ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2564

สพฐ.แจงนร.นัดแต่งไปรเวทผิดระเบียบ-ครูไร้สิทธิ์ห้ามเด็กเข้าเรียน

5.12K 30
สพฐ.แจงนร.นัดแต่งไปรเวทผิดระเบียบ-ครูไร้สิทธิ์ห้ามเด็กเข้าเรียน

"เลขาธิการ กพฐ." ย้ำแต่งไปรเวทเข้าเรียน 1 ธ.ค. ถือว่าผิดระเบียบ แนะเด็กอยากเปลี่ยนแปลงควรเข้ากระบวนการเสนอแก้กฎ เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติเดียวกัน เตือนครูห้ามทำโทษเกินขอบเขตเพราะมีกฎหมายคุ้มครอง

(30 พฤศจิกายน 2563) นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงกระแสข่าวในสื่อสังคมออนไลน์ว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาหลายโรงเรียน ได้เชิญชวนกันไม่แต่งชุดเครื่องแบบนักเรียนไปโรงเรียนในวันที่ 1 ธ.ค. โดยให้แต่งชุดไปรเวทไปแทนนั้นว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน เห็นว่าควรปฏิบัติตามกฎระเบียบและกฎหมายที่ได้กำหนดไว้

ทั้งนี้ โดยพ.ร.บ.เครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. 2551 ได้กำหนดระเบียบเกี่ยวกับการแต่งชุดเครื่องแบบนักเรียน รวมถึงลักษณะของเครื่องแบบนักเรียน วิธีการแต่ง เงื่อนไขในการแต่ง และการยกเว้นไม่ต้องแต่งเครื่องแบบนักเรียน ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด และเห็นว่า เจตนารมณ์ของระเบียบนี้ ไม่ได้ต้องการที่จะลิดรอนสิทธิเสรีภาพของนักเรียน แต่มองในเรื่องของความปลอดภัยเป็นอันดับแรก

อย่างไรก็ตาม เพราะเมื่อใส่ชุดนักเรียนก็จะมีความแตกต่างจากบุคคลทั่วไป หากเกิดอันตรายขึ้น เครื่องแบบนักเรียนจะสามารถระบุได้ว่ามาจากโรงเรียนไหน ระดับชั้นอะไร อีกทั้ง ยังเป็นการเสริมสร้างระเบียบวินัยผ่านเครื่องแต่งกาย ให้เด็กมีความรับผิดชอบแต่งกายให้ถูกระเบียบตามกฎกติกา เป็นการเริ่มต้นสร้างวินัยให้คนในชาติ


นอกจากนี้ การแต่งเครื่องแบบยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำภายในโรงเรียน เพราะนักเรียนทุกคนได้แต่งเครื่องแบบที่เหมือนกัน ทำให้เกิดความเท่าเทียมกัน เป็นการสร้างอัตลักษณ์และความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ซึ่งในแต่ละโรงเรียนมีเด็กที่มาจากครอบครัวแตกต่างกัน ทั้งเชื้อชาติ ศาสนา ฐานะ หากมีกติกากลางที่ใช้ร่วมกัน ก็จะเป็นการสร้างวินัยให้อยู่ร่วมกันในสังคมโรงเรียนได้อย่างสงบสุข และส่งผลถึงการใช้ชีวิตในสังคมภายนอกต่อไป

ส่วนเรื่องการนัดกันแต่งชุดไปรเวทไปโรงเรียนในวันที่ 1 ธ.ค.นั้น เห็นว่าเป็นการเชิญชวนในลักษณะที่ยังไม่ได้มีการแก้ไขกฎระเบียบ ซึ่งเปรียบเสมือนเชิญชวนให้นักเรียน ไม่ปฏิบัติตามกฎกติกา โดยส่วนตัวเชื่อว่านักเรียนมีวิจารณญาณได้เองว่า จะปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือจะปฏิบัติตามคำเชิญชวนดังกล่าว ซึ่งหากต้องการแก้ไขกฎระเบียบในส่วนนี้ นักเรียนมีสิทธิ์ที่จะเสนอความคิดเห็นหรือความต้องการที่ต่างจากกฎระเบียบเดิมได้

นายอัมพร กล่าวต่อว่า แต่ในการเสนอความคิดเห็นนั้น ควรเข้าสู่กระบวนการแก้ไขกฎหมายตามระเบียบปฏิบัติ จึงจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง ดังนั้น หากต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงก็ต้องนำเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงระเบียบ เมื่อปรับปรุงระเบียบเสร็จเรียบร้อยแล้วเสียงส่วนใหญ่เห็นพ้องด้วย และคนในประเทศเห็นชอบด้วย ก็เข้าสู่กระบวนการแก้ไข เมื่อแก้ไขกฎระเบียบแล้วก็ปฏิบัติตามได้ต่อไป

"หากในวันที่ 1 ธ.ค. มีนักเรียนที่ไม่ใส่เครื่องแบบ และใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียน เราคงไม่สามารถห้ามนักเรียนให้เข้าเรียนได้ ต้องให้เด็กเข้าเรียนตามปกติ แต่คุณครูต้องสอบถามสาเหตุของนักเรียนด้วยว่า ทำไมจึงไม่ใส่เครื่องแบบ โดยดูก่อนว่าเกิดจากเหตุจำเป็นหรือเจตนาที่จะไม่ใส่ ซึ่งหากนักเรียนเจตนาไม่ปฏิบัติตามกฎ ก็มีระเบียบที่เกี่ยวกับบทลงโทษกำหนดไว้แล้ว คุณครูจะไปลงโทษนักเรียนเกินกว่าเหตุไม่ได้ เพราะจะเป็นการละเมิดสิทธิเด็ก ต้องเข้าใจว่าตอนนี้ทั้งครูและนักเรียนต่างมีกฎหมายคุ้มครองเหมือนกัน ทุกคนต้องทำตามกฎกติกา ไม่ใช่ว่าครูจะทำอะไรก็ได้แล้วนักเรียนทำอะไรไม่ได้เลย เพราะทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายบ้านเมืองเหมือนกัน" เลขาธิการ กพฐ. กล่าว

อนึ่ง พ.ร.บ.เครื่องแบบนักเรียน พ.ศ. 2551 

โดยมาตรา 5 บัญญัติว่า ให้นักเรียนแต่งเครื่องแบบนักเรียน โดยลักษณะของเครื่องแบบนักเรียน วิธีการแต่ง เงื่อนไขในการแต่ง และการยกเว้นไม่ต้องแต่งเครื่องแบบนักเรียน ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงศึกษาธิการกําหนด

ทั้งนี้ นักเรียนผู้ใดไม่แต่งเครื่องแบบนักเรียน โดยไม่ได้รับยกเว้นตามวรรคสอง อาจได้รับโทษทางวินัยตามระเบียบที่กระทรวงศึกษาธิการกําหนด  

ขณะที่ มาตรา 7 ผู้ใดแต่งเครื่องแบบนักเรียนโดยไม่มีสิทธิที่จะแต่งหรือแต่งกายเลียนแบบเครื่องแบบนักเรียน ถ้าได้กระทําเพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นนักเรียน ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend