ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2564

"ไบเดน" ตั้ง ครม.คนคุ้นเคย เร่ง "กู้ชื่อ" สหรัฐฯ ในเวทีโลก

397 6

แม้ยังเหลือเวลาอีกเกือบ 2 เดือนกว่าจะสาบานตนรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่โจ ไบเดน ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 46 ก็ไม่รอช้า รีบ "กอบกู้ภาพลักษณ์" ของอเมริกาในเวทีโลกด้วยการเปิดตัวคณะรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการต่างประเทศและความมั่นคงเป็นชุดแรก พร้อมกันทีเดียว 6 คน 6 ตำแหน่ง

1. แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ2. อเลฮานโดร มายอร์กาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ3. เจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ4. ลินดา โธมัส-กรีนฟีลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ5. เอฟริล เฮนส์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ6. จอห์น เคอร์รี ผู้แทนพิเศษด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ

ไบเดนประกาศอย่างชัดถ้อยชัดคำว่าทั้ง 6 คนนี้คือ "ทีมงานที่จะทำให้ประเทศและประชาชนปลอดภัยและมั่นคง นี่คือทีมงานที่สะท้อนข้อเท็จจริงที่ว่า อเมริกากลับมาแล้ว พร้อมที่จะเป็นผู้นำของโลก ไม่ใช่ถอยห่างจากโลกภายนอก"

จากทั้ง 6 คน ชื่อของจอห์น เคอร์รี อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศอาจทำให้หลายคนประหลาดใจมากที่สุด เพราะเป็นตำแหน่งพิเศษที่ไบเดนตั้งขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นว่า ต่อจากนี้สหรัฐฯ จะเอาจริงเอาจังกับการร่วมมือกับทั่วโลกแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อน เพราะจอห์น เคอร์รี คือบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังข้อตกลงปารีสซึ่งเป็นข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2558 และที่สำคัญตำแหน่งนี้ยังเป็นการ "ตอกหน้า" โดนัลด์ ทรัมป์ ที่เชื่อว่าโลกร้อนเป็นเรื่องหลอกลวงและนำสหรัฐฯ ถอนตัวจากข้อตกลงปารีส


ขณะเดียวกันหากสังเกตให้ดีจะพบว่า ทั้ง 6 คนมีคุณสมบัติที่เหมือนกันอย่างน้อย 3 ด้าน ได้แก่ 

1. คนวงในสมัย "โอบามา" ทั้ง 6 คนล้วนแล้วแต่เป็นคนวงในสมัยรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา ซึ่งไบเดนเป็นรองประธานาธิบดีอยู่ 8 ปีทั้งสิ้น เช่น จอห์น เคอร์รี ก็เป็นอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศ, บลิงเคนและโธมัส-กรีนฟีลด์ เป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ, และซัลลิแวนเป็นอดีตที่ปรึกษาความมั่นคงของรองประธานาธิบดี เป็นต้น

2. ผู้เชี่ยวชาญ "ตัวจริง" ไบเดนตั้งใจเลือกสรรบุคคลที่มีองค์ความรู้ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในสาขานั้นๆ มาอยู่ในคณะรัฐมนตรี เช่น มายอร์กาสเป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิมาก่อน และเฮนส์ก็เคยเป็นทั้งรอง ผอ.ซีไอเอและรองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ ไม่เหมือนกับโอบามาที่เน้นเลือกเอา "คู่แข่ง" ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีด้วยกันมาเป็นรัฐมนตรี เช่น ฮิลลารี คลินตัน หรือกรณีของทรัมป์ที่มักตั้ง "คนนอก" เช่น เร็กซ์ ทิลเลอร์สัน อดีตผู้บริหารบริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่มาเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ

3. ความหลากหลาย ในสมัยของทรัมป์ สมาชิก ครม.ส่วนใหญ่มักเป็นผู้ชายและผิวขาว แต่ใน ครม.ชุดใหม่ของไบเดน แม้หลายคนจะเป็นคนคุ้นเคย แต่คน "หน้าเก่า" เหล่านี้ก็กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์ "หน้าใหม่" ขึ้นมา เช่น มายอร์กาสจะกลายเป็นรัฐมนตรีความมั่นคงคนแรกที่มีเชื้อสายฮิสแปนิกเพราะเขาเกิดที่คิวบาและอพยพมาสหรัฐฯ ตั้งแต่ยังเด็ก, เฮนส์จะกลายเป็น ผอ.สำนักข่าวกรองคนแรกที่เป็นผู้หญิง, และซัลลิแวนจะเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติที่อายุน้อยที่สุดด้วยวัยเพียง 43 ปี

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหลายตำแหน่งก็ขึ้นอยู่กับวุฒิสภาว่าจะรับรองตามการเสนอชื่อของไบเดนหรือไม่ เนื่องจากมีแนวโน้มว่าพรรครีพับลิกันจะยังสามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาได้ต่อไป

มาทำความรู้จักกับว่าที่รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ให้มากขึ้น ปัจจุบันแอนโทนี บลิงเคนอายุ 58 ปี มีพ่อเป็นอดีตทูตประจำฮังการี ตัวเขาเองมีประสบการณ์ทั้งด้านการทูตและความมั่นคงมานานถึง 30 ปี ย้อนไปตั้งแต่สมัยยุคบิล คลินตัน โดยเคยเป็นผู้ที่เขียนสุนทรพจน์ให้ประธานาธิบดี และยังมีความสัมพันธ์กับไบเดนตั้งแต่ที่เขายังเป็นกรรมาธิการวิเทศสัมพันธ์ในวุฒิสภา ก่อนจะไต่เต้าขึ้นมาเรื่อยๆ จนล่าสุดเป็นรัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ ดังนั้น การที่ไบเดนเลือกบลิงเคนก็เป็นการแสดงให้ชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ เห็นว่า เรื่องใดก็ตามที่เจรจากับบลิงเคนจะมา "ถึงหู" ของไบเดนแน่นอน

สำหรับคนไทย ชื่อของแอนโทนี บลิงเคน น่าจะเป็นชื่อที่ได้ยินบ่อยที่สุดนับจากนี้ และอาจเดินทางมาเยือนไทยในอนาคตอันใกล้ เพราะในการแถลงเปิดตัว เขาประกาศชัดเจนว่า "สหรัฐฯ เพียงลำพังไม่สามารถแก้ปัญหาของโลกได้" ดังนั้นสหรัฐฯ จะกลับมาให้ความสำคัญกับพันธมิตรโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

แม้หลายคนก็แสดงความกังวลว่า การที่ไบเดนเลือกแต่คนคุ้นเคยอาจทำให้รัฐบาลชุดใหม่ขาดความเห็นและมุมมองที่หลากหลาย และอาจเป็นการย้อนเวลากลับไปราวกับเป็นรัฐบาล "โอบามาสมัยที่ 3" อย่างไรก็ตามไบเดนทราบถึงข้อกังวลตรงนี้ดี และให้สัมภาษณ์ว่า "โลกในวันนี้แตกต่างกับโลกในอดีตอย่างสิ้นเชิง"

เรื่องโดย กิตติดิษฐ์ ธนดิษฐ์สุวรรณ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend