ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2564

"พี สะเดิด" กลายเป็นศิลปินขวัญใจวัยรุ่นคนใหม่ มาพร้อมฉายา #เขาเรียกผมว่าเอเรน

251 15
พี สะเดิด กลายเป็นศิลปินขวัญใจวัยรุ่นคนใหม่ มาพร้อมฉายา #เขาเรียกผมว่าเอเรน

เป็นปรากฏการณ์ดังในแบบไม่รู้ตัวก็ว่าได้ กับเรื่องราวปังๆ ของ หนุ่ม พี สะเดิด กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากหลังมีคนเปรียบเทียบลุคของเขากับของตัวละคร "เอเลน" ในแอนิเมชั่นเรื่อง Attack on Titan ซีซั่น 4

กระแสข่าวนี้เรียกว่า เป็นเหตุมาจากการที่หนุ่ม "พี สะเดิด" ได้เข้าตอบในทวิตเตอร์ โดยในครั้งนั้นเขาได้ตอบไปว่า ...ถ้ามีคนตามทวิตเตอร์ ถึงหลัก 1,000 คน เขาจะแต่งเพลง "เขาเรียกผมว่าเอเรน" และล่าสุดผลงานดังกล่าวก็ออกมาแล้วใน เพลงเขาเรียกผมว่าเอเรน เป็นผลงานแนวร็อค ที่พูดถึงคนคนหนึ่งที่เคยท้อแท้ แต่ในที่สุดเขาก็ลุกขึ้นมาสู้ชีวิตอีกครั้ง หลังได้รับกำลังใจ โดยเขาได้ใช้คำว่า "เขาเรียกผมว่าเอเรน" สื่อแทนการให้กำลังใจนั้น โดยผลงานนี้ พี สะเดิด ได้รับหน้าที่แต่งเนื้อ ร้องทำนอง รวมถึงเรียบเรียงดนตรีด้วยตัวเอง 

ที่มาที่ไปกับฉายา "เอเรน

ใครที่เป็นแฟนการ์ตูน แล้วก็เป็นแฟนหนังการ์ตูนอนิเมะก็จะรู้จัก "เอเรน" เอเรน เป็นตัวการ์ตูนหนึ่งในเรื่อง Attack on Titan เหตุเกิดจากมีแฟนคลับเอาภาพและหน้าของ พี สะเดิด ไปจับเปรียบเทียบกับ "เอเรน" จนเกิดเป็นกระแสร้อนๆ บนโลกออนไลน์

ลุคก็ใช่..ชอบมีผ้าโพกหัว

ชาวออนไลน์ในทวิตเตอร์ มักจะเอานำภาพไปเปรียบเทียบกับการ์ตูน อนิเมะ อยู่บ่อยๆ จนหลายคนเหมือนกันเป็นสิบๆตัว ใครมีผ้าโพกหัว ผมยาว ผมสั้น อาจจะมีหน้าของ "พี สะเดิด" ที่ถูกเปรียบเทียบอยู่ตรงนั้นทุกเรื่องและบ่อยครั้ง ภาพทุกคนที่มีผ้าโพกหัว แต่ที่ชัดเจนที่สุดก็คือ เอเรน จนมีคำถามรุมเข้ามา ว่ารู้สึกว่าตนเองเหมือนไหม หนุ่มพี ก็เพียงตอบไปว่า "ก็คล้ายๆ ดีครับ"

เกิดเป็นเพลงขึ้นมาได้ยังไง ได้แรงบันดาลใจอะไร

สำหรับประเด็นนี้ หนุ่มพี ตอบว่า ตนเองนั้นเก็บรูปนี้ไว้ในโทรศัพท์ของตัวเองมาประมาณปี-สองปี แล้วก็ดูอยู่ตลอดในทวิตเตอร์ ว่าเขาพูดถึงเรายังไงบ้าง แล้วมีอยู่วันหนึ่งผมเข้าไปในทวิตเตอร์ ผมถ่ายรูปตัวเองกับเอเรน แล้วเอารูปนี้ไปทวิตฯว่า ผมดูอยู่นะ คือ บอกทุกคนให้ได้รู้ว่าผมดูอยู่ ผมเลยทวิตฯว่า...ถ้าคนฟอลโล่ผมถึง 1,000 จะเขียนเพลง เขาเรียกผมว่าเอเรน แต่คนฟอลโล่กลับมาคือ 10,000 ณ คืนนั้น เราเริ่มคิดหนักเลยว่า เขาเรียกผมว่าเอเรน จะออกมาเป็นรูปแบบไหนกันแน่ เพลงนี้จะเป็นแนวไหนดีแต่ที่เราตั้งใจคือ จะเขียนออกมาขอบคุณที่ฟอลโล่เราถึง 1,000 จะโซโล่นิดๆ หน่อยๆ สามสี่บรรทัด แต่พอไปๆ มาๆ ทุกคนตามเรา เราเลยรู้สึกซีเรียสขึ้นเพราะเขารอเรา 

ก็เลยเปลี่ยนจากความคิดแบบเดิมว่าจะเขียนขอบคุณเปลี่ยนมาเป็น เขาเรียกผมว่าเอเรน เขียนแบบไหนถึงจะให้กำลังใจได้ เพราะว่า เอเรน เขาเป็นนักต่อสู้ ถึงแม้จะผอมบางร่างน้อยดูไม่แข็งแรง แต่เขามีความเสียสละ มีความต่อสู้ ก็เลยเอาคาแรคเตอร์ของเขาเข้ามาไว้ในเพลงนี้ เลยเป็นเพลงให้กำลังใจออกมา ซึ่งผมใช้เวลาในการทำเพลง ผมเขียนประมาณ 15 นาที เพราะว่างคอร์ดในหัว แล้วเนื้อกับทำนองมันมาพร้อมกัน จะให้มันออกมาในกลิ่นไหน คิดในหัวก่อนตอนแรกอัดไกด์ไว้ก่อนเสร็จแล้ว ก็เรียบเรียงดนตรี แล้วก็อัดเพลง ก็เป็นขั้นตอนการทำงานปกติ แต่เพียงแต่ว่าใช้เวลาสั้นสักหน่อยในการทำเพลงนี้ เพราะว่ากลัวทุกคนรอนาน

กระแสตอบรับกับเพลงนี้ หนุ่มพี ก็เล่าขยายความให้ฟังว่า ...

"เรียกว่าน่าตื้นตันใจมากครับ เพราะว่าทุกคนเหมือนเฝ้ารอ พอฟังแล้วทุกคนคาดหวังว่าเพลงนี้น่าจะเป็นเพลงสนุกสนาน เพราะภาพลักษณ์ของผมคนดูว่าสนุกสนาน แต่พอหักมุมมาแบบนี้ทุกคนก็ประหลาดใจกับสิ่งที่เราคิด"

"อาจจะเป็นเพราะ ในทวิตเตอร์ผมมีสัมพันธภาพที่ดีกับน้องๆ ด้วย เพราะคนที่เล่นทวิตเตอร์ค่อนข้างจะเฉพาะกลุ่ม น้องๆนักเรียนค่อนข้างจะเยอะ อย่างที่เห็นได้ชัดเลยคือ เวลาที่เราไปเล่นคอนเสิร์ตก็จะมีคนแต่งตัวแบบ เอเรน มาอยู่หน้าเวทีมากขึ้น ซึ่งส่วนมากเป็นนักศึกษา"

หนุ่มพี ยังเล่าต่ออีกว่า

"ช่วงนี้ มีเยอะเลยครับ จริงๆ ก็มีคนส่งข้อความเข้ามาเรื่อยๆอยู่แล้ว ผมก็ให้คำปรึกษาไปตามที่ให้ได้ แต่ช่วงหลังมานี้ จะเป็นแบบ พี่พี ช่วงนี้หนูจะสอบแล้ว อ่านหนังสือไม่รู้เรื่องเลย อยากสอบได้ขอพรหน่อย เป็นภาพที่ดีที่น้องๆยังเห็นเราเป็นอีกกำลังใจหนึ่งที่ทำให้เขาขับเคลื่อนไปได้ครับ  ส่วนหนึ่ง... อาจจะเป็น กระแสที่มันชัดมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้กับน้องๆ หรือกับวัยรุ่นที่เคยมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน เวลาที่ผมไปทัวร์ตามโรงเรียนก็จะรู้จักกัน แต่ครั้งนี้เหมือนกับว่าเราได้ทวิตฯแล้วเราได้ให้กำลังใจน้องมากขึ้น ใกล้ชิดมากขึ้นก็เป็นอะไรที่ดีครับ"

ขอขอบคุณข้อมูลคัดลอกบางช่วงบางตอนมาจาก : รายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561


เรื่องโดย ธีระวัฒน์ ประกอบบุญ | ภาพโดย รายการต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend