61K 5
อัยการถอนฟ้องคดี รังสิมันต์ โรม นำคนอยากเลือกตั้งไล่ คสช.

อัยการถอนฟ้องจำหน่ายคดี "รังสิมันต์ โรม" นำคนอยากเลือกตั้งไล่รัฐบาล คสช. 10 ก.พ. 2561 เหตุจำเลยอื่นยกฟ้องหมดแล้ว เจ้าตัวถามตำรวจใช้ ม.116 ไม่สนแนวทางศาลพิจารณา มุ่งปกป้องรัฐบาลความน่าเชื่อถือไม่มี

14 ธันวาคม 2563 ที่ห้องพิจารณา 808 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดพร้อมคู่ความคดีแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ชุด RDN50 หมายเลขดำ อ.1197/2561 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นาย รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะอดีตแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เป็นจำเลย

ในข้อหา ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญฯ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนขึ้นในราชอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 และร่วมกันมั่วสุมชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน ในที่สาธารณะ ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 3/2558

กรณีจำเลยกับพวก จัดชุมนุมเรียกร้องขอให้รัฐบาลจัดการเลือกตั้ง ส.ส. ภายในเดือนพฤศจิกายน 2561 และต่อต้านรัฐบาล คสช. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 โดยจำเลยให้การปฏิเสธ และได้รับการประกันตัว

 

 


ในวันนี้ อัยการโจทก์, นายรังสิมันต์ จำเลย เดินทางมาศาลพร้อมทนายความ อย่างไรก็ตาม ในการพิจารณาคดีนี้ อัยการได้ยื่นถอนฟ้องนายรังสิมันต์ จำเลย เนื่องจากเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2562 ศาลมีคำสั่งให้นำคดีหมายเลขดำ อ.2893/2561 มารวมพิจารณาเข้ากับสำนวนคดีนี้ เนื่องจากทั้งสองคดี เหตุเกิดในวันเดียวกัน พยานหลักฐานชุดเดียวกัน ต่อมาศาลมีคำสั่งให้แยกการพิจารณาคดีในส่วนของนายรังสิมันต์ จำเลยที่ 1 กับคดีของจำเลยที่ 2-7 ออกจากกัน

ต่อมาศาลมีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2-7 ในคดีหมายเลขดำ อ.2893/2561 โจทก์ไม่อุทธรณ์ โดยอัยการสูงสุดได้ชี้ขาดความเห็นแย้งไม่อุทธรณ์ คดีถึงที่สุดแล้ว จึงเป็นกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดแล้วว่าการกระทำของจำเลยที่ 2-7 พวกของจำเลยไม่เป็นความผิด

เมื่อจำเลยคดีนี้ถูกฟ้องว่าร่วมกระทำความผิดฐานเดียวกันกับจำเลยที่ 2-7 ในคดีดังกล่าว วันและเวลาเกิดเหตุเป็นวันเดียวกัน มีมูลเหตุคดีมาจากเหตุเดียวกัน และมีพยานหลักฐานที่โจทก์ใช้ในการสืบพยานชุดเดียวกัน ถือเป็นเหตุลักษณะคดี โจทก์จึงขอถอนฟ้องนายรังสิมันต์ จำเลยคดีนี้ออกจากสารบบความ โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ถอนฟ้อง จำหน่ายออกจากสารบบความ

ภายหลังเสร็จสิ้นการพิจารณา นายรังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์ว่า คดีนี้เดิมมีจำเลย 7 คน แต่ตนเป็น ส.ส. ในช่วงประชุมสภา จะพิจารณาคดีในสมัยประชุมไม่ได้ ทางศาลเลยแยกตนออกมาพิจารณา ทำให้ทั้ง 6 คนถูกพิจารณาไปก่อน และมีผลออกมาว่ายกฟ้อง ทางอัยการได้ตัดสินใจถอนฟ้อง เพราะคดีก่อนหน้านี้ 6 คน ศาลยกฟ้องไปแล้ว พยานหลักฐานอย่างเดียวกัน อัยการจึงยื่นคำร้องถอนฟ้องคดีนี้ ถือว่าจำหน่ายออกจากสารบบ นอกจากนี้ ในวันที่ 25 ธันวาคมนี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้นัดอ่านพิพากษาคดีแกนนำคนอยากเลือกตั้ง ชุด MBK39 (กรณีชุมนุมบริเวณสกายวอล์ค แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2561)

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า อดคิดไม่ได้ว่าคดีที่เราโดนเนื้อหาคดีเกี่ยวกับมาตรา 116 ในยุคปัจจุบันเป็นมาตรายอดฮิต แต่คดีที่ใช้มาตรา 116 แล้วตัดสินเป็นโทษมีสักกี่คดี ส่วนใหญ่คนที่เป็นแกนนำคนอยากเลือกตั้งรอดหมด แล้วทำไมเราถึงยังใช้มาตรา 116 ในลักษณะคดีแบบเดิม เหมือนกับทางตำรวจไม่สนใจเลยว่าการใช้มาตรา 116 เป็นไปตามแนวทางที่ศาลพิจารณาวินิจฉัยหรือไม่ ทำให้สุดท้ายอดคิดไม่ได้ว่าการดำเนินการของตำรวจเป็นไปเพื่อให้เป็นภาระทางคดี ต้องมาขึ้นศาล อยากให้ตำรวจคิดให้ดีว่าการดำเนินคดีแบบนี้ มีแต่ทำให้คนตั้งคำถามต่อกระบวนการที่เกิดขึ้นว่ามีความมุ่งหมายในการปกป้องรัฐบาล ถ้าเป็นแบบนี้ความน่าเชื่อถือของพนักงานสอบสวนก็จะไม่มี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เดิมคดีนี้มีจำเลยรวมทั้งหมด 7 คน มีนายรังสิมันต์ เป็นจำเลยที่ 1 ต่อมานายรังสิมันต์ได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จึงมีเอกสิทธิ์คุ้มครองในสมัยประชุมสภา ทำให้มีการแยกสำนวนพิจารณาคดีออกจากกัน โดยนำจำเลยอีก 6 คน ไปเป็นคดีหมายเลขดำ อ.2893/2561 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ฟ้องนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว, นายกาณฑ์ พงษ์ประภาพันธ์, นายอานนท์ นำภา, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์, นายสุกฤษฏิ์ เพียรสุวรรณ และ น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว หรือลูกเกด คดีดังกล่าวศาลอาญาได้มีคำพิพากษายกฟ้องจำเลยไปเมื่อวันที่ 20 ก.ย. 2562 ซึ่งอัยการไม่อุทธรณ์ต่อ คดีถึงที่สุด

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend