ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563

เปิดอีก 6 มาตราแกนนำส่อโดนแจ้งข้อหาอื้อ

2.40K 14
เปิดอีก 6 มาตราแกนนำส่อโดนแจ้งข้อหาอื้อ

จากการตรวจสอบของ "เนชั่นทีวี" พบว่า ความผิดฐานอื่นๆ ที่เข้าข่ายถูกหยิบมาบังคับใช้กับการชุมนุมและการปลุกระดมเพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจากมาตรา 112 ตามที่เล่าให้ฟังไปแล้ว ยังมีอีก 1 กลุ่มมาตรา คือ "ความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายในราชอาณาจักร"

ซึ่งความผิดในหมวดนี้ มีอยู่ด้วยกัน 6 มาตรา คือ มาตรา 113 ถึงมาตรา 118

เริ่มจาก มาตรา 113 เป็นความผิดฐานกบฏ บัญญัติว่า ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อล้มล้างหรือเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญ เพื่อล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการ หรือให้ใช้อำนาจไม่ได้ / หรือเพื่อแบ่งแยกราชอาณาจักร หรือยึดอำนาจปกครองในส่วนหนึ่งส่วนใดแห่งราชอาณาจักร ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฏ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

เรื่องนี้ก็ต้องย้อนไปดูพฤติกรรมการพูด ปราศรัย หรือการโพสต์ของแกนนำบางคน ว่าเข้าข่ายหรือไม่ แม้จะเป็นข้อหาแรง แต่แกนนำม็อบหลายๆ ม็อบในอดีตก็เคยโดนตั้งข้อหานี้กันมาแล้ว รวมถึงกลุ่มก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

ต่อมา มาตรา 114 ว่าด้วยการตระเตรียมกำลังคน หรืออาวุธ เพื่อก่อการกบฏ หรือเป็นส่วนหนึ่งของแผนการกบฏ รวมทั้งยุยงราษฎรให้เป็นกบฏ มีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี

มาตรา 115 มาตรานี้เหมือนจะมีคนทำแล้วหลายคน บัญญัติว่า "ผู้ใดยุยงทหารหรือตำรวจให้หนีราชการ ให้ละเลยไม่กระทำการตามหน้าที่ หรือให้ก่อการกำเริบ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ต้องไปย้อนดูว่า การโพสต์เรียกร้องให้ตำรวจ ทหาร ละทิ้งหน้าที่มาร่วมม็อบ แบบนี้จะผิดหรือไม่


มาตรา 116 เป็นมาตรายอดฮิต ตำวรจชอบแจ้งข้อหามาตรานี้กับผู้ชุมนุม

โดยมาตรา 116 ระบุว่า "ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใดอันที่มิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต ด้วยเป้าหมายเพื่อ 1.ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายหรือรัฐบาล 2.เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ 3. เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี"

ที่ผ่านมา ผู้ที่กระทำและมีเป้าหมายตามข้อ 2 คือ ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายหรือรัฐบาล จะโดนแจ้งมาตรา 116 แต่จริงๆ กฎหมายเขียนเงื่อนไขเอาไว้ด้วยว่า ผู้กระทำต้องใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย จึงจะเข้าข่ายความผิด ด้วยเหตุนี้แกนนำม็อบ หรือบรรดาผู้อยู่เบื้องหลังหลายคน จึงไม่กลัวมาตรา 116 เพราะแค่โพสต์อย่างเดียว ไม่ได้ใช้กำลัง

แต่ต้องไม่ลืมว่ายังมีเป้าหมายตามข้อ 3 อีกด้วย นั่นก็คือ เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน แต่ก็ต้องถึงขนาดจะก่อความไม่สงบขึ้น คำถามคือเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมา เข้าขายก่อความไม่สงบหรือยัง เพราะการปั่นป่วน ปลุกปั่นนั้นน่าจะทำแน่ สำหรับแกนนำบางคน เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ต้องว่ากันในชั้นศาล

มาตรา 117 ซึ่งมาตรานี้ก็มีแกนนำหลายคนเคยพูดเหมือนกัน คือ ผู้ใดยุยงหรือจัดให้เกิดการร่วมกันหยุดงาน การร่วมกันปิดงานงดจ้าง หรือการร่วมกันไม่ยอมค้าขาย หรือติดต่อทางธุรกิจกับบุคคลใดๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน เพื่อบังคับรัฐบาลหรือเพื่อข่มขู่ประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จะเหฺ็นได้ว่าการยุยงให้หยุดงาน ปิดงาน ไม่ค้าขาย หรือแบนสปอนเซอร์ ก็น่าจะเข้าข่าย แต่ต้องไม่ลืมว่าต้องมีเงื่อนไข หรือในทางกฎหมายเรียก "เจตนาพิเศษ" คือ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดิน หรือบังคับรัฐบาล หรือข่มขู่ประชาชนด้วย ซึ่งการกระทำไหนที่เข้าเงื่อนไขแบบนี้ ก็เป็นหน้าที่ศาลที่จะต้องพิจารณา

สุดท้าย มาตรา 118 ว่าด้วยเรื่อง "หมิ่นธง" ผู้ใดกระทำการใดๆ ต่อธงหรือเครื่องหมายอื่นใดอันมีความหมายถึงรัฐ เพื่อเหยียดหยามประเทศชาติ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ฉะนั้น เวลาไปชุมนุมแล้วมีการนำธงประเทศอื่นมาประกอบการชุมนุม หรือธงของกองกำลังชนกลุ่มน้อยต่างๆ ก็ต้องระมัดระวังเหมือนกัน มิฉะนั้นอาจเข้าข่ายผิดกฎหมาย

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend