ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2564

รฟท.จ่อเสียค่าโง่นับหมื่นล้าน โครงการรถไฟความเร็วสูง

47.71K 0
รฟท.จ่อเสียค่าโง่นับหมื่นล้าน โครงการรถไฟความเร็วสูง

รฟท.จ่อเสียค่าโง่เป็นหมื่นล้านโครงการรถไฟความเร็วสูงช่วง แก่งคอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า ส่อดราม่า บริษัทคุณสมบัติครบฯ โวยแหลก กรมบัญชีกลาง ทำตัวไม่เป็นกลาง ซัดใช้ดุลยพินิจอนุมัติยกเว้นเป็นการเฉพาะรายเอื้อประโยชน์ชัดเจน

23 พฤศจิกายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีบริษัทแห่งหนึ่ง ขาดคุณสมบัติในการประมูลงาน การประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย และรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงเพื่อเชื่อมโยงภูมิภาค ช่วงกรุงเทพมหานคร-หนองคาย(ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา) งานสัญญาที่ 3-1 งานโยธาสำหรับช่วง แก่งคอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์(e-bidding) เลขที่ กส.04/ปก./2562 และทางคณะกรรมการคัดเลือกของการรถไฟแห่งประเทศ ไทย (ร.ฟ.ท.) ได้ตัดสิทธิ์บริษัทดังกล่าว ด้วยเหตุผลว่า บริษัทนี้ไม่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ เพราะเอกสารการจัดตั้งบริษัทร่วม(เละคุณสมบัติกับผลงาน)ไม่ถูกต้องตามทีโออาร์ แต่ปรากฏว่า บริษัทดังกล่าว ได้ตัดสินใจยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน ที่มีอธิบดีกรมบัญชีกลางเป็นประธาน ซึ่งผลการอุทธรณ์ปรากฏว่า ทางกรมบัญชีกลาง สั่งให้ รฟท. ปฏิบัติตามมาตรา 119 วรรคสอง ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ. )การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 ว่าให้การอุทธรณ์ฟังขึ้น และให้ บริษัทดังกล่าว ซึ่งมีคุณสมบัติและผลงานไม่ครบถ้วน เป็นผู้ชนะการประมูลนั้น


ปรากฏว่า แหล่งข่าวจากบริษัทที่มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะสามารถประมูลงานในโครงการดังกล่าว ได้ให้ข้อมูลว่า กรณีที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นถึงการใช้ดุลยพินิจที่ไม่ถูกต้องของ กรมบัญชีกลาง โดยเป็นการใช้ตำแหน่งหน้าที่และอำนาจ เอื้อประโยชน์ให้ผู้อื่น โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจาก ตามมาตรา 43 ของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ฯ กำหนดไว้ว่า คณะกรรมการอุทธรณ์ ต้องกระทําการตามหน้าที่โดยสุจริต แต่คำวินิจฉัยของกรมบัญชีกลางทุกประเด็นมีข้อสงสัยว่า ขัดกับหลักการที่วางเอาไว้ ดังนั้น ทางบริษัทฯ เห็นว่า การอนุมัติยกเว้นการเฉพาะรายเป็นการเลือกปฏิบัติและละเว้นปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ผู้อื่น นั้น ขัดกับ มาตรา 120 ของ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง ฯ ที่ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าหน้าที่หรือเป็นผู้มีอํานาจหน้าที่ในการดําเนินการเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดซื้อจัดจ้างหรือการบริหารพัสดุ ตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศที่ออกตามความในพระราชบัญญัตินี้โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการจัดซื้อจัดจ้าง หรือการบริหารพัสดุตามพระราชบัญญัตินี้ จะมีโทษทางอาญารุนแรงถึงขั้น จําคุกตั้งแต่ 1 10 หรือปรับตั้งแต่ 20,000 200,000 บาทถึงสองแสนบาทหรือทั้งจําทั้งปรับ

"ที่ต้องการให้เปิดเผยกรณีนี้ก็เพื่อให้ประชาชนและสังคมรับรู้ว่า กรมบัญชีกลางทำตัวไม่เป็นกลางโดยมีการใช้ดุลยพินิจ เอื้อประโยชน์ให้บุคคลรายหนึ่งที่มีคุณสมบัติและผลงานไม่ครบถ้วนตามระเบียบกฎหมาย และมีการใช้ดุลยพินิจแก้กฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้บุคคลรายหนึ่ง ที่ มีคุณสมบัติไม่ครบถ้วน ให้เป็นผู้ชนะให้ได้ ทั้งนี้ ถึงแม้ว่า กรมบัญชีกลางสามารถ กลับผิดให้เป็นถูกได้แต่อย่าลืมว่า สัญญารถไฟความเร็วสูงที่ 3-1 งานโยธาสำหรับช่วง แก่งคอย-กลางดง และช่วงปางอโศก-บันไดม้า นั้น จะเป็นงานที่มีความสำคัญและเกี่ยวพันเป็นผลประโยชน์ของรัฐและประชาชนไทยทุกคน ถึงต้องดำเนินการตามที่กฎหมายและข้อกำหนดต่าง ๆ โดยจะต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้ สม่ำเสมอ และเท่าเทียมกับทุกราย ไม่ใช่ใช้ดุลพินิจพิจารณายกเว้นกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเฉพาะ เพราะการที่จะนำบริษัทที่มี ทุนจดทะเบียน เพียงแค่ 5 ล้าน มาได้รับงานกับโครงการที่มีมูลค่า เป็นหมื่นล้าน จะทำให้ทางภาครัฐเสียหาย ซึ่งอาจจะเสียค่าโง่อีกต่างหากด้วย" แหล่งข่าวกล่าว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend