ย้อนรอย "ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ" กับการขึ้นปกไทม์ "บุคคลแห่งปี"

เป็นเวลานานกว่า 90 ปีติดต่อกันแล้วที่ "นิตยสารไทม์" ได้ประกาศตำแหน่ง "บุคคลแห่งปี" ซึ่งแม้ปีนี้มีหลายเหตุการณ์ใหญ่ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการระบาดของโรคโควิด-19, การประท้วงเรียกร้องความยุติธรรมด้านสีผิว, และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่สุดท้ายบุคคลแห่งปี 2020 ก็เป็นไปตามความคาดหมาย นั่นคือ ว่าที่ประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนใหม่ "โจ ไบเดน" และ "กมลา แฮร์ริส" ขณะเดียวกันหากเรามองย้อนกลับไปก็จะพบว่า ผู้ชนะเลือกตั้งประธานาธิสหรัฐฯ แทบทุกคนมักจะได้ขึ้นปกไทม์เป็น "บุคคลแห่งปี" ในปีนั้นๆ

สำหรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกที่ขึ้นปกไทม์ในฐานะบุคคลแห่งปีก็คือ แฟรงคลิน ดี รูสเวลต์ ในปี พ.ศ.2475 หรือเมื่อ 88 ปีก่อน จากความสำเร็จของนโยบาย "นิวดีล" เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ โดยขณะนั้นชื่อตำแหน่งยังถูกเรียกว่า Man of the Year ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็น Person of the Year ในปี 2542 นอกจากนี้ด้วยความที่รูสเวลต์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดียาวนานถึง 4 สมัย ทำให้เขากลายเป็นผู้นำสหรัฐฯ ที่เป็นบุคคลแห่งปีของไทม์บ่อยที่สุด 3 ครั้ง รวมถึงเมื่อปี 2484 จากการนำสหรัฐฯ เข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 หลังเหตุการณ์โจมตีที่เพิร์ล ฮาร์เบอร์

ย้อนรอย "ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ" กับการขึ้นปกไทม์ "บุคคลแห่งปี"

หลังจากนั้นมีประธานาธิบดีสหรัฐฯ อีก 8 คนที่ได้เป็นบุคคลแห่งปีหลังชนะเลือกตั้งสมัยแรก ไล่มาตั้งแต่แฮร์รี ทรูแมน, ลินดอน บี จอห์นสัน, จิมมี คาร์เตอร์, โรนัลด์ เรแกน, บิล คลินตัน, จอร์จ ดับเบิลยู บุช, บารัค โอบามา, และโดนัลด์ ทรัมป์

ย้อนรอย "ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ" กับการขึ้นปกไทม์ "บุคคลแห่งปี"

ย้อนรอย "ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ" กับการขึ้นปกไทม์ "บุคคลแห่งปี"


ส่วนคนอื่นๆ แม้ได้เป็นบุคคลแห่งปี แต่ไม่ใช่ในปีที่ชนะเลือกตั้ง เช่น ในปี 2495 สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งอังกฤษทรงเป็น "สตรีแห่งปี" หลังพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ด้วยพระชนมายุเพียง 25 พรรษา ทำให้ประธานาธิบดีดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์อดขึ้นปก, ปี 2503 ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ เคนเนดี แพ้ให้กับกลุ่มของนักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันกว่า 10 คน เนื่องจากปีนั้นโลกมีความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์หลายด้านรวมทั้งเรื่องของดีเอ็นเอและการสำรวจอวกาศ, ปี 2511 นักบินอวกาศในภารกิจอพอลโล 8 ซึ่งเป็นมนุษย์กลุ่มแรกที่โคจรรอบดวงจันทร์เอาชนะประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน แต่หลังจากนั้นนิกสันได้ขึ้นปกเป็นบุคคลแห่งปีถึง 2 ปีซ้อนในปี 2514 และ 2515 จากการเปิดสัมพันธ์การทูตกับจีนแผ่นดินใหญ่และคดีวอเตอร์เกตสุดอื้อฉาว, ส่วนในปี 2531 ประธานาธิบดีจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช แพ้ให้กับ "โลกในภาวะอันตราย" จากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม

ย้อนรอย "ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ" กับการขึ้นปกไทม์ "บุคคลแห่งปี"


ย้อนรอย "ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ" กับการขึ้นปกไทม์ "บุคคลแห่งปี"

ขณะที่ในปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่ว่าที่ประธานาธิบดีได้รับเลือกพร้อมกับว่าที่รองประธานาธิบดี ทำให้กมลา แฮร์ริส กลายเป็นว่าที่รองผู้นำสหรัฐฯ คนแรกที่เป็นบุคคลแห่งปีด้วย โดยเป็นการสะท้อนถึง "ประวัติศาสตร์หน้าใหม่" ที่แฮร์ริสสร้างขึ้นจากการเตรียมเป็นผู้หญิงคนแรก หญิงผิวสีคนแรก และผู้ที่มีเชื้อสายเอเชียคนแรกที่ได้เป็นรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ย้อนรอย "ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ" กับการขึ้นปกไทม์ "บุคคลแห่งปี"


อันที่จริงนอกจากผู้นำสหรัฐฯ แล้ว ที่ผ่านมาไทม์ยังเคยเลือกผู้นำประเทศอื่นเป็นบุคคลแห่งปีเช่นกัน เช่น นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิลของเยอรมนีในปี 2558, สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสแห่งนครรัฐวาติกันในปี 2556, ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซียในปี 2550, มิคาอิล กอร์บาชอฟ อดีตผู้นำสหภาพโซเวียตในปี 2530 และ 2532, และเติ้ง เสี่ยวผิง ผู้นำจีนในปี 2521 และ 2528

ย้อนรอย "ว่าที่ผู้นำสหรัฐฯ" กับการขึ้นปกไทม์ "บุคคลแห่งปี"