ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2564

รู้จักกับ ‘ติงเจิน’ หนุ่มน้อยทิเบตสุดฮอตที่ดังไกลถึงเมืองไทย

6.13K 23

สำนักข่าวซินหัว เผยแพร่บทความพิเศษเกี่ยวกับชีวิตของ "ติงเจิน" หนุ่มน้อยชาวทิเบตที่กำลังได้รับความนิยมในโลกออนไลน์ และโด่งดังมาไกลถึงประเทศไทย ด้วยรอยยิ้มที่ไร้เดียงสาและเต็มไปด้วยความจริงใจ

6 ธันวาคม 2563 แทมดรินมองดูทุ่งหญ้าผ่านหน้าต่างรถที่ระดับความสูง 4,700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เขารู้ว่าใกล้จะถึงบ้านแล้ว

การเดินทางไปเฉิงตูที่กินระยะเวลาทั้งสัปดาห์ในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกตลอดช่วงอายุ 20 ปีที่เขาได้เดินทางออกจากบ้านเกิด ปัจจุบันแทมดรินได้รับตำแหน่งทูตการท่องเที่ยวประจำอำเภอหลี่ถัง ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาในแคว้นปกครองตนเองกานจือ กลุ่มชาติพันธุ์ทิเบต มณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

ไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อน เขายังเป็นเพียงคนเลี้ยงสัตว์ธรรมดา จนกระทั่งวิดีโอความยาว 7 วินาทีที่เผยรอยยิ้มสดใสของแทมดรินถูกเผยแพร่ในโลกอินเตอร์เน็ต เขาก็กลายเป็นกระแสฮอตฮิตล่าสุดในโซเชียลมีเดียของจีน หรือแม้กระทั่งในประเทศไทย

ชาวไทยรู้จักหนุ่มน้อยแทมดรินในชื่อภาษาจีนกลางว่า "ติงเจิน" ประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเขาได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกระแสหลัก แม้แต่ม้า "เจินจู" ของเขาก็ยังมีผู้ติดตามถึง 90,000 คนบนเว็บไซต์เวยโป๋ของจีน ซึ่งเทียบเท่ากับทวิตเตอร์

(แฟ้มภาพซินหัว : ภาพติงเจินที่ถ่ายระหว่างทางกลับบ้านที่อำเภอหลี่ถัง ในแคว้นปกครองตนเองกานจือ กลุ่มชาติพันธุ์ทิเบต มณฑลซื่อชวนทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 2 ธ.ค. 2020)


สิ่งที่ทำให้ติงเจินโดดเด่นจากคนดังทางอินเทอร์เน็ตคนอื่น มิใช่เพียงรูปลักษณ์ที่ "น่ารักและเป็นธรรมชาติ" ของเขาอย่างที่แฟนๆ พูดถึงมาโดยตลอด แต่ความไร้เดียงสาและความจริงใจของเขาที่แสดงออกผ่านวิดีโอที่เผยแพร่ตามมาหลังจากนั้นก็ยังกระตุ้นให้ชาวเมืองของจีนกระตือรือร้นที่จะมาสัมผัสบ้านเกิดของเขาอย่างใกล้ชิดมากขึ้น

จุดกระแสการท่องเที่ยว

ในภาษาทิเบต "หลี่ถัง" หมายถึง "ทุ่งหญ้าอันราบเรียบราวกระจกสัมฤทธิ์" อำเภอแห่งนี้ตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเล 4,000 เมตร ได้รับการขนานนามว่า "นครแห่งนภา" หลี่ถังมีจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ราว 1 ล้านคนต่อปี ซึ่งถือว่ายังไม่แข็งแกร่งเท่ากับพื้นที่ใกล้เคียงอย่างอำเภอต้าวเฉิง แม้ว่าคนในพื้นที่เชื่อว่าทิวทัศน์ของหลี่ถังน่าประทับใจไม่น้อยไปกว่ากัน

ชื่อเสียงเปรี้ยงปร้างของติงเจิน ทำให้ความสนใจต่ออำเภอหลี่ถังพุ่งกระฉูดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากวิดีโอโปรโมตที่ชื่อว่า "โลกของติงเจิน" เผยแพร่ทางออนไลน์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ในวิดีโอ หนุ่มน้อยแสดงให้ผู้ชมได้เห็นวิถีชีวิตของเขา ทั้งการต้อนฝูงจามรีที่เชิงเขาเก๋อเนี่ยซึ่งปกคลุมไปด้วยหิมะ การแข่งม้าข้ามทุ่งหญ้าอันไร้ที่สิ้นสุด และการร้องเพลงกับเพื่อนๆ รอบกองไฟ

(แฟ้มภาพซินหัว : ทิวทัศน์ของอำเภอหลี่ถัง ในแคว้นปกครองตนเองกานจือ กลุ่มชาติพันธุ์ทิเบต มณฑลซื่อชวนทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 17 เม.ย. 2019)

ผู้ชมหลายล้านคนต่างรู้สึกประทับใจกับภาพทิวทัศน์อันน่าทึ่งในวิดีโอ "ความใสซื่อของติงเจินบวกกับความงามของหลี่ถังช่วยผ่อนคลายความเครียดของเราได้มาก" ความเห็นหนึ่งจากแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นโต่วอินกล่าว

"ฉันถึงกับน้ำตาคลอ" ชาวเน็ตอีกคนเขียนบนเวยโป๋ "ฉันเชื่อว่าจะมีคนไปเที่ยวที่นั่นมากขึ้น ฉันขอส่งความปรารถนาดีไปถึงหลี่ถัง ติงเจิน และม้าของเขาด้วย"

มีนักท่องเที่ยวหลายคนกำลังวางแผนเดินทางไปหลี่ถังอย่างจริงจัง ข้อมูลล่าสุดจากทริปดอตคอม (Trip.com) บริษัท ท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ของจีนเผยว่ายอดการค้นหาสถานที่ "หลี่ถัง" เพิ่มขึ้นมากกว่า 6 เท่าในช่วง 10 วัน นับตั้งแต่วันที่ 20 พ.ย. ซึ่งมากกว่าช่วงวันหยุดวันชาติเมื่อต้นเดือนตุลาคมถึง 4 เท่า

ส่วนยอดจองโรงแรมในแคว้นปกครองตนเองกานจือ บนเว็บไซต์ชวี่หน่าร์ดอตคอม (Qunar.com) ผู้ให้บริการการท่องเที่ยวออนไลน์ชั้นนำของจีน ตั้งแต่วันที่ 11-25 พ.ย. เพิ่มขึ้นร้อยละ 89 เมื่อเทียบเป็นรายปี และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในสัปดาห์ต่อมา

เว็บไซต์ท่องเที่ยวหลายแห่งต่างอาศัยกระแสนิยมดังกล่าวนำเสนอเส้นทางเดินทาง โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวในหลี่ถัง บริษัททริปดอตคอมคาดการณ์ว่า หลี่ถังจะเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงวันหยุดปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั้งในและนอกมณฑลซื่อชวน

(แฟ้มภาพซินหัว : ติงเจินอ่านข้อความจากแฟนๆ พร้อมกับเพื่อนที่อำเภอหลี่ถัง ในแคว้นปกครองตนเองกานจือ กลุ่มชาติพันธุ์ทิเบต มณฑลซื่อชวนทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 2 ธ.ค. 2020)

เบื้องหลังความสำเร็จ

ชาวเน็ตหลายคนเห็นว่า เราอาจไม่ค้นพบติงเจิน หากพื้นที่ห่างไกลที่ครั้งหนึ่งเคยยากจนไม่เชื่อมต่อกับโลกภายนอกอย่างใกล้ชิดกว่าเดิม วิดีโอของหนุ่มสาวชาวทิเบตแสดงให้ผู้คนได้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ที่ราบสูงทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีนแห่งนี้

สำหรับรัฐบาลท้องถิ่น ความสำเร็จโดยบังเอิญของติงเจินเป็นดั่งของขวัญและรางวัล ผู้คนส่วนใหญ่ในอำเภอหลี่ถังที่มีประชากรราว 73,000 คนประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ การพัฒนาของหลี่ถังถูกจำกัดมาเป็นเวลานาน เนื่องจากการคมนาคมขนส่งที่ไม่สะดวกและสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่เลวร้าย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่บรรเทาความยากจนพยายามทุกวิถีทางในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน ถนนสายใหม่ถูกตัดข้ามภูเขาสูงตระหง่านและหุบเขาลึกในภูมิภาค นำนักเดินทางไปยังจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เช่น "ดวงตาแห่งภูเขาเก๋อเนี่ย"

โครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ก็ได้รับการปรับปรุงไปพร้อมกัน หมู่บ้านเล็กๆ ใกล้กับบ้านของติงเจินกลายเป็นหมู่บ้านแห่งสุดท้ายในอำเภอที่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าแห่งชาติในปลายปี 2019 และบริการอินเทอร์เน็ตที่ครอบคลุมในพื้นที่ที่ราบสูงบนภูเขายังวางรากฐานสำหรับชื่อเสียงที่เกิดขึ้นชั่วข้ามคืนของติงเจินด้วย

(แฟ้มภาพซินหัว : ติงเจินดูตู้จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ ซึ่งจะกลายเป็นหนึ่งในที่ทำงานของเขา ในตำบลเล่อถง อำเภอหลี่ถัง ในแคว้นปกครองตนเองกานจือ กลุ่มชาติพันธุ์ทิเบต มณฑลซื่อชวนทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 2 ธ.ค. 2020)

โจวเผิง วัย 30 ปี ถูกส่งตัวจากเฉิงตูไปยังอำเภอหลี่ถังในฐานะเจ้าหน้าที่บรรเทาความยากจนเป็นเวลา 3 ปี เขาและเพื่อนร่วมงานลงพื้นที่ไปพูดคุยกับชาวบ้านในแต่ละหลังคาเรือนเพื่ออธิบายถึงสภาพที่แท้จริงและดำเนินการตามแผนบรรเทาความยากจน พวกเขาได้ดำเนินโครงการต่างๆ รวมถึงการสนับสนุนทางการแพทย์และส่งเสริมการท่องเที่ยว

เจ้าหน้าที่ในท้องถิ่นต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่ยากลำบากและภารกิจที่น่าหวาดหวั่น ทุ่มเทแรงกายแรงใจต่อสู้กับความยากจน จนกระทั่งหลายคนเสียชีวิตในหน้าที่เนื่องจากทำงานหนักเกินไปหรือเกิดอุบัติเหตุการจราจร

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2020 อำเภอหลี่ถังหลุดพ้นจากความยากจนในที่สุด โจวผู้กำลังจะสิ้นสุดวาระการทำงานในอำเภอแห่งนี้ ภาคภูมิใจที่ตนมีส่วนร่วมในความสำเร็จดังกล่าว "หัวใจของผมจะผูกพันกับดินแดนแห่งนี้ตลอดไป ประสบการณ์ที่ผมได้รับจากที่นี่เป็นสิ่งล้ำค่ามาก"

ไม่มีที่ใดเหมือนกับบ้าน

ไม่นานหลังจากวิดีโอแรกของติงเจินแพร่หลายในโซเชียลมีเดีย หน่วยงานการท่องเที่ยวในท้องถิ่นว่าจ้างเขาให้เป็นทูตการท่องเที่ยวของอำเภอหลี่ถัง และพาเขาเดินทางไปยังจุดหมายแรกที่เมืองเฉิงตู ซึ่งอยู่ห่างไปราว 600 กิโลเมตร

ระหว่างที่อยู่ในเฉิงตู เขาถูกสัมภาษณ์หลายสิบครั้งและเดินทางไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวในท้องถิ่นหลายแห่ง ประสบการณ์ของเมืองสมัยใหม่นั้นสดใหม่และน่าตื่นเต้น แต่เขายังคงคิดถึงครอบครัว เพื่อนๆ และม้าเจินจูอยู่ดี

(แฟ้มภาพซินหัว : ติงเจินฟังเสียงเครื่องมือพื้นบ้านที่พิพิธภัณฑ์เสียงแห่งหิมาลัยในตำบลเล่อถง อำเภอหลี่ถัง ในแคว้นปกครองตนเองกานจือ กลุ่มชาติพันธุ์ทิเบต มณฑลซื่อชวนทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน วันที่ 2 ธ.ค. 2020)

"บ้านเกิดของผมสวยที่สุดในโลก มีทั้งภูเขา ทุ่งหญ้า ทะเลสาบ และที่สำคัญที่สุดคือมีคนใจดี" เขากล่าว

แม้ว่าจะเกิดอาการคิดถึงบ้าน แต่ติงเจินก็สัญญาว่าจะทำหน้าที่เป็นผู้ส่งเสริมการท่องเที่ยวในบ้านเกิดของเขาอย่างขยันขันแข็ง แต่เขาบอกว่าในท้ายที่สุดแล้วเมื่อเขาไม่ได้รับความนิยมบนโลกออนไลน์มากขนาดนั้นอีก เขาก็คงจะใช้ชีวิตในฐานะคนเลี้ยงสัตว์ต่อไป

ความฝันของเขาคือการชนะการแข่งขันทุกรายการในฐานะ "เจ้าชายบนหลังม้า" และขี่ม้าคู่ใจข้ามภูเขาและเนินเขา

ที่มา: Xinhuathai

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend