ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2564

3แกนนำ"กลุ่มนักเรียนเลว" รับทราบข้อหาฝ่าฝืน"พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ"

1.77K 27
3แกนนำกลุ่มนักเรียนเลว รับทราบข้อหาฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

3 แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า นักเรียนเลว เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สน.ลุมพินี ทนายความเผยปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมตั้งข้อสังเกตุเพิ่มกระบวนเกินจำเป็นหรือไม่ หลังทราบต้องส่งตัวไปศาลพินิจและคุ้มครองเด็ก

30 พฤศจิกายน 2563 เมื่อช่วงบ่าย นายลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ หรือ มิน น.ส.เบญจมาภรณ์ นิวาส แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "กลุ่มนักเรียนเลว" และนายคณพศ แย้มสงวนศักดิ์ แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "กลุ่มนักเรียนไท" พร้อมทนายความ และผู้ปกครอง เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกของ สน.ลุมพินีในข้อหา ฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ 9 ของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

นางสาวคุ้มเกล้า ส่งสมบูรณ์ ทนายความจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน บอกก่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ว่า พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากพฤติการณ์ในการชุมนุมวันที่ 15 ตุลาคม และยังไม่ทราบรายละเอียดพฤติการณ์ที่พนักงานสอบสวนจะแจ้งทั้งหมด

ทั้งนี้ แนวทางการช่วยเหลือของทนาย ทั้งสามคนจะให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และจะให้การเพิ่มเติมโต้แย้งในพฤติการณ์รายละเอียดของข้อกล่าวหา โดยคดีนี้มีโทษจำคุกไม่เกิน2ปีปรับไม่เกิน 40,000บาท


นางสาวคุ้มเกล้ามองว่า การที่เยาวชนออกมาใช้สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม ถือเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญและกติการะหว่างประเทศ ที่ให้สิทธิชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ และกลุ่มนักเรียนเลว เป็นการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ อยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญ ซึ่งการที่เยาวชนออกมาเรียกร้องต่อรัฐและกระทรวงศึกษาธิการ ก็เป็นการเรียกร้องตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ต้องตั้งคำถามกับรัฐ ว่าการดำเนินคดีขัดต่ออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กหรือไม่

รวมถึงตั้งข้อสังเกตุว่า วันนี้เมื่อให้การปฏิเสธ ตามขั้นตอนก็จะต้องปล่อยตัว เพราะมีผู้ปกครองมารับตัวเยาวชนทั้ง 3 คน และสามารถนัดหมายมาพบกับพนักงานสอบสวน เพื่อส่งสำนวนหรือสอบคำให้การเพิ่มเติม แต่เจ้าหน้าที่จะนำตัวทั้ง 3 คนไปตรวจสอบการรับทราบข้อกล่าวหาที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เพื่อรายงานต่อสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก จึงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องไปเพราะเป็นการมารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียก ไม่ได้ตามหมายจับ จึงมองว่าเป็นการเพิ่มกระบวนการที่เกินจำเป็นหรือไม่

ขณะที่ นายลภนพัฒน์ บอกด้วยว่า การชุมนุมเป็นเสรีภาพอย่างหนึ่ง และการโดนโทษ ก็มองว่าไม่ยุติธรรม ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการทางกฎหมายว่าจะยังไงต่อไป และในฐานะประชาชนก็จะต้องเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

ส่วนคดีที่โดนคือฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินร้ายแรง และหากดูจากพฤติการณ์ สิ่งที่ขึ้นตนเองขึ้นปราศรัยคือการร้องเพลงแจวเรือ ทำให้รู้สึกตลกที่มาแจ้งข้อกล่าวหา จึงมองว่า ไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไรกับการถูกดำเนินคดีแม้ตะเป็นคนร่วมชุมนุมหรืออยู่บนเวีที มองว่าเจ้าหน้าที่รัฐก็ควรจะดูพฤติการณ์ด้วย เพราะเชื่อว่าพฤติการณ์ของตนเองเกี่ยวข้องกับการเมืองน้อยมาก และการแสดงออกด้วยเสียงเพลงไม่น่าจะผิดรัฐธรรมนูญและกฎหมาย

ทั้งนี้การออกไปชุมนุมทางการเมืองควรเป็นเสรีภาพที่ประชาชนกระทำได้ และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กก็รองรับไว้ แต่เมื่อออกไปทำกลับโดนดำเนินคดี ดังนั้นต้องตั้งคำถามว่า เหมาะสมหรือไม่ และสิ่งที่พวกตนโดนแสดงให้เห็นว่ารัฐไม่ปกติ พยายามเล่นงานคนที่ต่อต้านรัฐ และการออกหมายเรียกไม่สามารถหยุดกระบวนการเรียกร้องได้ ต่อให้แกนนำถูกจับหมดก็ตามเพราะการเรียกร้องเป็นเรื่องของอุดมการณ์ไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคลที่จะสูญสลายหายไป

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend