ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2564

หลายฝ่ายสงสัยผลการทดสอบวัคซีนออกซ์ฟอร์ด

313 3
หลายฝ่ายสงสัยผลการทดสอบวัคซีนออกซ์ฟอร์ด

การออกมาเปิดเผยผลการทดสอบวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่พัฒนาร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ในอังกฤษ กับบริษัทแอสตราเซเนก้า เริ่มกลายเป็นที่สงสัยของแวดวงวิทยาศาสตร์เสียแล้ว เมื่อทางสองผู้พัฒนาวัคซีนออกมายอมรับเองว่า ที่พวกเขาพบว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพดีนั้น เป็นเพราะความบังเอิญที่เกิดจากการผิดพลาดของการทดสอบ

คำแถลงที่อธิบายถึงข้อผิดพลาด เกิดขึ้นหลายวันหลังจากที่พวกเขาระบุว่าวัคซีน "มีประสิทธิภาพสูง" แต่ไม่ได้พูดถึงสาเหตุที่อาสาสมัครที่เข้าร่วมการทดสอบบางคนถึงได้รับวัคซีนที่แรงน้อยกว่าในโดสแรกจากทั้งหมด 2 โดส 

ผลการทดสอบที่สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคน ก็คือกลุ่มอาสาสมัครที่ได้รับวัคซีนที่ไม่แรงในโดสแรก กลับมีภูมิคุ้มกันดีกว่าอาสาสมัครที่ได้รับยาครบทั้งสองโดส โดยในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนขนาดต่ำกว่าปกติ มีประสิทธิภาพในการป้องกันโรค 90% ส่วนในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนครบทั้งสองครั้ง ดูเหมือนว่าวัคซีนจะได้ผลแค่ 62%  และตัวเลขเมื่อเอามารวมกันแล้ว ทางผู้ผลิตยาบอกว่า ก็เท่ากับว่าวัคซีนได้ผล 70% 

แต่วิธีการทดสอบแบบนี้ นำไปสู่คำถามจากผู้เชี่ยวชาญ


การทดสอบวัคซีนตัวนี้กระทำกันในสหราชอาณาจักรและบราซิล  ก่อนการทดสอบ จะมีการวางระบบการทดสอบอย่างละเอียด เข้มงวด เพราะหากมีการเบี่ยงเบน ก็อาจจะนำไปสู่ความสงสัยในผลลัพธ์ได้ 

ปัญหาที่เกิดในกรณีของวัคซีนตัวนี้ก็คือ วัคซีนบางโดส มีความเข้มข้นที่ไม่ถูกต้อง ทำให้อาสาสมัครบางคนได้รับวัคซีนโดสแรกเท่ากับแค่ครึ่งโดส แต่หลังจากทราบเรื่อง ก็มีการหารือกัน และตัดสินใจที่จะศึกษาเพื่อเปรียบเทียบระหว่างอาสาสมัครสองกลุ่มนี้

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่ากลุ่มตัวอย่างที่มีจำนวนน้อย ทำให้ยากที่จะทราบถึงประสิทธิภาพของวัคซีนว่าเป็นจริงหรือไม่  โดยกลุ่มที่ได้รับวัคซีนไม่ครบมีเกือบ 3 พันคน ส่วนที่ได้ครบมีเกือบ 9 พันคน 

อีกประการก็คือในกลุ่มที่ได้ไม่ครบ ไม่มีใครอายุเกินกว่า 55 ปี  ขณะคนที่อายุน้อยกว่า มักจะมีการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันหลังได้รับวัคซีนดีกว่าผู้สูงอายุ ดังนั้น เรื่องอายุ จึงอาจจะทำให้วัคซีนขนาดต่ำดูมีประสิทธิภาพมากกว่า โดยไม่เกี่ยวกับขนาดของยา

อีกประเด็นหนึ่งของความสับสน ก็คือการตัดสินใจ รวมผลลัพธ์จากผู้เข้าร่วมทดสอบทั้งสองกลุ่มที่ได้รับวัคซีนในระดับที่แตกต่างกัน จนได้ผลเฉลี่ย 70%  ซึ่งก็ปรากฏว่ามันไม่ได้เป็นตัวเลขที่เป็นตัวแทนของกลุ่มทดสอบใด ๆ เลย

เรื่องโดย ไกรลักษณ์ งามโสภา | ภาพโดย REUTERS
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend