ลอบสังหารบิดานิวเคลียร์ "อิหร่าน" เกมวัดใจ "ไบเดน" ?

นโยบายด้านต่างประเทศของสหรัฐฯ ในยุคว่าที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ถูกมองว่ากำลังจะ "ยูเทิร์น" กลับไปสู่ยุคของประธานาธิบดีบารัก โอบามา โดยในเรื่องของอิหร่าน ไบเดนประกาศชัดเจนว่าจะพยายามพาอิหร่านกลับสู่โต๊ะเจรจาเพื่อทำข้อตกลงนิวเคลียร์อีกครั้ง หลังจากทรัมป์ถอนตัวจากข้อตกลงเมื่อ 2 ปีก่อน

แต่งานนี้อิสราเอลและซาอุดีอาระเบีย 2 ประเทศศัตรูคู่อาฆาตของอิหร่านย่อมไม่ยอมง่ายๆ ขณะที่บรรยากาศก็ยิ่งทวีความตึงเครียดหลังเกิดเหตุ "ลอบสังหาร" นายโมห์เซน ฟาคริซาเดห์ นักวิทยาศาสตร์ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่า "บิดาแห่งนิวเคลียร์" ของอิหร่านเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
แม้เหตุการณ์นี้ยังไม่ชัดเจนว่าใครเป็นคนทำ แต่ผู้นำอิหร่านกล่าวโทษชัดเจนว่าเป็นฝีมือของ "สายลับอิสราเอล" โดยเมื่อ 2 ปีก่อน นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอลเคยจัดงานแถลงข่าวครั้งใหญ่เพื่อแฉเอกสารลับโครงการอาวุธนิวเคลียร์อิหร่านและได้เอ่ยชื่อของฟาคริซาเดห์ พร้อมบอกว่า "ให้จดจำชื่อนี้ไว้"

ลอบสังหารบิดานิวเคลียร์ "อิหร่าน" เกมวัดใจ "ไบเดน" ?

หากอิสราเอลอยู่เบื้องหลังการลอบสังหารครั้งนี้จริง แล้วอะไรคือ "แรงจูงใจ" ที่ทำให้ต้องลงมือในช่วงนี้?
1. เรื่องการเมืองมากกว่าความมั่นคง จริงอยู่ที่ฟาคริซาเดห์คือผู้ริเริ่มโครงการนิวเคลียร์อิหร่านตั้งแต่เมื่อเกือบ 30 ปีก่อน แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่า ปัจจุบันโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านมีความก้าวหน้ามากพอจนไม่จำเป็นต้อง "พึ่งพาคนใดคนหนึ่ง" อีกต่อไป ดังนั้น การลอบสังหารฟาคริซาเดห์จึงน่าจะมีแรงจูงใจทางการเมืองเป็นหลัก
2. ยั่วยุให้อิหร่านใช้ความรุนแรง อิสราเอลอาจต้องการทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางโกลาหล โดยอาจพยายาม "ตัดแข้งตัดขา" โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านให้มากที่สุด พร้อมกับยั่วยุให้กระแสสังคมอิหร่านกดดันรัฐบาลให้ "ใช้ความรุนแรง" ตอบโต้อิสราเอล ซึ่งจะยิ่งเพิ่มเงื่อนไข ทำให้สหรัฐฯ "ลำบากใจ" ในการเจรจากับอิหร่านยิ่งขึ้น
3. กดดัน "โจ ไบเดน" ไม่ให้เจรจาอิหร่าน อิสราเอลไม่เห็นด้วยกับแนวทางเจรจาของไบเดน ทำให้อิสราเอลอาจตัดสินใจก่อเหตุเพื่อ "ส่งสัญญาณ" ล่วงหน้าไปยังไบเดนว่า อิสราเอลพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อสกัดทุกความพยายามเจรจาของไบเดนนับจากนี้ และยังเป็นที่น่าสังเกตด้วยว่า การลอบสังหารเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากมีรายงานว่า เนทันยาฮูได้แอบไปพบกับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุฯ เป็นครั้งแรก ทั้งที่ 2 ประเทศไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการ โดยมีไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่งทำหน้าที่เป็นคนกลาง

ลอบสังหารบิดานิวเคลียร์ "อิหร่าน" เกมวัดใจ "ไบเดน" ?

แต่ไม่ว่าแรงจูงใจจะมาจากสาเหตุใด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านได้ประกาศกร้าวไว้แล้วว่า "แค้นนี้ต้องชำระ" โดยขณะนี้มีการพูดถึงแนวทางแก้แค้นของอิหร่านไว้ 3 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่
1. ปิดกั้นนานาชาติตรวจสอบนิวเคลียร์ สภาผู้แทนฯ อิหร่านซึ่ง ส.ส.ส่วนใหญ่เป็นสายขวาจัดได้เสนอร่างกฎหมายที่จะยุติการอนุญาตให้ผู้แทนของ IAEA เข้าตรวจสอบโรงงานนิวเคลียร์ โดย ส.ส.คนหนึ่งถึงกับกล่าวหาว่า ผู้แทน IAEA คือ "สายลับ" ที่มาจารกรรมข้อมูลอิหร่าน
2. ลอบโจมตีนักการทูตทั่วโลก แนวทางนี้อิหร่านเคยทำมานานแล้ว เช่น เหตุการณ์ในเมืองไทยเมื่อปี 2555 ที่เพิ่งกลับมาเป็นข่าวอีกครั้งหลังไทยส่งตัวผู้ต้องหา 3 คนกลับประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นแนวทางที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด เห็นได้จากการที่รัฐบาลอิสราเอลได้สั่งการให้สถานทูตทั่วโลกยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย
3. โจมตีด้วยขีปนาวุธ ถือเป็นการ "เปิดหน้าชน" โดยบทความในหนังสือพิมพ์ฝ่ายรัฐบาลอิหร่านเรียกร้องให้มีการโจมตีเมืองไฮฟา เมืองใหญ่อันดับ 3 ของอิสราเอล ซึ่งเป็นเมืองที่มีท่าเรือขนาดใหญ่และเป็นที่ตั้งของโรงงานไฟฟ้าด้วย แต่หากแนวทางนี้เกิดขึ้นจริงก็จะมีโอกาสสูงมากที่สถานการณ์จะบานปลายยกระดับจนกลายเป็น "สงครามเต็มรูปแบบ"

ลอบสังหารบิดานิวเคลียร์ "อิหร่าน" เกมวัดใจ "ไบเดน" ?


อย่างไรก็ตามการแก้แค้นของอิหร่านอาจไม่ได้เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ เนื่องจากประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานีพูดไว้ชัดเจนว่า "อิหร่านฉลาดพอที่จะไม่ตกหลุมพรางของพวกไซออนิสต์" และอิหร่านจะตอบโต้แน่นอนเมื่อ "ถึงเวลาอันเหมาะสม"

ลอบสังหารบิดานิวเคลียร์ "อิหร่าน" เกมวัดใจ "ไบเดน" ?


ตอนนี้ทั่วโลกต่างกำลังย่ำแย่จากวิกฤตโควิด-19 เพราะฉะนั้น อิหร่านคงไม่มีทางที่จะ "ใจร้อน" โจมตีอิสราเอลเหมือนกับที่เคยส่งขีปนาวุธโจมตีสหรัฐฯ อย่างรวดเร็วเมื่อต้นปี เพราะอิหร่านรู้ดีว่า สิ่งที่ดีที่สุดในขณะนี้คือการ "นิ่งสงบ" เพื่อรอ "วัดใจ" รัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ของโจ ไบเดน

ลอบสังหารบิดานิวเคลียร์ "อิหร่าน" เกมวัดใจ "ไบเดน" ?