ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2564

"กลุ่มไทยภักดี" ยื่นศาลรธน.เบรกแก้รัฐธรรมนูญวาระ 2-3

351 6
กลุ่มไทยภักดี ยื่นศาลรธน.เบรกแก้รัฐธรรมนูญวาระ 2-3

"กลุ่มไทยภักดี" ร้องศาลรธน. เบรกแก้รัฐธรรมนูญวาระ 2-3 ชี้ยกร่างใหม่ทั้งฉบับ-ตัดสิทธิ์ ส.ว.-ไม่ทำประชามติ เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง ขอศาลสั่งประธานสภา-ส.ส.ถอนระเบียบวาระ พร้อมสั่งเพิกถอนมติขั้นรับหลักการ

3 ธันวาคม 2563 กลุ่มไทยภักดี นำโดย นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม แกนนำกลุ่มฯ เดินทางมายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยใช้สิทธิ์ตาม ม.49 กรณีการตั้ง ส.ส.ร.เพื่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ อาจเข้าข่ายล้มล้างการปกครอง

โดยนายแพทย์วรงค์ บอกว่า ก่อนหน้านี้กลุมไทยภักดีได้ยื่นเรื่องต่ออัยการสูงสุด เมื่อวันที่17 พ.ย. และครบกำหนด 15 วัน เมื่อวานนี้ครบกำหนด แต่อัยการสูงสุดไม่ได้ดำเนินการต่อให้ จึงใช้สิทธิยื่นตรงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเหตุผลในการยื่นที่ทางกลุ่มมองว่าล้มล้างการปกครองนั้น เพราะ

1. การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช้สิทธิตาม ม.256 โดยแก้ไขให้การแก้รัฐธรรมนูญง่ายขึ้น ซึ่งปกติ รัฐธรรมนูญปี 2560 กำหนดสัดส่วนการลงมติด้วย ส.ว.และ ส.ส.แต่การแก้ไขครั้งนี้ตัดสิทธิออกจึงทำให้ขาดการมีส่วนร่วมของสมาชิกรัฐสภา และมีการยกเลิการทำประชามติในมาตรสำคัญ จึงทำให้เป็นการตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนออกไป จึงมองว่ากระบวนการตัดสิทธิเหล่านี้เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง

2. การร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้เป็นการร่างใหม่ทั้งฉบับ ทำให้ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง10ฉบับต้องถูกยกเลิก นั่นหมายความว่า ส.ส.และ ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ต้องถูกนกเลิก ศาลและองค์กรอิสระตามรัฐธรรมก็ต้องถูกยกเลิก จึงทำให้โครงสร้างทางการเมืองและการปกครองมีการเปลี่ยนแปลง รวมถึง วิธีพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็จะถูกยกเลิกไปด้วย จะส่งผลให้คดีต่างๆที่เกี่ยวกับการทุจริตประพฤติมิชอบทั้งที่พิจารณาไปแล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณา หลุดพ้นความผิด เพราะข้ออ้างกฎหมายที่ใช้บังคับถูกยกเลิก

3. บทบัญญัติการแก้ไขรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ชัดเจน ว่าเป็นการแก้ไขรายมาตรา การตั้ง ส.ส.ร.เพื่อยกร่างฉบับใหม่ไม่ได้กำหนด จึงถือว่า ผู้กระทำการมีเจตนาที่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย

4. และเนื่องจากรัฐธรรมนูญปี2560 ผ่านการทำประชามติ และศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉียเป็นบรรทัดฐานไว้ว่า การที่จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องให้ประชาชนผู้มีอำนาจได้ลงประชามติก่อนว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่   ซึ่งทั้ง 4 เหตุผล ที่กล่าวมาจึงเป็นเหตุผลที่เพียงพอว่า ขณะนี้มีการกระทำที่ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงเดินทางมายื่นหนังสือเพื่อต้องการให้ศาลรัฐธรรมนูญให้มีคำวินิจฉัยและสั่งการใน 3 ข้อ คือ

1.ให้ประธานรัฐสภาระงับการบรรจุวาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่สองและสาม

2.ขอให้ผู้ถูกร้อง คือ ร่างของ ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ร่างของ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล ถอนระเบียบวาระออกจากที่ประชุมรัฐสภา

3.ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนมติในชั้นรับหลักการ เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่มีมติรับหลักการทั้งสองฉบับ

ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาลว่าจะรับคำร้องหรือไม่ และจะมีการพิจารณาอย่างไร โดยนายแพทย์วรงค์ ยังย้ำด้วยว่า หากจะล้มล้างทั้งฉบับก็ควรจะต้องถามประชาชนก่อน แต่ถ้าจะแก้รายมาตราในประเด็นไหนที่ไม่ดีก็สามารถทำได้ เช่น ส.ว.250คน หากไม่ดีก็สามารถแก้ไขเฉพาะมาตรานี้

        


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend