ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"จตุพร"ชี้เปิดรัฐสภาถกแก้รธน.เท่ากับนับถอยหลังสู่ทางตัน

567 21
จตุพรชี้เปิดรัฐสภาถกแก้รธน.เท่ากับนับถอยหลังสู่ทางตัน

"จตุพร พรหมพันธ์ุ" มอง 17 พ.ย. รัฐสภาเปิดถกโหวตแก้รัฐธรรมนูญ เท่ากับเริ่มนับถอยหลังเดินสู่ทางตัน เชื่อร่างไอลอว์ถูกตีตก ชี้สองม็อบตั้งการ์ดแข็งขืนเข้าหากัน หวั่นไม่พ้นเกิดเหตุปะทะ แขวะทำรัฐประหารได้แต่อยู่ยาก ลั่นทุนผูกขาดอย่าเหิมคุมประโยชน์เบ็ดเสร็จ บอกระวังยามบ้านเมืองลำบากคนไม่ทน

16 พฤศจิกายน 2563 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่าสถานการณ์การเมืองวันที่ 17-18 พ.ย.นี้ รัฐสภาจะลงมติญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งตนต้องตอกย้ำความจำอีกครั้งหนึ่ง เพราะรัฐบาล เป็นฝ่ายแถลงนโนบายพร้อมประกาศวาระเร่งด่วนต่อรัฐสภาเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญ แต่กลับยื้อเวลาตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) มาศึกษา

ทั้งนี้ เมื่อฝ่ายค้านยื่นแก้รัฐธรรมนูญ รวม 5 ฉบับ คือ แก้มาตรา 256 เพื่อเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ทั้งหมด รวมทั้งเสนอแก้รายมาตราอีก 4 ฉบับ เช่น ตัดอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ตัดมาตราระบุถึงคำสั่งประกาศของคณะรัฐประหารออกไป พร้อมรูปแบบบัตรเลือกตั้งส่วนพรรคร่วมรัฐบาล นำโดยพลังประชารัฐยื่นมาเพียงแก้มาตรา 256 เช่นกัน แต่รูปแบบตั้ง สสร.ให้มาจากเลือกตั้งและแต่งตั้ง

อย่างไรก็ตาม ถ้ารัฐสภาโหวตลงมติให้จบในวันสุดท้ายของสมัยประชุมที่ผ่านมาแล้ว สถานการณ์จะไม่หนักเหมือนวันพรุ่งนี้ (17 พ.ย.) แต่ด้วยการชอบแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเป็นวันๆ เท่ากับสะสมกรรมมาร่วมกัน จึงหนักสาหัส ดังนั้น ในวันพรุ่งนี้ร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับของโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) จะเข้าสู่รัฐสภาเช่นกัน โดย ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลกล่าวหาว่า เป็นร่างรัฐธรรมนูญที่รับเงินต่างชาติมาล้มรัฐธรรมนูญ

ขณะที่กลุ่มไทยภักดี โดยแอบอ้างสถาบันฯ มาทำงานการเมือง ได้นัดหมายไปชุมนุมที่รัฐสภาวันพรุ่งนี้ เวลา 09.00 น. แล้วยุติก่อนกลุ่มราษฎร ประกาศนำชุมนุมปิดล้อมรัฐสภาเวลา 15.00 น.แม้กลุ่มไทยภักดีประกาศว่า ไม่น่าจะเกิดม็อบชนม็อบ แต่สถานการณ์จริงไม่ง่ายขนาดนั้น เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมราษฎร ยืนยันว่า รัฐสภาต้องรับร่างแก้รัฐธรรมนูญของไอลอว์ด้วย ดังนั้น การปิดล้อมรัฐสภาทุกด้าน เมื่อสมาชิกรัฐสภาออกไม่ได้ จะโกลาหล ซึ่งหวั่นหนีเกิดเรื่องกันไปไม่พ้น

นอกจากนี้ ทางด้านวุฒิสภายึดกุมมติให้ผ่านการรับร่างแก้รัฐธรรมนูญ จำนวน 84 เสียง เป็นความได้เปรียบเหนือเสียงข้างมากของ ส.ส. เมื่อพิจารณาความเป็นไปได้แต่ละร่างแล้ว ร่างแก้รัฐธรรมนูญของไอลอว์และร่างแก้รายมาตราของฝ่ายค้าน 4 ฉบับ มีความเป็นไปได้เท่ากับเป็นศูนย์

"จึงหนีเหตุปะทะกันไม่พ้น เพราะร่างไอลอว์ต้องถูกล้มโดยปริยาย อีกทั้งร่างแก้มาตรา 256 ของฝ่ายค้าน อาจผ่านเพื่อถูกนำไปอธิบายความชอบธรรม แต่ต้องต่อสู้กันวาระสอง ในที่สุดเสียงรัฐบาลข้างมากคงให้ฝ่ายค้านแก้ไขรายมาตราไม่ได้เลย ส่วนสถานการณ์เมืองจากนี้ไป อาจต้องมีเหตุให้ปะทะกัน แล้วนำไปสู่การอ้างเข้ามาทำรัฐประหาร หรือหากสมาชิกรัฐสภาถูกล้อมขังไว้ในรัฐสภา การยึดอำนาจยังนำไปใช้เป็นสาเหตุได้อยู่ดี และในสถานการณ์นี้การยึดอำนาจไม่ง่าย เพราะอาจยึดได้ แต่อยู่ยาก"นายจตุพร กล่าว


ขณะเดียวกัน กลุ่มคัดค้านแก้รัฐธรรมนูญอย่างไทยภักดี ซึ่งหัวเด็ดตีนขาดไม่เอาร่างไหนทั้งนั้น นอกจากนี้ เมื่อผ่านสถานการณ์ 17-18 พ.ย.แล้ว จะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าร่างทั้งหมดขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยศาลเคยวินิจฉัยคว่ำร่างแก้รัฐธรรมนูญมาแล้ว จนนำไปสู่การถอดถอนประธานรัฐสภาในสมัยนั้น ดังนั้นการปะทะทางความคิดจะมีมาก ในวันพรุ่งนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้ารัฐสภาถูกปิดล้อมอาการน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ซึ่ง 2 วันนี้จะเป็นสถานการณ์นับถอยหลังทางการเมืองได้อยู่ เพราะทั้งสองฝ่ายพร้อมจะมีเรื่องกันได้

อย่างไรก็ตาม ในการวางแผนทางการเมือง ฝ่ายรัฐบาลคิดแต่เพียงเอาความได้เปรียบ โดยไม่ฟังอีกฝ่ายหนึ่งคิดอะไร ที่ผ่านมามักพาผู้มีอำนาจพังมาเสมอ อีกทั้ง ผู้มีอำนาจทุกยุคต้องฟังในสิ่งที่ตัวเองสบายใจเท่านั้น คือ อะไรก็ได้แม้ไม่เป็นความจริง แต่เป็นเสียงประจบเยินยอก็ตาม ซึ่งสุดท้ายผู้มีอำนาจทุกยุคสมัย จบลงด้วยการไม่ได้รับฟังความจริง และกว่าจะได้รับรู้ก็สายเกินไปแล้ว

"การรับฟังแต่สิ่งได้เปรียบนั้น มักจะเกิดความเสียเปรียบทุกด้านเสมอกันด้วย เพราะประชาชนรู้สึกถึงความไม่จริงใจทุกอนูขุมขน ว่า ทุกอย่างเต็มไปด้วยเล่ห์เพทุบาย แม้มีความฉลาดสามารถเอาเปรียบทางการเมืองได้ แต่เมื่ออีกฝ่ายขยับแล้ว การคิดเอาแต่ได้เปรียบครั้งแรก จึงโง่บัดซบที่สุด" ประธาน นปช. ระบุ

สำหรับสถานการณ์ในวันที่ 17-18 พ.ย.นี้ ถ้าแต่ละฝ่ายยึดมั่นเอาจริงกันตามประกาศแล้ว คงเกิดเรื่องแน่นอน แต่ถ้าอีกฝ่ายจริง ส่วนอีกฝ่ายไม่จริง ก็ไม่เกิดเรื่องขึ้น ดังนั้น คำประกาศเอาจริงของทั้งสองฝ่าย เมื่อขยับมาปะทะกัน จะลากสถานการณ์สู่ทางตัน แล้วฝ่ายที่บอกได้เปรียบ จะกลายเป็นฝ่ายเข้ามุมอับทางการเมืองกันเสียเอง

ประธาน นปช. กล่าวด้วยว่า หากถามฝ่ายที่คิดว่า ได้เปรียบทางการเมืองนั้น วันนี้ (16พ.ย.) ได้เปรียบอะไร เพราะทุกอย่างอยู่ในช่วงขาลงรูดรุนแรง ดังนั้น ต้องใช้ความอดทนฟังวิจารณ์ต่อกัน แม้คนอยู่ฝ่ายรัฐบาลมักยึดว่า ถูกท้าทายอำนาจ แต่จริงแล้วรัฐบาลผิดสัญญากับประชาชนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ชอบเล่นแร่แปรธาตุ เอาเปรียบทางการเมือง ทั้งที่ประกาศนโยบายต่อรัฐสภากันเอง

ส่วนพรรคประชาธิปัตย์หาเสียงไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็ควรแสดงอาการมากกว่าพรรคอื่น เมื่อเข้าร่วมรัฐบาล กลับนำการแก้รัฐธรรมนูญมาแลกเปลี่ยน และไว้อธิบายความไม่พอใจของประชาชน ซึ่งความจริงต้องขีดเส้นตายให้รัฐบาลทำ แต่อย่าคาดหวังอะไรจากนักการเมือง เพราะท้ายสุดไม่เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนอยู่ดี

"ผมจึงบอกว่า นับถอยหลัง เพราะกำลังจะจบ แม้ไม่มีเหตุวันที่ 2 ธ.ค. ในคดีการวินิจบ้านพักนายกฯ ซึ่งไม่มีใครเชื่อเหมือนผม คนเชื่อว่ารอด 99% แต่ผมเชื่อไม่รอด 1% เพราะเข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองลุกลาม อีกอย่างหลายเรื่องในอดีตอธิบายไม่ได้ แต่เหนือกว่าข้อเท็จจริงคือสถานการณ์ทางการเมืองว่าจะปิดจ๊อบกันอย่างไร เหมือนการยุบพรรคเมื่อปี 2551 ซึ่งทุกคนรู้ว่า มันไม่ปกติ" ประธาน นปช. กล่าว

นายจตุพร กล่าวต่อว่า ด้วยกรณีเดียวกัน ถ้าศาลยึดหลักมาตรฐานวินิจฉัยกันแล้ว พร้อมทั้งสถานการณ์บ้านเมืองเป็นดั่งขณะนี้แล้ว โดยบางฝ่ายมีความเชื่อถึงขั้น แม้การวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่ง แล้วย้ายออกจากบ้านพักทหาร แต่ยังสามารถถูกเสนอชื่อเป็นนายกฯได้อีกรอบ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ทางเมืองไม่ง่ายแบบนั้นรวมทั้งหลายคนเชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะกลับมาเป็นนายกฯอีก เพราะมองโลกสวยว่า คุมเสียงข้างมากอยู่ มีส.ว. 250 เสียงในกำมือ แต่เป็นแค่การคิดตามหลักคณิตศาสตร์ เพราะทางการเมืองเมื่อไปแล้วไปลับเหมือนตาลปัตรพระเทศ หลังจากนั้นรอขึ้นเมรเผาอย่างเดียว

"สถานการณ์ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ไปนับถอยหลังแล้ว เนื่องจากทางการเมืองเห็นแล้วว่า ยิ่งอยู่ยิ่งสร้างความเสียหายต่อชาติบ้านเมือง รัฐบาลได้พิสูจน์มามากแล้ว จนเกิดวิกฤตประเทศทุกด้าน ปีหน้าจะหนัก และทีมเศรษฐกิจที่เข้ามาใหม่ยังไม่แสดงให้เห็นว่า จะพาประเทศพ้นวิกฤตได้อย่างไร" นายจตุพร ระบุ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บ้านเมืองอยู่ภายใต้ทุนผูกขาดที่เล่นแร่แปรธาตุกับอำนาจ วันนี้ทุนสร้างอำนาจเป็นของคู่กัน จึงยากจะจัดสรรทรัพยากรเป็นธรรมให้เกิดความเท่าเทียม การจัดการทุกอย่างเอาเปรียบทั้งสิ้น เกิดอำนาจเหนือกว่าตลาด เพราะอำนาจทุนเหนือการเมือง จึงเป็นหายนะของประเทศชาติ

"แม้ผมเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญไม่เปลี่ยนแปลง แต่บ้านเมืองจะเป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการก็ตาม ปัญหาของชาติแท้จริงคือทุนผูกขาด ถ้าเล่นเรื่องรถพุ่มพวงขายกับข้าวอีก ผมว่ามีเรื่อง เพราะจะเกิดความรู้สึกที่ไม่เปิดโอกาสให้คนอื่นอยู่ได้ ในยามบ้านเมืองลำบากทุกด้าน ถ้าถึงวันนั้น คนไทยจะไม่ทน"ประธาน นปช. กล่าว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend