ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2564

"จตุพร" ประเมินผลคดี "ประยุทธ์" ไม่ใช่คำตอบสถานการณ์ ย้ำพรรคการเมืองไม่ใช้เทพเจ้าที่จะชี้ใครผิด-ถูก

3.19K 9
จตุพร ประเมินผลคดี ประยุทธ์ ไม่ใช่คำตอบสถานการณ์ ย้ำพรรคการเมืองไม่ใช้เทพเจ้าที่จะชี้ใครผิด-ถูก

"จตุพร" ประเมินผลคดี "ประยุทธ์" ไม่ใช่คำตอบสถานการณ์การเมือง เชื่อปัญหาต่อสู้ยังดำเนินต่อไป คาดแก้ รธน.มาตรา 256 ยิ่งเพิ่มความลำบากขึ้นอีก ย้ำพรรคการเมืองไม่ใช้เทพเจ้า ชี้บ่งการใครเผด็จการ-ประชาธิปไตย

เมื่อ 2 ธ.ค. 2563 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟชบุ๊คไลฟ์ peace talk กล่าวว่า ศาล รธน.นัดอ่านคำวินิจฉัย พล.อ.ประยทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ถูกกล่าวหาพักบ้านหลวงในค่ายทหารหลังเกษียณราชการแล้วเป็นการขัดกับ รธน.หรือไม่ แม้ผลจะออกมาอย่างไร แต่สถานการณ์ทางการเมืองไม่จบ

 นายจตุพร กล่าวกว่า มีการคาดการผลวินิจฉัย โดยส่วนใหญ่เชื่อว่ารอด แต่ถ้าไม่รอด หรือศาล รธน.มีมติให้ผลจากตำแหน่งแล้ว รัฐสภาต้องสรรหานายกฯกันใหม่กระบวนการตาม รธน. 2560  

ส่วนการชุมนุมราษฎรนั้น ได้นัดกันที่ห้าแยกลาดพร้าว ดังนั้น ผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร แต่การชุมนุมประกาศชัดเจนว่า จะเดินหน้าต่อไป ซึ่งจะหนักหรือเบาต้องพิจารณากัน นอกจากนี้ศาล รธน.แล้วยังมีการแก้ รธน. 2560 ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาล 2 พรรคไม่เห็นด้วยกับพรรคพลังประชารัฐยื่นให้ศาล รธน.วินิจฉัย ว่า การแก้ รธน.มาตรา 256 ขัดกับ รธน.หรือไม่ สิ่งนี้จะทำให้เพิ่มความยากลำบากมากยิ่งขึ้น 

ดังนั้น การเมืองในวันนี้ จะออกมุมใดก็ตาม แต่การพ้นจากตำแหน่งนายกฯที่ผ่านมา 3 คนจากพรรคพลังประชาชนและเพื่อไทยนั้น ไม่ได้เกิดจากข้อกล่าวหาใหญ่ๆ แต่ต้องพ้นสภาพเพราะเรื่องเล็กๆทั้งนั้น ส่วนในวินิจฉัยวันนี้ การอาศัยบ้านพักทหารอยู่หลังเกษียณนั้น จะเป็นออย่างไรต้องรอฟังศาล รธน.วินิจฉัยในช่วง 15.00 น.วันนี้ ซึ่งจะเป็นหนทางของกระดานการเมืองต่อไป 

สำหรับการต่อสู้ทางการเมืองนั้น จะยืดเยื้อหรือไม่ อยู่ที่น้ำอดน้ำทนและสุดท้ายจะจบลงอย่างไร เพราะในปัจจุบันไทยต้องเฝ้าระวังว่าโควิด-19 จะกลับมาระบาดอีกหรือไม่ อีกทั้งความอ่อนไหวการแพร่เชื้อที่เชียงใหม่ เชียงราย ยังมีอยู่ และทั่วโลกยังมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกวัน ขณะที่การทดลองวัคซีนยังไม่สำเร็จที่รักษาคนทั้งโลกได้ 

ส่วนการผูกขาดทางเศรษฐกิจ ก็ยังเอารัดเอาเปรียบได้ทุกยุคทั้งในช่วงรัฐบาลเผด็จการและประชาธิปไตย สิ่งนี้จะบีบคั้นความรู้สึกประชาชน เมื่อทุนกับอำนาจจับมือแสวงประโยชน์ร่วมกันแล้ว ประชาชนยิ่งลำบากมากขึ้น 


ดังนั้น หากไม่มีการแก้โครงสร้างทางเศรษฐกิจแล้ว แม้ พล.อ.ประยุทธ์ ออกไป แต่นายกฯใหม่เข้ามา กลุ่มทุนจะเข้าห่อหุมอยู่เหมือนเดิม แม้มี รธน.เป็นประชาธิปไตยเต็มที่ แต่ยังจัดการทุนผูกขาดพ้นประเทศไม่ได้ ถ้าในอนาคตไม่มีการจัดสรรทรัพยากรใหม่ เพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้ประชาชนแล้ว ย่อมสะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในประเทศยิ่งขึ้น 

นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (1 ธ.ค.) ตนมีอารมณ์ถึงจุดเดือด เพราะถูกกล่าวหาว่าไปอยู่กับเผด็จการ ดังนั้น ตนจึงต้องชี้ให้เห็นว่า พรรคการเมืองไม่ใช้เทพเจ้าที่จะชี้ใครผิด ใครถูก หากพรรคทำตัวเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ไปกล่าวหาคนที่พรรคไม่เอาว่าเป็นเผด็จการหรือเป็นพลังประชารัฐแล้ว ตนก็ไม่อาจจะรับได้

ในกรณีเชียงใหม่ ที่ตนลงไปช่วยหาเสียงนั้น นอกจากเขาต้องติดคุกจากการทำประชามติไม่รับ รธน. 2560 ตามแนวของพรรคเพื่อไทยแล้ว ยังถูกทอดทิ้งและกล่าวหาว่าสนับสนุนพรรคเผด็จการ ทั้งที่ในสถานะนายก อบจ.เชียงใหม่ นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ได้แสดงความยินดีกับทุกพรรคที่ไปเปิดตัวที่เชียงใหม่  

"แต่พรรคการเมืองกลับนำเอาภาพรูปเดียวที่ไปมอบดอกไม้ให้พรรคพลังประชารัฐ แล้วบอกว่า ไปอยู่พลังประชรัฐแล้ว ซึ่งเป็นวิธีคิดที่สามานย์ที่สุด ความจริงเขาไปทุกพรรค เพราะเขาเป็นเจ้าบ้านจึงต้องต้อนรับและแสดงความยินดีตามมารยาทการเมือง" 

"ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ ความอยุติธรรมต่างหาก เพราะเมื่อผลักอีกคนหนึ่งแล้วปรากฎอะไรขึ้น ซึ่งต้องตั้งคำถามว่า คุณเห็นด้วยกับความอยุติธรรมหรือเปล่า คุณเห็นด้วยกับคดีลูกกระทิงแดงหรือไม่ ถ้าไม่เห็นด้วย ก็จะเข้าใจว่า คุณก็รักความยุติธรรม ส่วนผมแค่รักษาหัวใจของพี่น้องที่ติดคุกด้วยการทำประชามติ แล้วกลับกลายเป็นว่า ผมไปสนับสนุนพลังประชารัฐ จึงรับไม่ได้"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend