ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2564

ข้อกังขาผล "วัคซีนอ็อกซ์ฟอร์ด" อาจทำโลกฝันค้าง

1.89K 10

ตอนนี้ทั่วโลกเริ่มมีความหวังมากขึ้นว่าวิกฤตโควิด-19 จะยุติลงในอีกไม่นาน หลังผู้ผลิตวัคซีนหลายเจ้าประกาศความสำเร็จในการทดสอบเฟสที่ 3 โดยวัคซีนที่บริษัทแอสตราเซเนกาพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดถือว่ามีความน่าสนใจที่สุดทั้งในแง่ของราคาที่ถูก การเก็บรักษาที่ไม่ต้องแช่เย็นจัด และกำลังการผลิตที่พร้อมกระจายไปทั่วโลก แต่ปรากฎว่า ข้อมูลผลการทดสอบของอ็อกซ์ฟอร์ดที่เปิดเผยมา กลับนำมาซึ่ง "คำถาม" มากมาย จนอาจต้องมีการทดสอบเพิ่มเติมอีกรอบ และอาจทำให้การผลิตและแจกจ่ายวัคซีนต้องล่าช้าออกไปอีก

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาแอสตราเซเนกาและอ็อกซ์ฟอร์ดเปิดเผยว่า ประสิทธิภาพเฉลี่ยของวัคซีนอยู่ที่ 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแม้จะสูงกว่ามาตรฐานของสหรัฐฯ ที่กำหนดขั้นต่ำไว้ 50 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ต่ำกว่าของคู่แข่ง อย่างไรก็ตามแอสตราเซเนกาพยายามชี้ให้เห็นว่า กลุ่มทดสอบที่ฉีดวัคซีนเพียงครึ่งโดสในเข็มแรกและเต็มโดสในเข็มที่สองจะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเป็น 90 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าผู้ที่ได้รับเต็มโดสทั้งสองเข็มซึ่งประสิทธิภาพอยู่ที่เพียง 62 เปอร์เซ็นต์

ผลดังกล่าวทำให้เกิดคำถามตามมาทันทีว่า ทำไมจึงมีการแบ่งกลุ่มทดสอบเช่นนี้ ทั้งที่ปกติต้องแบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับวัคซีนจริง 2 โดสเต็ม และกลุ่มที่ได้รับวัคซีนหลอก หลังจากนั้นทางแอสตราเซเนกาและอ็อกซ์ฟอร์ดจึงชี้แจงเพิ่มเติมว่า จุดเริ่มต้นเกิดจาก "ข้อผิดพลาด" ในกระบวนการผลิตทำให้วัคซีนมีค่าความเข้มข้นน้อยกว่าที่ควรจะเป็น หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาสกลายเป็นการแบ่งกลุ่มทดสอบใหม่ขึ้นมา ซึ่งถึงแม้จะฟังขึ้น แต่ก็มีคำถามในแง่ "ความโปร่งใส" อีกว่า แล้วทำไมแอสตราเซเนกาและอ็อกซ์ฟอร์ดจึงไม่อธิบายแจกแจงเช่นนี้ตั้งแต่ตอนเปิดเผยผลทดสอบครั้งแรก และทำไมถึงเลือกที่จะเอาประสิทธิภาพของสองกลุ่มที่ได้รับปริมาณวัคซีนไม่เท่ากันมาเฉลี่ยรวมกัน


อีกหนึ่งข้อกังวลที่เกิดขึ้นก็คือ "จำนวนกลุ่มตัวอย่าง" ที่อาจมีน้อยเกินไป จนอาจทำให้ผลทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนที่ได้อาจมีความคลาดเคลื่อนสูงหากนำไปทดสอบกับกลุ่มที่ใหญ่กว่านั้น โดยจากผู้เข้ารับทดสอบ 23,000 คนในสหราชอาณาจักรและบราซิล มีเพียง 2,741 คนที่ได้วัคซีนแบบเข็มครึ่ง 8,895 คนได้รับ 2 เข็มเต็ม ส่วนที่เหลือได้รับวัคซีนหลอก นอกจากนี้ยังมีปัญหาในเรื่อง "อายุ" ด้วย เพราะกลุ่มที่ได้รับวัคซีนแบบเข็มครึ่งนั้นไม่มีใครที่เป็นกลุ่มเสี่ยงอายุเกิน 55 ปีเลย จึงอาจทำให้ผลการทดสอบดูดีกว่าที่ควร และที่สำคัญ ทางผู้วิจัยเองก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ด้วยว่า เพราะเหตุใดวัคซีนปริมาณน้อยกว่าจึงมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีเพียงการตั้งข้อสังเกตเบื้องต้นว่า ปริมาณเข็มครึ่งอาจเหมาะกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมนุษย์มากที่สุด

หลังจากเจอคำวิจารณ์และมูลค่าหุ้นของบริษัทลดลงต่อเนื่อง ล่าสุดซีอีโอของแอสตราเซเนกาให้สัมภาษณ์ว่า ทางบริษัทอาจตัดสินใจเริ่มการทดสอบทั่วโลกรอบใหม่โดยใช้วัคซีนแบบเข็มครึ่งทั้งหมด แต่อาจใช้กลุ่มตัวอย่างไม่มากเท่าการทดสอบรอบแรกเพราะทราบถึงประสิทธิภาพเบื้องต้นอยู่แล้ว เพื่อต้องการร่นเวลาให้การทดสอบแล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด

จริงอยู่ที่การทดสอบรอบใหม่อาจทำให้คนทั้งโลกที่หวังได้ใช้วัคซีนราคาถูกภายในไม่กี่เดือนข้างหน้าต้อง "ฝันค้าง" แต่ในทางกลับกัน หากวัคซีนที่ได้ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรแล้ว ต่อให้เร็วแค่ไหนก็คงไร้ประโยชน์ ดังนั้น การอดทน "ตั้งการ์ดรอ" ต่อไปอีกสักพักคงจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้

เรื่องโดย กิตติดิษฐ์ ธนดิษฐ์สุวรรณ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend