ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ร้องตรวจสอบคลินิก หลังลูกสาวศัลยกรรมทรวงอกเสียชีวิต

339 5
ร้องตรวจสอบคลินิก หลังลูกสาวศัลยกรรมทรวงอกเสียชีวิต

แม่และพี่สาว ของผู้เสียชีวิตจากการผ่าศัลยกรรมทรวงอก ที่หมออ้างคนไข้มีอาการช็อกตายก่อนผ่าตัด แล้วจ่ายเงิน 30,000 บาทให้เพื่อนำศพกลับไปฌาปนกิจที่บ้าน โดยไม่รับผิดชอบ ยืนยันเอาเรื่องถึงที่สุด พร้อมไม่ยอมเผาศพ รอผลชันสูตรพลิกศพ รพ.พญาไท ใน2เดือน เรียกร้องให้คลินิกจะต้องออกมารับผิดชอบ และร้องให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจสอบด้วยว่าเป็นคลินิกที่ขออนุญาตถูกต้องหรือไม่

20 พฤศจิกายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำเมื่อวานนี้ได้เดินทาง ไปยังบ้านเลขที่ 52 บ้านโคกกลาง หมู่ 9 ตำบลเกาะแก้วอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อติดตามความคืบหน้าและสอบถามข้อเท็จจริง กรณีที่ มีผู้โพสต์ข้อความ ทางโซเชียล เรียกร้องความยุติธรรม ข้อความ พรุ่งนี้ 1 เดือนแล้ว ที่ทางครอบครัวได้เสียคนที่รัก และเสาหลักของครอบครัวไป และลูกสาว ตัวเล็กอายุเพียง 4 ขวบ ได้สูญเสียแม่ไป โดยเด็กยังเข้าใจว่า แม่ที่เสียชีวิตไปแล้ว ยังจะกลับมา ทั้งๆที่ความจริง แม่เสียชีวิตไปแล้ว โดยเหตุเกิดจากความไว้วางใจที่เพื่อนสองคนพาไป ทำการศัลยกรรมหน้าอก ที่คลินิกแห่งหนึ่ง ณ สนามบินน้ำ เขตนนทบุรี จนกระทั่ง เกิดการช็อคเสียชีวิตจากการทำ ศัลยกรรมหน้าอก แล้วไม่รับผิดชอบ อ้างว่า คลินิกยังไม่ได้ทำศัลยกรรมใดๆ เพราะแค่เพียงฉีดยา ให้เพียง 2 cc ผู้ตายกับช็อกเสียชีวิตไปเอง โดยยังไม่ได้มีการผ่าตัด

จากการพูดคุยกับ นางสุพัตรา นาใจโทม อายุ 55 ปี แม่ของนางสาวเมริษา ภูมิวิสัย ที่เสียชีวิต เล่าว่า เหตุเกิดวันที่ 17 ตุลาคม 2563 โดยลูกสาวได้ เดินทางไปกับเพื่อนอีก 2 คน เพื่อที่จะไปทำการผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอกที่คลินิกแห่งหนึ่งที่จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเพื่อนของลูกสาวรู้จักดี จึงปล่อยให้ลูกสาวเดินทางไป และ ต่อมา ในวันที่ 18 ตุลาคม 2553 ก็ได้รับแจ้งว่า ลูกสาวช็อก ระหว่างที่รอทำการผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอก ถูกนำส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิต ในเวลาต่อมา ในขณะที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ เรียกสอบ หมอที่ทำศัลยกรรมดังกล่าว ก็ให้การปฏิเสธว่า ยังไม่ได้ทำการผ่าตัดศัลยกรรมใดๆ เพียงแค่ฉีดยาชา ให้เท่านั้น คนไข้กับช็อค จนกระทั่งเสียชีวิต โดยที่ไม่เกี่ยวข้อง กับการผ่าตัดทำศัลยกรรมแต่อย่างใด


แต่หลังจากนำศพ ไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลกลับพบว่า มีร่องรอยการผ่าตัดหน้าอก ของลูกสาว ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ที่หมอศัลยกรรม ให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ซึ่งในที่สุด ทางคลินิกดังกล่าว รับปากว่าจะรับผิดชอบ เยียวยาชดใช้ค่าเสียหายให้ กับครอบครัวผู้เสียชีวิต โดยในเบื้องต้นมอบเงินให้ 30,000 บาท เพื่อการเดินทางนำศพกลับบ้าน แล้วจัดงานศพก่อน จึงนำศพกลับมาตั้ง บำเพ็ญกุศล ที่วัด อุดมธานี บ้านโคกกลางตำบลเกาะแก้วอำเภอเสลภูมิ ร้อยเอ็ด โดยคลินิกดังกล่าว รับปากว่า จะมา ตกลงเจรจา ทำการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยา ให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต ก่อนที่จะมีการฌาปนกิจศพ ในวันที่ 22 ตุลาคม 2563 แต่ปรากฏว่า เจ้าของคลินิกดังกล่าว ไม่ยอมมาเจรจาชดใช้ค่าเสียหาย แม้พนักงานสอบสวน จะออกหมายเรียกให้ มาเจรจา แต่กลับไม่มาพบ ตามที่นัดหมายกัน

สุดท้ายบรรดาญาติจึงตกลงกันว่า จะยังไม่ทำการฌาปนกิจศพในวันที่ 22 ตุลาคม 2563 ตามที่กำหนดไว้ และได้นำศพ ไปฝากไว้ ในห้องเย็นเก็บศพ ที่มูลนิธิแห่งหนึ่งในอำเภอโพนทอง โดยเสีย เงินค่าห้องเย็น วันละ 500 บาท เพื่อรอผลชันสูตร ที่โรงพยาบาลพญาไท ซึ่งจะรู้ผลประมาณกลางเดือนธันวาคม 2563 เพื่อให้เกิดความชัดเจน ถึงสาเหตุการตายก่อน หากเผาศพไปแล้ว จะไม่มีหลักฐาน เพียงพอที่จะเอาผิดกับคลินิกดังกล่าวได้ ดังนั้นจึงยอมเสียเงินวันละ500บาทเพื่อรอผลผ่าชันสูตร เพื่อที่ต้องการให้เกิดความชัดเจนถึงสาเหตุการตาย ที่เชื่อว่าคลินิกดังกล่าวทำให้ลูกสาวเสียชีวิต

ในขณะที่นางสาวศิริกาญจน์ อินต๊ะแก้ว พี่สาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า การผ่าตัดครั้งนี้ เพื่อนที่รู้จักกับคลินิกแห่งนี้เป็นอย่างดีเป็นคนพาไป โดยเพื่อนที่พาไปบอกว่า จะไปทำศัลยกรรม ผ่าตัดเสริมจมูก ที่คลินิกแห่งนี้ ที่เปิดเป็นคลินิกเสริมจมูก แต่ต่อมาได้เปิด คลินิกด้านศัลยกรรมหน้าอกขึ้นมาด้วย โดยเพื่อนที่พาไปบอกว่า ปกติการผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอก จะคิด 5-6 หมื่นบาท แต่เมื่อเดินทางไปพร้อมกัน ก็จะลดราคาให้เหลือเพียง 40,000 บาท จึงได้ชวนกันไปยังคลินิกดังกล่าว ตนเอง ก็มีความเชื่อมั่นมากว่าคลินิกดังกล่าวทำให้น้องสาวเสียชีวิตขณะทำการผ่าตัดศัลยกรรมทรวงอก แล้วปัดความรับผิดชอบ ว่าน้องสาวช็อกตายก่อนผ่าตัด ซึ่งพวกตนไม่เชื่อ เพราะมีร่องรอยการผ่าตัดที่ชัดเจน โดยได้เก็บหลักฐานทั้งหมดทั้งภาพถ่ายทั้งคลิป Video ของการผ่าตัด เพื่อเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี กับคลินิกดังกล่าว รวมทั้งหมอที่ทำการผ่าตัด เป็นคนอำเภอโพนทองจังหวัดร้อยเอ็ด ที่จะต้องออกมาแสดงความรับผิดชอบ ความสูญเสียที่เกิดขึ้น

และนอกจากจะให้คลินิกดังกล่าวต้องมารับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดให้แล้ว อยากจะให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการตรวจสอบว่ามีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ และมีใบอนุญาตในการศัลยกรรมตกแต่งที่ถูกต้องหรือไม่ เบื้องต้นตนเองเชื่อว่า อาจจะเป็นไปได้ที่มีใบอนุญาต แค่การทำศัลยกรรมตกแต่งเสริมจมูก เท่านั้น แต่กลับเปิดบริการด้านอื่นๆ เพิ่มเติมโดยที่อาจจะไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง จึงเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในด้านนี้ ให้ชัดเจนด้วย

เรื่องโดย ธวัชชัย กฤตยาวรกุล | ภาพโดย ธวัชชัย กฤตยาวรกุล
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์