ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

"จตุพร" อ่านขาดแถลงการณ์ "ประยุทธ์" แค่ทำให้ขึงขัง หาเหตุงัด ม.112 จัดการชุมนุม

3.17K 30
จตุพร อ่านขาดแถลงการณ์ ประยุทธ์ แค่ทำให้ขึงขัง หาเหตุงัด ม.112 จัดการชุมนุม

"จตุพร" อ่านขาดแถลงการณ์ "ประยุทธ์" แค่ทำให้ขึงขัง ลากถึงคนรัฐบาลก่อเหตุนำ "เสื้อเหลืองปะทะราษฎร" หาเหตุงัด ม.112 จัดการชุมนุม ซัดรัฐบาล-รัฐสภา ก่อสถานการณ์เลยเถิดแล้วหนีเอาตัวรอด ปล่อยปัญหาพุ่งตรงสู่สถาบันเต็มๆ แย้มจวนถึงเวลาสู้กับทุนผูกขาด

เมื่อ 19 พ.ย. 2563 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เฟชบุ๊คไลฟ์ peace talk โดยกล่าวถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกแถลงการณ์มีจุดมุ่งหมายต้องการใช้มาตรา 112 ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับสถาบันมาจัดการเอาผิดผู้ชุมนุม  

นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ออกแถลงการณ์ของนายกฯ ซึ่งสรุปเนื้อหาสำคัญได้ว่า หน่วยความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามหลักสากลเพื่อรักษาความสงบ ความสามัคคีของชาติไว้ แต่สถานการณ์ไม่ดีขึ้น และมีแนวโน้มขยายความขัดแย้งเพิ่ม ดังนั้น ฝ่ายความมั่นคงจะบังคับใช้ กำหมายทุกฉบับและทุกมาตรา  

"ท่านต้องการจะสื่อสารอะไร เพราะหลายเรื่องกลับย้อนแย้งในแถลงการณ์นี้ ผมขอทบทวนความจริงต่างๆจนนำมาสู่สถานการณ์ขณะนี้ เพราะมีหลายองค์กรล้วนมีความเกี่ยวข้องสำคัญทั้งสิ้น ไม่ว่ารัฐบาลและรัฐสภาต้องเป็นด่านหน้าเพื่อไม่ให้กระทบกับสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่พวกท่านกลับหนีเอาตัวรอด" 

อีกทั้ง การประกาศอย่างขึงขังจะใช้ทุกมาตรานั้น รวมความแล้วว่าจะใช้มาตรา 112 แต่มาตรานี้ นายกฯ บอกว่าในหลวง ร.10 ประสงค์ไม่ดำเนินคดีกับใคร หากย้อนอดีตแล้ว มาตรา 112 ถูกนำไปเป็นเครื่องมือแจ้งความขจัดฝ่ายตรงข้ามมาตลอด 

รวมทั้ง สิ่งที่ไม่ได้อธิบายความว่า ไม่ให้ใครไปฟ้องร้องกันเองได้นั้น แต่สิ่งที่ยังดูอยู่คือ ให้อำนาจอัยการสูงสุดไปฟ้องร้องได้ เพื่อป้องกันคนอื่นใช้ไปทำลายกันอีก 

"เมื่อนายกฯ ประกาศเช่นนี้ จึงหนีตัวเองไม่พ้น เพราะเรื่องทั้งหมดมาจากตัวท่านเอง แต่ที่ผ่านมานายกฯ มีโอกาสมากมาย และการพิจารณาร่างแก้ รธน.ทั้ง 7 ฉบับ เพื่อลดความแตกแยก ความขัดแย้ง ถ้าสภาให้โอกาสรับไปก่อนแล้วสถานการณ์จะคลีคลายตามลำดับ"  


นายจตุพร กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (18 พ.ย.) หากใช้หลักรัฐศาสตร์ ไม่เพิ่มเงื่อนไข ให้ทุกฉบับร่างแก้ รธน.เข้่าสภาก่อน แต่การใช้อารมณ์มาอภิปรายในสิ่งที่เป็นเปลือก เหยียดหยามเรื่องเชื้อชาตินั้น ถ้าต่้องการสู้เรื่องเนื้อหาแล้ว ต้องไม่นำเรื่องเชื้อชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง 

เมื่อทัศนคติเป็นปัญหา และทั้งรัฐบาล-รัฐสภาไม่เป็นแหล่งพักความขัดแย้งไว้ เพื่อให้สถาบันพระมหากษัตริย์ได้รับผลกระทบอย่างน้อยที่สุด แต่ทั้งสองแห่งเอาตัวรอดเรื่องจึงถึงสถาบัน และเหลืออยู่เป้าเดียว 

หากยกตัวอย่างเปรียบเทียบคงเป็นว่า ถ้าใครคิดทำร้ายนายกฯแล้ว หน่วยรักษาความปลอดภัยกลับเอี้ยวตัวหลบ กระสุนจึงไปถึงตัวนายกฯ จะรู้สึกอย่างไร โดยคนพวกนี้ต้องยอมพลีชีพก่อน เพราะเป็นหน่วยรักษาความปลอดภัย ดังนั้น รัฐบาลและรัฐสภาต้องเป็นด่านพักด่านแรกไม่ให้เรื่องไปกระทบระคายเคืองต่อเบื้องยุคลบาท 

"แต่นี้กลับเปล่าเลย แล้วมาทำเป็นขึงขัง ทั้งที่เป็นคนเปิดประตูให้ปัญหาเข้ามากัน ลองทบทวนเรื่องที่เกิดมานั้น เป็นเพราะแต่ละฝ่ายเอาตัวรอดกันหรือเปล่า ถ้าเมื่อวาาน (18 พ.ย.) ผ่านทั้ง 7 ร่างแก้ รธน.แล้วเรื่องจะออกมาอย่างนั้นหรือ แต่นี้เอาตามความรู้สึก ต้องการผลักความขัดแย้งมุ่งสู่สถาบันพระมหากษัตริย์แต่เพียงอย่างเดียว" 

นายจตุพร บอกว่า ถ้านายกฯเสียสละคนหนึ่ง อย่างน้อยทำให้สถานการณ์ร้อนได้เย็นลง แม้ไม่เย็นทั้งหมด แต่ได้มีความพยายามระดับหนึ่ง ถ้าแต่ละส่วนทำตามหน้าที่ของตัวเอง บ้านเมืองจะไม่มีสภาพแบบนี้ 

"แถลงการณ์ฉบับนี้ ดูเสมือนหนึ่งว่า เป็นมาตรการเด็ดขาดได้ทำหน้าที่แล้ว ที่ผ่านมาใช้ทุกมาตราตามกฎหมายจนหมดสิ้นแล้ว ตั้งข้อหามากมายอยู่แล้ว แต่แถลงการณ์ฉบับนี้เจตนาจะใช้มาตรา 112 ซึ่งการสร้างความเข้าใจในสถานการณ์นี้ก็มาจากตัวนายกฯเอง" 

การสร้างความสมานฉันท์ ลดความเกลียดชังนั้น โดยเฉพาะเหตุการณ์ปะทะระหว่างเหลืองกับราษฎรที่รัฐสภาเมื่อคืน 17 พ.ย. แล้วลามไปถึงฝ่ายราษฎรถูกยิงนั้น เมื่อเริ่มต้นเสียเลือดกันแล้ว จะหยุดก็เมื่อเลือดไหลนองท้องช้างแล้ว  

ตนพยายามมองโลกในแง่ดีอยู่ว่า ผลการปะทะกันและใช้ปืนยิงใส่กันนั้น ทำให้เกิดแถลงการณ์ฉบับนี้ เพราะในอดีตมีเหตุเพื่อประกาศใช้ พรก.ฉุกเฉิน จำเป็นสร้างสถานการณ์ต่างๆเพื่อให้มีสถานการณ์ฉุกเฉิน 

"ครั้งนี้เช่นกัน การจัดคนเสื้อเหลืองมาปะทะนั้น คนในรัฐบาลเป็นคนจัดการ แต่ไม่มีอะไรออกจากรัฐบาลเลยทั้งการปฏิเสธหรือยอมรับ เพราะข้อเท็จจริงทั้งโชเชียลมีเดีย สื่อมวลชนกระแสหลักรู้กันทั่วอยู่แล้วว่า ใครเอามา เพื่อให้เกิดสถานการณ์ปะทะ แล้วตามมาด้วยการออกแถลงการณ์ฉบับนี้" 

เมื่อทุกอย่างชี้ให้เห็นแล้วว่า ใช้มาตรการทางกฎหมายผลลัพธ์เป็นอย่างไร แต่สิ่งสำคัญที่เหนือกำหมายคือความรับผิดชอบทั้งฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติ ซึ่งต่างเอาตัวรอดทั้งสองฝ่าย และไม่มีวีแววว่าจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร  

"วิธีคิดง่ายๆคือ ตั้งข้อหาแล้วตัวเองจะอยู่ได้หรือไม่ ถามว่าปัญหาจะจบหรือไม่ ทำทุกอย่างปัญหาก็ไม่จบถ้าไม่มองที่ต้นของปัญหา แม้ผ่านแค่ 2 ร่างแก้ รธน.ก็ตาม แต่ผมเชื่อว่า รธน. 2560 จะไม่มีการแก้ไข เหมือน รธน. 2540 และ ปี 2550 ที่ถูกฉีกทิ้ง"  

นายจตุพร ย้ำว่า เจตนาแถลงการณ์ของนายกฯ ไม่มีอะไรมากไปกว่าจะบอกว่า ต้องการเพิ่มมาอีกหนึ่งมาตราเท่านั้น ความจริงแล้วสาเหตุมาจากอะไร แต่สถานการณ์ที่ลุกลามในปัจจุบันนี้ ความจริงคืออะไร 

ปัญหาของชาติบ้านเมืองมีมากมายเหลือเกิน และปี 2564 ไทยยังเผชิญกับโควิด ซึ่งต้องอยู่กับความพินาศย่อยยับ ดังนั้น ประเทศเราต้องมีความเชื่อมั่น โดยรัฐต้องสร้างความเชื่อมั่น และต้องจัดการกับกลุ่มทุนผูกขาด เพื่อจัดสรรทรัพยากรให้คนในชาติ มิฉะนั้น มีแต่กลุ่มทุนบ้างกลุ่มเท่านั้นที่ยังมีลมหายใจกันได้ 

อีกทั้งมีหลายเรื่องราวที่ไม่ได้รับความยุติธรรม จากการผูกขาดเพียงไม่กี่รายในประเทศ ไม่ว่าผูกขาดน้ำเมา พลังงาน เครื่องอุปโภคบริโภคทั้งหลาย วันนี้พื้นที่ของประชาชนแคบเต็มทีแล้ว แต่พื้นที่ทุนผูกขาดยิ่งกว้างมากขึ้น ปท.ที่คนจนอยู่ไม่ได้ แต่คนรวยไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่คิดจะอยู่ในประเทศที่ไม่มีประชาชนที่สร้างความมั่งคั่งให้แก่เขาได้หรือ เพราะทุกคนเป็นคนส่วนใหญ่นั้น ถูกเอารัดเอาเปรียบจากการผูกขาดมาก่อน เราไม่จำเป็นต้องใช้น้ำมันราคาแพง แก๊สราคาแพง ไฟราคาแพง หรือสินค้าเกษตรควรขายได้ราคา แต่ข้าวเปลือกราคาถูก แต่ข้าวสารแพง จึงแสดงว่าชาวนายังยากจน 

เราจะอยู่ในประเทศที่ไม่มีการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังนั้นยากขึ้นทุกที ตนไม่ต้องใช้การปฏิรูปเพราะล้มเหลวชัดเจน แต่ทุนผูกขาดยิ่งอยู่ยั่งยืนยง ประชาชนยากจนลงทุกวัน เชื่อว่า ถึงเวลาหนึ่งคงได้มีโอกาสมาทำหน้าที่ต่อสู้เพื่อสิ่งดีงามกับบ้านเมืองสักครั้ง  

นายจตุพร กล่าวว่า ไม่ว่า สถานการณ์ประเทศจะจบลงท้ายด้วยการรัฐประหารอีก หรือเปลี่ยนตัวนายกฯ หรือนายกฯคนเดิมอยู่ต่อไป ประเทศนี้ถ้าไม่ลุกขึ้นมาต่อสู้กันจริงแล้ว คนไทยคงยากจนไม่มีวันจะมีชีวิตอยู่ได้ อย่างน้อยทุนผูกขาดควรเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง เช่นเดียวกับตัวนายกฯ ถ้าเริ่มต้นเสียสละ ตนเชื่อว่าทุกอย่างจะเย็นลง แล้วเราจะมีความหวัง  

"ถ้าทุกคนรู้จักพอ กล้าเสียสละจะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่งดงามมากที่สุด แม้มีความเป็นไปได้แทบไม่มี เลย แต่ยังหวังอยู่ ก่อนจะไปถึงจุดที่คุยกันไม่ได้"

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend