ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

สาวผู้ประท้วง "อนาจารในรร." ย้ำ ถ้าแก้ปัญหาแบบปกติได้คงไม่ออกมา ด้านชาวเน็ตแห่ให้กำลังใจล้นหลาม

4.89K 12
สาวผู้ประท้วง อนาจารในรร. ย้ำ ถ้าแก้ปัญหาแบบปกติได้คงไม่ออกมา ด้านชาวเน็ตแห่ให้กำลังใจล้นหลาม

สาวผู้ประท้วงเรื่องการทำอนาจารในโรงเรียน จากการชุมนุม "กลุ่มนักเรียนเลว" วานนี้ (21 พ.ย.) อธิบายถึงสาเหตุที่ต้องแสดงออกครั้งนี้ว่า "ถ้าแก้ปัญหาแบบปกติได้คงไม่ออกมา" พร้อมย้อนถึงเหตุการณ์ในโรงเรียนครั้งอดีตที่เป็นบาดแผลในใจจนทุกวันนี้ ขณะที่ชาวเน็ตต่างส่งข้อความให้กำลังใจอย่างล้นหลาม

22 พฤศจิกายน 2563 จากกรณีที่ในการชุมนุมของ "กลุ่มนักเรียนเลว" ที่ย่านสยาม เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ที่ผ่านมา มีหญิงสาวรายหนึ่งที่แต่งตัวเป็นนักเรียนม.ปลาย ออกมาประท้วงเรื่องการถูกทำอนาจารในโรงเรียน จนกลายเป็นกระแสไปทั่วโลกออนไลน์ และทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายๆฝ่ายทั้งในแง่บวกและลบ

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หญิงสาวรายดังกล่าวได้อธิบายเหตุผลไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยบอกว่า "ถ้าแก้ปัญหาแบบปกติได้ หนูไม่ออกมาหรอกค่ะ" #ฝากไว้นะคะ

พร้อมกันนี้ หญิงสาวรายดังกล่าวยังย้อนแชร์โพสต์ที่เคยเขียนไว้เมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมาโดยมีเนื้อหาดังนี้...

เรื่องเล่าและขอเรียกร้องจาก#เด็กที่เคยถูกครูทำอนาจาร

---------------------------------------------------------------------

เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นใน #โรงเรียน....

เมื่อ 5 ปีก่อนหนูถูกครูทำอานาจารพยายามเอามือจับหน้าอก จับด้านในตัว เพราะขอให้ครูช่วยล็อคกลอนประตูห้องน้ำ

เรื่องโง่ๆที่เกิดขึ้น คือ ตรงนั้นมีกล้องวงจรปิด แต่สิ่งที่หนูเลือกทำ คือ ทำท่าทีให้ปกติที่สุด เพราะ กลัวคนอื่นรู้ว่าหนูถูกลวนลาม รู้สึกว่านี่เป็นเรื่องน่าอับอาย กลัวสังคมจะด่าว่าเป็นผู้หญิงแบบไหนปล่อยให้ผู้ชายมาลวนลาม...

ความจริงหนูถูกครูคนนี้ลวนลามก่อนหน้าแต่ไม่รู้ จนมาเล่าให้เพื่อนฟัง เหตุการณ์แรกครูลวนลามบนรถตอนพามาส่งที่บ้าน ครูบอกว่า ''ลงดีดีนะ'' พร้อมกับเอามือลูบขาเบาๆ (ตอนนั้นไม่ได้ฉุกคิดเลย จนเพื่อนบอกว่านี่คือการลวนลามนะเว้ย)

เหตุการณ์ที่สองครูจงใจเบรกรถให้หน้าอกหนูชนหลังครู ครูขี่มอไซด์ไปส่งหนูหน้าห้องน้ำ แต่ระหว่างทางไปครูขี่มอไซด์ไปเบรกไป แล้วก็บอกว่า ''นั่งแบบนี้เดี๋ยวก็หล่นหรอกทำไมไม่นั่งคร่อม'' ตอนนั้นหนูนั่งไพ่ข้าง เขาเบรกจนหนูต้องเปลี่ยนท่าเป็นนั่งคร่อม แต่ถึงต่อให้เปลี่ยนท่าเขาก็เบรกจนถึงหน้าห้องน้ำ

เหตุการณ์ที่สามที่ต่อจากตอนก่อนหน้า หนูถูกครูกอดในห้องน้ำ ด้วยเหตุผลว่าครูเห็นหนูกลัวที่ครูแกล้งเปิดปิดไฟในห้องน้ำ พอหนูเข้าห้องน้ำครูก็เริ่มเปิดปิดไฟรัวๆ หนูตกใจจนร้องไห้ ครูเลยเข้ามากอดแล้วบอกว่า ''ไม่เป็นไรใช่ไหม ไม่คิดว่าจะตกใจกลัวขนาดนี้'' (ปัจจุบันห้องน้ำนั้นทุบทิ้งแล้วเป็นพื้นที่ให้เด็ก และผู้ปกครองนั่งเล่นแทน)

... แน่นอนว่าหนูปล่อยเรื่องนี้ผ่านไป เพราะคิดว่าครูแกล้งด้วยความไม่รู้ ความเอ็นดู ความอะไรสักอย่างที่บอกว่าครูทุกคนเป็นคนดีแหละแต่สุดท้ายครูก็ทำเหตุการณ์นั้น

ด้วยเหตุผลว่า ''คิดว่าหนูสมยอม''

นี่คือคำตอบของที่ทำ ''อาชีพครู''

ผ่านมา 4 ปี หนูตัดสินใจเข้าไปพบผู้อำนวยการเพื่อคุยเรื่องมาตราการดูแลเด็กที่ชัดเจน แต่ทางโรงเรียนบอกว่า ''โรงเรียนมีมาตราการอยู่แล้ว แต่อยากให้ตระหนักว่า #ในหมู่คนดีย่อมมีคนไม่ดี แม้จะป้องกันแล้ว ย่อมมีคนฝ่าฝืน'' และ ''เราไม่สามารถออกมาตราการเฉพาะเพื่อใช้ภายในโรงเรียนได้เพราะเป็นสถานศึกษาใต้การควบคุมกระทรวงศึกษาธิการ''


คำถามของหนูก็คือ ต่อให้มีคนไม่ดีในกลุ่มคนหมู่มาก การตรวจสอบทางด้านจริยธรรมก็เป็นสิ่งที่พึงทำไม่ใช่หรอ ต่อให้มีหรือไม่มีอำนาจอย่างไร หน้าที่ของโรงเรียนคือต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้นักเรียน และให้ความเป็นธรรมกับนักเรียนเมื่อเกิดการเรียกร้องใช่หรือไม่

ในเมื่อทางโรงเรียนไม่สามารถให้ความเป็นธรรมกับหนูได้ หนูเลยมองว่าการพิมพ์และเผยแพร่เรื่องนี้ให้ทุกคนได้รู้จึงเป็นเรื่องที่ควรทำมากที่สุด

เพราะ... อย่างน้อยถ้าหนูไม่ได้ความยุติธรรมจากเรื่องนี้แล้ว หนูหวังว่าอย่างน้อยที่สุด รุ่นน้องและคนอื่นๆที่จบออกมาจากโรงเรียนนั้นจะได้อยู่ในโรงเรียนที่ปลอดภัยสำหรับพวกเขา และสามารถให้ความเป็นธรรมกับเขาได้ ถ้ามีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก

เพราะ....หนูไม่อยากให้ ''โรงเรียน'' สถานที่ที่พ่อแม่เชื่อว่าเป็นที่ที่ปลอดภัยมากที่สุด กลายเป็นสถานที่แห่งการบ่มเพาะความรุนแรง การคุกคามทางเพศ และการใช้อำนาจโดยไม่ชอบ

เพราะ... หนูไม่อยากให้ ''ครู'' คนที่เด็กมอบความไว้ใจกลายเป็นคนที่ใช้ความไร้เดียงสาของเด็กในการทำร้ายเขาอีกแล้ว เมื่อถึงขนาดนี้

หนูมีข้อเรียกร้องสามข้อให้กระทรวงศึกษาธิการไปพิจารณาและดำเนินการต่อไปเพื่อให้นักเรียนได้รับความเป็นธรรมอย่างที่ควรจะเป็น

ข้อหนึ่ง ขอให้ทุกโรงเรียนมีนโยบายอบรมคุณครูเรื่องการรู้จักสิทธิในร่างกายนักเรียนอย่างเป็นรูปธรรม

''ครูหลายท่านเขาจับตัวเด็กด้วยความเอ็นดูนะ ถ้าหนูเรียนจิตวิทยาหนูจะเข้าใจว่ามันทำให้เด็กรู้สึกดี'' นี่คือประโยคของครูที่พูดในห้องขณะพบผู้อำนวยการ

คุณรู้ไหมหนูเคยเข้าใจว่าเขาเอ็นดู หนูเข้าใจอย่างนั้นจนเขาบอกกับหนูว่า ''ที่มาสเซอร์ทำเพราะเข้าใจหนูต้องการอย่างนั้น''

ข้อสอง ขอให้ทุกโรงเรียนมีหลักสูตรอบรมนักเรียนในสิทธิในร่างกาย และรู้วิธีการป้องกันตัว รวมถึงการปกป้องตัวเองหลังจากเจอเหตุการณ์การถูกคุกคามทางเพศ การทำอนาจาร และการข่มขืน

มีเด็กจำนวนมากถูกคุกคามทางเพศ แต่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เพราะตัวเองไม่มีความรู้ และคนที่ไปขอคำปรึกษาก็ไม่มีความรู้ เน้นให้ปล่อยวาง ทำใจให้สบาย อย่าบอกเลยเราเป็นผู้หญิง ฝ่ายเราเสียหายมากกว่า เน้นที่การป้องกันตัวเองดีกว่า

หรือแม้แต่ผู้ชายก็พบการคุกคามทางเพศที่ไม่พึงประสงค์ แต่ไม่มีเด็กออกมาเรียกร้อง เพราะ ไม่รู้ว่าโดนคุกคาม อับอายเพื่อน กลัวมีปัญหากับทางโรงเรียน

ดังนั้นการให้ความรู้เรื่องนี้เด็กจะรู้จักการปกป้องสิทธิของตัวเอง รวมถึงไม่คุกคามผู้อื่นด้วยควาไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนเองทำคือการคุกคามทางเพศ เนื่องจากได้รับการศึกษาที่เหมาะสม

ข้อสามเพื่อให้โรงเรียนเอกชนมีความรับผิดชอบและความโปร่งใสมากขึ้นในการสอบจริยธรรมคุณครูผู้กระทำผิด หนูเรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบโรงเรียนเอกชนที่ครอบคลุมถึงเรื่องของการละเมิดทางเพศของเด็กนักเรียนทุกคนไม่ว่าจะมาจากโรงเรียนภายใต้การกำกับของรัฐบาลหรือของเอกชนก็ตาม และให้อำนาจเต็มกับคณะกรรมการดังกล่าวในการฟ้องร้องให้บุคคล กลุ่มบุคคล หรือสถานศึกษามีความผิดได้ตามกฎหมาย

ทั้งหมดที่หนูได้พูดมานั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับหนู เพราะตั้งแต่ตอนนั้นมา เอินไม่ได้รับสิทธิและการปกป้องอย่างที่พึงจะเป็น รวมถึงสูญเสียโอกาสในการบำบัด เพราะ หลังจากเหตุการณ์นั้นเอินมีภาวะทางจิตเวช [PTSD] เอินวิ่งหนีผู้ชายแปลกหน้าที่เข้ามาคุยด้วย เริ่มกลัวเสียงมอไซต์ ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า (วันนั้นมีเหตุการณ์ฝนตกด้วย) อาการกลัวของเอินถูกพัฒนาจนกลายเป็นโรค panic disorder โรคที่เกิดอาการหวาดกลัวตื่นตระหนกจนหัวใจเต้นเร็ว บางคนหนักถึงมีอาการคล้ายอาการชัก (หนูเป็นแบบหนัก เพราะ ได้รับการรักษาช้า)

เอินสูญเสียชีวิตที่จะได้ใช้แบบคนอื่น...

เอินสูญเสียโอกาสในการทำงาน...

เอินสูญเสียความฝันที่อยากทำ เพราะมีโรคนี้เป็นเงื่อนไขในการใช้ชีวิต

นี่จึงเป็นเหตุผลที่หนูออกมาขอร้องทางผู้ใหญ่ให้มีการสอนเรื่องนี้แบบจริงจัง หนูไม่อยากให้เด็กคนไหนต้องเป็นแบบหนูแล้ว.

ขอให้การศึกษาที่ไม่ครอบคลุมเรื่องการรู้จักสิทธิของตนเอง และครูที่มีความเป็นคนไม่พร้อมมาทำร้ายเด็กอีกเลย.

ปล. ถ้าคุณอยากเห็นโรงเรียนไทยเปลี่ยนแปลงช่วยแชร์เรื่องนี้ออกไป อย่าให้เด็กคนไหนต้องทนทุกข์กับเรื่องแบบนี้อีกเลยนะคะ

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้มีชาวเน็ตในโลกออนไลน์เข้ามาโพสต์ให้กำลังใจและแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ไม่ว่าผู้หญิงคนนี้จะเป็นใคร แต่ต้องไม่มองข้ามประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียนที่ถูกผู้ใหญ่บางคนพยายาม "ซุกไว้ใต้พรม" และไม่ว่าผู้หญิงจะแต่งตัวหรือแสดงออกอย่างไร ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปล่วงละเมิดทางเพศได้

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend