ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"พิชัย" ติงรัฐบาลเลิกขายฝัน ชี้เศรษฐกิจไทยยังแย่

825 22
พิชัย ติงรัฐบาลเลิกขายฝัน ชี้เศรษฐกิจไทยยังแย่

"พิชัย นริพทะพันธุ์" ติงรัฐบาลเลิกขายฝัน ชี้เศรษฐกิจไทยยังย่ำแย่ บอกหากนายกฯรัฐมนตรีมีความสามารถเพียงเท่านี้ก็ไม่ควรบริหารประเทศต่อ .

16 พฤศจิกายน 2563  นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย  กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 3 ยังคงย่ำแย่และติดลบอย่างต่อเนื่องที่ - 6.4 % ซ้ำเติมจาก ไตรมาสสองติดลบถึง - 12.2% แม้จะติดลบลดลง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเศรษฐกิจไทยจะพ้นจุดต่ำสุด ตามที่ทีมเศรษฐกิจรัฐบาล โดยนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯ และรมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง พยายามให้ข้อมูลกับประชาชนในสัปดาห์ที่ผ่านมา และน่าจะเป็นความเข้าใจผิดอย่างรุนแรง หรือ อาจจะตั้งใจให้เข้าใจว่าเศรษฐกิจไทยไม่ได้แย่อย่างที่เป็นอยู่

ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยยังคงติดลบมากที่สุดในเอเชียตะวันออก สวนทางกับที่นายสุพัฒนพงษ์ พยายามปฏิเสธ และเศรษฐกิจไทยแม้จะติดลบลดลง แต่ยังไม่ผ่านจุดต่ำสุด และจะยังย่ำแย่ลงต่อไปอีก จากธุรกิจที่จะปิดตัวมากขึ้น จำนวนคนว่างงานจะเพิ่มขึ้น และหนี้เสียธนาคารที่จะพุ่งขึ้นอีก ดังนั้น อยากให้นายสุพัฒนพงษ์ และนายอาคม ได้ไปอ่านบทวิเคราะห์ของ เดอะวอลล์ สตรีท เจอร์นัล และ นิคเคอิ เอเชีย ที่บอกเศรษฐกิจไทย จะแย่ยิ่งกว่าสมัยต้มยำกุ้ง 

อย่างไรก็ตาม ส่วนไม่อยากให้นายสุพัฒนพงษ์ และนายอาคม พยายามขายฝันเหมือนที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ ได้เคยทำและล้มเหลวมาแล้ว การพยายามบอกว่าการลงทุนจากต่างประเทศ จะเข้ามาในปี 2564 และลงทุนจริงในปี 2565 ไม่น่าจะเป็นไปได้ ถ้าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังคงเป็นนายกฯ และที่ผ่านมา 6 ปีกว่า การลงทุนได้หายไปหมด เหตุผลอะไรถึงจะทำให้เปลี่ยนใจได้ 


"นายสมคิดก็บอกแบบนี้ทุกปี แต่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง อีกทั้งนายสุพัฒนพงษ์เอง ก็ไม่ได้มีบารมี เท่ากับนายสมคิดที่ได้ล้มเหลวไปแล้ว แค่เรื่องที่นายสุพัฒนพงษ์และนายอาคมคิดว่า "ชิมช้อปใช้" "คนละครึ่ง" "ช้อปดีมีคืน" จะสามารถฟื้นเศรษฐกิจได้ก็เป็นความคิดที่ผิดแล้ว แค่คิดแจกเงินแล้วเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้น ก็เหมือนกับการให้ยาแก้ปวด แล้วคิดว่าจะรักษาโรคมะเร็งได้ เพราะโครงการดังกล่าวเป็นเพียงแค่นโยบายของเล่น เพื่อหาเสียงเท่านั้น แต่จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้เลย เหมือนที่ทีมนายสมคิดทำมาก่อนเช่น ชิมช้อปใช้ เที่ยวแล้วคืนเงิน เพราะสัดส่วนต่อจีดีพีจะมีน้อยมาก ถ้าหวังเพียงแค่นี้คงหมดหวังแน่" นายพิชัย กล่าว

ส่วนที่ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนใหม่ พูดถึงความมั่นคงของสถานะการเงินการคลังของไทยที่มีทุนสำรองต่างประเทศ แต่ไทยยังจะมีปัญหาอีกมากก็น่าจะเป็นเรื่องจริง และอยากฝากให้ดูแลค่าเงินบาทที่ทำท่าจะแข็งค่าขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเลขาสภาพัฒน์คนใหม่ก็คงพูดตามสคริปต์ เพราะก่อนหน้านี่ออกมาบอกคนจนของไทยลดลง ซึ่งสวนทางกับความเป็นจริงที่เศรษฐกิจไทยย่ำแย่และติดลบ

"สวนทางกับความรู้สึกของคนอย่างมาก อีกทั้ง ยังสวนทางกับรายงานของเลขาฯสภาพัฒน์คนเก่า ที่เพิ่งจะเกษียณอายุไปที่บอกว่า คนจนของไทยในปี 60-63 มีปริมาณเพิ่มขึ้นมาก จึงแปลกใจว่ารายงานของสภาพัฒน์ เพียงต่างกันไม่กี่วันคนจนจากที่เพิ่มขึ้นกลายเป็นลดลงได้อย่างไร แถมรัฐบาลยังมีการแจกบัตรคนจนกว่า 14.6 ล้านคน ยิ่งสวนความจริงเข้าไปใหญ่" รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าว

ขณะเดียวกัน ล่าสุดทูต 5 ประเทศ ทั้งสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเยอรมนี ได้ออกมาเรียกร้องรัฐบาล 10 ข้อ ซึ่งเป็นการเรียกร้องครั้งที่ 2 หลังจากที่เรียกร้องครั้งแรกเมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหากประเทศคู่ค้าหลักของไทย ต้องแสดงความเป็นห่วงและต้องแนะนำไทยถึง 2 ครั้งในเวลาไม่กี่เดือน ก็แสดงว่ารัฐบาลน่าจะมีปัญหาในการบริหารประเทศอย่างมากแล้ว

อย่างไรก็ตาม แนวทางที่แนะนำก็เหมือนกับที่ตนได้แนะนำมานานแล้ว คือ การปรับเปลี่ยนระบบราชการไทยให้เป็นระบบดิจิตอลทั้งหมด หรือ Digitalization ซึ่งจะทำให้เกิดความโปร่งใส สะดวกและไม่ซ้ำซ้อน อีกทั้ง ยังช่วยให้ลดการทุจริตคอรัปชั่นได้อย่างมาก และยังลดขนาดราชการของประเทศไทยลง ซึ่งเป็นทิศทางของโลกในปัจจุบัน

"ถ้าพล.อ.ประยุทธ์และทีมเศรษฐกิจยังยึดติดอยู่ในกรอบเดิม และเพียงคิดแต่จะหลอกประชาชนไปวันๆว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น แต่ไม่ได้ดีจริง พล.อ.ประยุทธ์จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้เลย และคนจะลำบากกันอีกมาก ถ้ามีความรู้ความสามารถเพียงเท่านี้ก็ไม่ควรจะบริหารประเทศต่อไปแล้ว เพราะประชาชนที่ลำบากจะออกมาไล่รัฐบาลกันมากยิ่งขึ้น" นายพิชัย ระบุ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend