ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2564

ราชกิจจาฯเผยแพร่ประกาศ ศปม. ตั้งด่านคุมเข้มชุมนุม-ลักลอบเข้าเมือง ป้องกันโควิด-19

1.28K 21
ราชกิจจาฯเผยแพร่ประกาศ ศปม. ตั้งด่านคุมเข้มชุมนุม-ลักลอบเข้าเมือง ป้องกันโควิด-19

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) ตั้งจุดตรวจคุมเข้มการชุมนุมและกิจกรรมที่มีประชาชนรวมตัวกันเป็นจานวนมาก รวมถึงเข้มงวดสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมือง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของ "โควิด-19"

30 พฤศจิกายน 2563 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ที่ 29/2563 เรื่อง การออกปฏิบัติตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกาหนดการบริหารสถานการณ์ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 9)

เพื่อให้การปฏิบัติตามข้อกาหนดออกตามความในมาตรา ๙ แห่งพระราชกาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ตามประกาศนายกรัฐมนตรี เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ ๘) ลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๓ การให้ประกาศที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ ลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๓ และการให้ข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่งที่นายกรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ ลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อาศัยอำนาจตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๔/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ข้อ ๓ (๖) ข้อ ๔ และข้อ ๕ และคำสั่งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงที่ ๑/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๗ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๑ จึงกำหนดแนวทางปฏิบัติ ดังนี้


๑. ให้การปฏิบัติตามคำสั่งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคงในเรื่องปรับการตั้งจุดตรวจควบคุมการแพร่ระบาดโรคโควิด - 19 จัดตั้งคณะตรวจการประกอบกิจการและกิจกรรมตามมาตรการผ่อนคลาย แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ มอบหน้าที่และอำนาจ และแต่งตั้งหัวหน้าคณะตรวจการประกอบกิจการและกิจกรรมตามมาตรการผ่อนคลายยังมีผลใช้บังคับและปรับการปฏิบัติให้สอดคล้องกับแนวทางที่กำหนดรวมทั้งดำรงความต่อเนื่องในการตรวจกิจการและกิจกรรมที่ได้รับการผ่อนคลาย โดยเฉพาะกิจการและกิจกรรมที่มีประชาชนเข้าร่วมจำนวนมาก และสถานประกอบการที่มีแนวโน้มการใช้แรงงานต่างด้าวที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รวมทั้งเพิ่มการรณรงค์ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ให้สถานประกอบการและประชาชนตระหนักและปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค ตลอดจนแจ้งเบาะแสแก่ทางราชการ หากพบว่ามีผู้ละเมิดมาตรการป้องกันโรค เพื่อรองรับฤดูหนาวและการเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ รวมถึงการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติ ซึ่งจะมีการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก

๒. ดำรงความต่อเนื่องในการตั้งจุดตรวจร่วม และชุดสายตรวจร่วมเพื่อป้องกันอุบัติเหตุการก่ออาชญากรรม การรวมกลุ่มชุมนุมที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะหรือมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค หรือการกระทำอันเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน

๓. เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าตรวจ สกัดกั้น และจับกุมแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองในเขตรับผิดชอบ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดโรคโควิด -19 และมีสถิติการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย รวมทั้งประสานใช้กลไกด้านการปกครองในระดับพื้นที่ในการเฝ้าระวัง ค้นหา และการแจ้งเบาะแสผู้หลบหนีเข้าเมือง ตลอดจนเพิ่มมาตรการการตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะในพื้นที่จังหวัดชายแดนและพื้นที่ชั้นใน โดยเฉพาะขบวนการนำพาและผู้ให้ที่พักพิงกับแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง ทั้งนี้ ให้ดำเนินการสอบสวนผู้กระทำผิดที่จับกุมได้เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการป้องกันการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๓

พลเอก เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด

หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend