ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2564

"บอ.บู๋" ตอกเดือด!! ถึงอดีตคอลัมมิสต์สื่อดัง บอก 'ลูกผู้ชาย' เขาไม่ทำแบบนี้

43.99K 11
บอ.บู๋ ตอกเดือด!! ถึงอดีตคอลัมมิสต์สื่อดัง บอก ลูกผู้ชาย เขาไม่ทำแบบนี้

"บอ.บู๋-บูรณิจฉ์ รัตนวิเชียร" คอลัมนิสต์กีฬาคนดัง ตอกกลับอดีตคอลัมมิสต์สื่อชื่อดัง เผยเสียความรู้สึกสุดๆ พร้อมบอก 'ลูกผู้ชาย' เขาไม่ทำแบบนี้ หลังอดีตคอลัมมิสต์สื่อชื่อดัง โพสต์ด่ากลับบนเฟซบุ๊ก แถมฝากบอกมีปัญหาเจอได้

จากกรณี เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์ แกนนำกลุ่มคณะราษฎร 2563 ได้โพสต์ข้อความผ่านทวิตเตอร์ "สาดสีพ่นสีถือเป็นสันติวิธี เพราะการใช้ศิลปะแสดงสัญลักษณ์ไม่ได้ทำให้ใครบาดเจ็บล้มตาย ถ้าแค่พ่นสียังถือว่ารุนแรง ผมก็ไม่รู้แล้วว่าโลกนี้เหลืออะไรบ้างที่เรียกว่าสงบ"

ต่อมาเพจเฟซบุ๊ก "ลิเบอรัลไทยแลนด์" แชร์ทวิตเตอร์เพนกวิน พร้อมโพสต์ข้อความว่า "ไปพ่นหน้าบ้าน...ได้ป่าวละ" จากนั้นได้มีนายบูรณิจฉ์ รัตนวิเชียร หรือ บอ.บู๋ นักพากย์ และคอลัมนิสต์กีฬาชื่อดัง โพสต์แสดงความคิดเห็นว่า "ผมจบศิลปะครับ พ่นคำหยาบบนกำแพง ศิลปะบ้านพ่องดิครับ" ซึ่งได้มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเม้นท์เชิงสนับสนุนเป็นจำนวนมาก

ทว่าอดีตคอลัมมิสต์ชื่อดัง กลับโพสต์ถึง "บอ.บู๋-บูรณิจฉ์ รัตนวิเชียร" ว่า ...ยังไม่หายสลิ่มอีกเหรอ...ไอ้บู๋ ลูกกวิ้นเขาไปถึงไหนต่อไหนแล้ว

ล่าสุด "บอ.บู๋" บูรณิจฉ์ รัตนวิเชียร โพสต์ถึงเรื่องดังกล่าวนี้โดยระบุว่า...


ก่อนอื่นก็อย่างที่บอกเมื่อวานนั่นแหละว่าผมไม่แสดงความเห็นเรื่องการเมืองทั้งบนหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์ และในโลกโซเชียลมานานมากแล้ว นอกจากจะต้องการรักษาน้ำใจของเพื่อนในเฟซที่มีทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว ผมยังมองว่าตอนนี้การเมืองแม่งทำให้คนในชาติแตกแยกกันหมดแล้ว

เมื่อก่อนอาจมีบ้างที่แอบด่าไอ้พวกนักการเมืองปากกว้างกว่ากระโถนขี้ กับ ส.ส.ที่แม่งชอบเห่าแข่งกับหมาลงในคอลัมน์ฟุตบอลของตัวเอง หรืออาจมีแซะมีถากในเฟซบ้าง แต่ก็แค่นิดๆ หน่อยๆ ไม่ได้เขียนแบบจริงจัง เป็นเรื่องเป็นราว หรือเอาเป็นเอาตายอะไร กระเดียดไปทางกวนตีนซะมากกว่า ที่สำคัญคือผมไม่ใช่พวกคลั่งชาติ แถมบางจังหวะออกจากชังๆ เสียด้วยซ้ำ - สาบานได้

ฉะนั้น & ฉะนี้ ผมจึงไม่น่าจะไปสร้างความเดือดร้อนให้ใคร หรือสร้างความหงุดหงิดง่าม...ให้ใครในเรื่องนี้นะครับ

นักข่าวรุ่นพี่ อดีตคอลัมนิสต์กีฬาชื่อดัง เมื่อก่อน ผมก็อ่านคอลัมน์ของพี่แกเป็นประจำในนสพ.หัวสีเขียว นอกจากนี้เรายังเคยไปทำข่าวด้วยกันในศึก ยูโร 2004 ที่ประเทศโปรตุเกส เคยไปสนามบอลด้วยกัน เคยสนทนากัน และเคยดื่มกินด้วยกัน

เรียนตามตรงว่าผมชอบพี่แกนะครับ เพราะคุยสนุก และมันดีว่ะ แถมเคารพและนับถือในฐานะคนข่าวรุ่นพี่ที่ประกอบอาชีพเดียวกัน และอยู่ในวงการเดียวกันจนน่าจะเรียกได้ว่าเป็น...'คนกันเอง'

หลังจากศึก ยูโร 2004 ที่เมืองขนมฝอยทอง ผมก็ไม่เคยเจอตัวเป็นๆ แล้วก็ไม่ได้เป็นเพื่อนกันในเฟซบุ๊คด้วย แต่เวลาอ่าน ผมก็ยังชอบอ่านข้อเขียนของพี่เขาเหมือนเดิม กระทั่งวันหนึ่งทราบข่าวว่าแกออกแล้วมาเป็นนักธุรกิจซี่โครงหมูนึ่งซีอิ๊วแบบดิลิเวอร์ลี่ ต่อเมื่อทราบข่าว ผมบอกเมียให้อุดหนุนพี่ ด้วยการสั่งซี้อซี่โครงหมูนึ่งซีอิ๊วของแกมาแ_กหน่อยซี - อร่อยดีเหมือน แต่แกคงไม่รู้หรอกว่าผมนี่แหละบอกให้เมียเป็นคนสั่ง

จนผมโดนทัวร์ลงเมื่อวันก่อน (ด้วยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ อิอิอิ) ก็มีคนส่งที่แกโพสต์ด่าผมในเฟซของแกมาให้ดู (ตามภาพประกอบ) อืมมมมมม...นะ เห็นแล้วก็ งง-งง พลางอุทานในใจ 'เ_ียไรเนี่ย???...คนกันเองแท้ๆ'

เราขาดการติดต่อกันโดยตรง ไม่เคยเจอหน้ากันเมานาน 16 ปี ไม่เคยสนทนากัน ไม่เคยโต้เถียงกัน และไม่เคยมีปัญหาอะไรกันแน่นอน อยู่ดีๆ พี่เขากลับมาด่าผมในโลกโซเชี่ยล เพียงแค่ความเห็นต่างทางการเมืองเนี่ยนะโคตรเสียความรู้สึกเลยครับ-ขอบอก ว่าแล้วผมอยากบอกกับพีว่า...พี่ครับ ถ้าผมเป็นพี่ ต่อให้เห็นต่างทางการเมือง ต่อให้อยู่กันคนละข้าง หรือต่อให้เกลียดชังฝั่งตรงข้ามขนาดไหน คนอย่างผมจะไม่ทำกับ 'คนกันเอง' แบบนี้แน่นอนครับอยากบอกพี่ เผื่อพี่ไม่รู้ว่า 'ลูกผู้ชาย' เขาไม่ทำแบบนี้ครับ เพราะมัน 'หน้า...' ครับพี่ครับ #สลิ่ม...อง...แค่มินเนี่ยน

ก่อนจะคอมเมนต์ต่ออีกว่า "ใครรู้จักหรือเป็นเพื่อนมันในเฟซ ฝากบอกด้วยว่า...มีปัญหา เจอ...ได้"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend