ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2564

รัฐบาลกินรวบ! บังคับวิถีแก้รัฐธรรมนูญ

2.59K 13
รัฐบาลกินรวบ! บังคับวิถีแก้รัฐธรรมนูญ

วันนี้ 10 ธันวาคม เป็นวันรัฐธรรมนูญ ขณะที่ปีนี้เกือบทั้งปีมีกระแสเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ในลักษณะ "ยกร่างใหม่ทั้งฉบับ" ทำให้บางฝ่ายตั้งความหวังว่า อีกไม่นานเกินรอจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เชื่อกันว่าเป็น "ฉบับประชาชน" ไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่กล่าวหากันว่า "สืบทอดอำนาจจาก คสช."

ก่อนอื่นต้องไปย้อนดูไทม์ไลน์ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 เพื่อนำไปสู่การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก่อน ว่าจะรวดเร็วทันใจฝ่ายที่อยากได้รัฐธรรมนูญใหม่จริงหรือไม่

เริ่มจากสถานะปัจจุบัน ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 อยู่ระหว่างพิจารณาวาระ 2 หรือ "ขั้นแปรญัตติ" โดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฯ ได้ประชุมนัดแรกกันไปเมื่อวันที่ 24 พ.ย. โดยมีกรอบเวลาพิจารณา 45 วัน แต่ขอขยายเวลาได้ไม่มีกำหนด

นับเวลา 45 วัน จากวันที่ 24 พ.ย.นั้น จะไปตกที่วันที่ 1 ม.ค. 2564 ซึ่งหากไม่มีการขอขยายเวลา จะมีการส่งร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการพิจารณาของกมธ.แล้ว เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา เพื่ออภิปรายและลงมติวาระ 2 แบบรายมาตรา ในวันที่ 18-19 ม.ค.

เมื่อลงมติรายมาตราเสร็จเรียบร้อย จะต้องทิ้งไว้ 15 วัน ตามรัฐธรรมนูญกำหนด ก่อนนัดลงมติวาระ 3 ในวันที่ 4 ก.พ. หากที่ประชุมให้ความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง คือ 369 เสียงขึ้นไป จากเสียงสมาชิก 2 สภาฯ เท่าที่มีอยู่ 737 เสียง แยกเป็น ส.ส. 487 เสียง และ ส.ว. 250 เสียง

โดยในจำนวน 369 เสียง จะต้องมี ส.ว. ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือ 84 คนด้วย และต้องมี ส.ส.จากพรรคการเมืองที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาลและไม่ได้เป็นประธานกับรองประธานสภาอีก 20% ถ้าผ่านด้วยเสียงตามนี้ ก็จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านวาระ 3 นำไปสู่การลงประชามติ ภายใน 120 วัน ซึ่งก็คือภายในวันที่ 5 มิ.ย. 2564


หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติ ก็จะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย เพื่อให้มีผลบังคับใช้ จากนั้นจะเริ่มกระบวนการสรรหาสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ตั้งแต่รับสมัคร ไปจนถึงการลงคะแนนเลือกตั้ง (บางส่วนหรือทั้งหมด) ใช้เวลาอีกอย่างน้อยๆ 3 เดือน

เมื่อได้ สสร. แล้ว จะใช้เวลาสูงสุดอีก 240 วันในการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กรอบเวลาก็จะไปตกที่ประมาณกลางปี 2565 เมื่อจัดทำรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้น อาจต้องทำประชามติอีก 1 ครั้ง ภายใน 120 วัน หรือ 4 เดือน กว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้หลังผ่านประชามติ ก็ราวๆไตรมาสสุดท้ายของปี 2565 หลังจากนั้นจึงยุบสภาฯ และเลือกตั้งใหม่ได้ราวๆ ปี 2566 ซึ่งก็ใกล้เคียงกับวาระของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะหมดวาระช่วงกลางปี 2566 พอดี

ถ้ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปตามกรอบเวลานี้ ก็จะกลายเป็นว่า รัฐบาลไม่ได้เสียหายอะไรเลย เพราะวาระของรัฐบาลก็จะหมดช่วงกลางปี 2566 อยู่แล้ว สวนทางกับกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องการให้รีบพ้นจากตำแหน่งไปเร็วๆ

แต่แนวโน้มของการแก้ไขรัฐธรรมนูญกำลังจะเป็นไปในทิศทางที่รัฐบาลกำหนด ทั้งเนื้อหาและกรอบเวลา เนื่องจากรัฐบาลกุมเสียงข้างมากใน กมธ. ที่พิจารณาวาระ 2 อยู่ในปัจจุบัน โดยกมธ.มีทั้งสิ้น 45 คน แบ่งเป็น ส.ว. 15 คน ที่เหลือเป็น ส.ส.ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล

ขณะที่สัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ มีอยู่ 8 คน เมื่อนำไปรวมกับ ส.ว. 15 คน ก็จะกลายเป็น 23 เสียง เกินกึ่งหนึ่งพอดี โดยการโหวตในแต่ละมาตรา ในวาระ 2 รัฐธรรมนูญกำหนดให้ใช้เสียงข้างมากเท่านั้น ไม่มีเงื่อนไขอื่น ฉะนั้นทุกประเด็นที่มีการแก้ไข หาก ส.ส.พลังประชารัฐจับมือกับ ส.ว. ก็จะโหวตชนะทุกประเด็น

หนำซ้ำเมื่อเจาะดูเนื้อหาในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็น "ร่างของรัฐบาล" จะพบว่า มีการกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ยากขึ้นกว่าปัจจุบัน โดยกำหนดให้เสียงเห็นชอบในวาระ 1 กับวาระ 3 ต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ของสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของ 2 สภาฯ คือ 442 เสียง มากกว่าปัจจุบันที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องการเสียงสนับสนุน 369 เสียง เพียงแต่ต้องมี ส.ว.เห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 คือ 84 เสียง

เมื่อย้อนดูเสียง ส.ส.ฝ่ายค้านปัจจุบัน มีอยู่เพียง 212 เสียง ขาดอีกถึง 230 เสียง จึงสรุปได้ว่าถ้าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่าน ด้านหนึ่งก็จะนำไปสู่การมี สสร. เพื่อยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่รัฐธรรมนูญปี 2560 ฉบับที่ผ่านการแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งจะต้องใช้อีกอย่างน้อยๆ 2 ปี เพื่อรอรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะไม่สามารถริเริ่มแก้ไขโดยฝ่ายค้านได้เลย เรียกว่า "ปิดประตูแก้รัฐธรรมนูญ" เลยก็ว่าได้

เมื่อร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นแบบนี้ หากผ่านวาระ 3 และต้องทำประชามติ แล้วฝ่ายค้านหรือม็อบนอกสภาฯ ไม่พอใจ พากันไปรณรงค์ให้คว่ำประชามติ ก็จะทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่เกิดขึ้น ก็จะต้องใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ซึ่งเป็นฉบับที่ยังไม่แก้ไขต่อไป แต่ถ้าประชามติผ่าน เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยเฉพาะโครงสร้างของ สสร. และกรอบเวลาการยกร่าง ก็จะเป็นไปตามที่รัฐบาลต้องการ ฉะนั้นรัฐบาลจึงมีแต่ "ได้กับได้" ในเกมแก้ไขรัฐธรรมนูญหนนี้

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์