ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"ธรรมนัส"แจงยิบไม่ได้แก้สปก.เพื่อเอื้อกลุ่มนายทุน

361 7
ธรรมนัสแจงยิบไม่ได้แก้สปก.เพื่อเอื้อกลุ่มนายทุน

"ธรรมนัส พรหมเผ่า" แจงประกาศคปก.เป็นแนวทางเจ้าหน้าที่ปฎิบัติ เพื่อให้เกษตรกรยากไร้มีที่ทำกินสร้างรายได้ยั่งยืน ยันปัดเปิดช่องให้กลุ่มนายทุนตักตวงผลประโยชน์

13 พฤศจิกายน 2563 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่ากรณีที่ตนได้ปฏิบัติราชการแทนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) โดยลงนามประกาศ คปก.เรื่องรายการกิจการอื่นที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯประกาศ กำหนดมาตรา 30 วรรค 5 แห่งพ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติม

โดยพระราชบัญญัติ ส.ป.ก. (ฉบับที่3) พ.ศ. 2532 และพ.ศ. 2563 เพื่ออนุญาตให้ใช้ที่ดิน ส.ป.ก. เพื่อกิจการอื่นๆที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มีความชัดเจนเกิดมีผลสัมฤทธิ์ ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ปัจจุบันและสอดคล้องตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกำหนดกิจการอื่นที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปเพื่อเกษตรกรรม โดยลงนามในประกาศวันที่ 28 ต.ค. 2563 มีผลบังคับใช้ทันที

ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก ที่ ส.ป.ก.มีอำนาจจัดที่ดินให้บุคคลซึ่งมิใช่เกษตรกร หรือ สถาบันเกษตรกรตามมาตรา 30 วรรค 5 คือ การใช้ที่ดินเพื่อกิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องฯ ตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คปก. ก็มีอำนาจตามพ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตรา 19 กำหนดแนวทางให้ ส.ป.ก. ปฏิบัติได้ (ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 391/2534) โดยเหตุการออกประกาศ คปก. ฉบับดังกล่าว ก็เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย2560 มาตรา 77 ที่รัฐพึงกำหนดหลักเกณฑ์ การใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่และระยะเวลาในการดำเนินการ ตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายให้ชัดเจน และสอดคล้องกับการปฏิรูปประเทศ ด้านกฎหมาย (มาตรา 258 ค (1) )

ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อกิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องฯ ของ ส.ป.ก.จังหวัดต่าง ๆ เกิดความล่าช้า และเกิดการตีความไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้เกิดความชะงักงันของผู้ประกอบการ ขาดความชัดเจนของแนวทางการพิจารณารายการกิจการตามประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำให้เกษตรกรในพื้นที่สูญเสียโอกาสในการได้รับประโยชน์จากการประกอบกิจการ ทั้งทางด้านการตลาด การสาธิต การสร้างรายได้ การสร้างงาน การบริการขั้นพื้นฐานที่พึงเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียมกัน ในทุกพื้นที่

อย่างไรก็ตาม ประกาศ คปก. ลงวันที่ 28 ต.ค. 2563 จึงเป็นการใช้อำนาจตามมาตรา 19 ประกาศรายการกิจการ ซึ่งเป็นกิจการที่พิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินภายใต้กรอบของกฎหมายที่ให้อำนาจไว้ คือ ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฯ เพื่อเป็นแนวทางการใช้ดุลยพินิจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานเท่านั้น ทั้งนี้ การพิจารณาอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อกิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องฯ ยังคงต้องอยู่ภายใต้ระเบียบ คปก. และข้อพิจารณาตามที่กล่าวมาข้างต้นดังนั้น ประกาศ คปก. ดังกล่าว จึงไม่ใช่ฐานทางกฎหมาย ที่จะนำไปสู่การเปิดช่อง หรือเอื้ออำนวยการให้มีการใช้ที่ดิน ส.ป.ก. ไปเพื่อกิจการอื่นที่ไม่ได้บัญญัติไว้ในกฎหมายปฏิรูปที่ดินแต่อย่างใด

"ประกาศฉบับนี้ ผ่านการกลั่นกลองจากนักกฎหมายของ ส.ป.ก. ผู้แทนจาก สภาพัฒน์ อดีต เลขา ส.ป.ก. หลายๆท่าน และประเด็นสำคัญคือประโยชน์สูงสุดคือพี่น้องเกษตรกร อาชีพเกษตรกรผู้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน สปก. เราควรดูแลพวกเขา ตั้งแต่ ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ มิฉะนั้นพวกเขาก็ไม่สามารถหลุดจากกับดักแห่งความยากจนได้ การตลาดมีความสำคัญยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด ดังนั้น กิจการอื่นที่สนับสนุนอาชีพเกษตรกรจึงมีความสำคัญไม่น้อยกว่าการผลิต ประเด็นสำคัญ คือ สาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ คือสิ่งที่พี่น้องเกษตรกรเรียกร้องเพราะต้องการให้มีตลาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานแปรรูปผลผลิตภาคการเกษตร ดังนั้นกิจการที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร คำว่าโรงงานแปรรูปหรือโรงงานที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของเกษตรกรจึงมีกฎหมายรองรับ" รมช.เกษตรฯ กล่าว

ร.อ.ธรรมนัส ยังระบุว่า จากการไปประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจร ที่จ.ภูเก็ต ตนได้รับรายงานจาก ส.ป.ก. และรับฟังเสียงจาก ประชาชน ผู้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก. ว่า สภาพที่ดินส่วนใหญ่กลางเป็นชุมชนไปกว่า 89% มีโรงแรม 3-5 ดาว กว่า 300 แห่ง เป็นโฮมสเตย์ ไม่น้อยกว่า 100 แห่ง ประชาชนในหลายๆจังหวัดก็มีบริบทไม่ต่างกับ ภูเก็ต กระบี่ พังงา ฯลฯ ดังนั้น ควรมีการแก้ไขระเบียบ คปก. เพื่อยึดคืนหลวงก่อนดำเนินการให้ขั้นตอนต่อไป โดยมิให้มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชน


สำหรับกรอบแนวคิดการจัดที่ดินสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มีดังนี้

1.ฐานอำนาจการจัดที่ดินกิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องฯ

-พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532 ขยายขอบเขตการจัดที่ดินให้กว้างขวางขึ้นจากการนำที่ดินรัฐหรือที่ดินที่จัดซื้อ มาจัดที่ดินให้แก่เกษตรกร สถาบันเกษตรกร เพื่อประกอบเกษตรกรรม หรือการเลี้ยงสัตว์ใหญ่ ให้มีอำนาจจัดที่ดินให้บุคคล (บุคคลธรรมดา นิติบุคคล :ไม่จำเป็นต้องเป็นเกษตรกรเท่านั้น) เพื่อประกอบกิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามมาตรา 30 วรรค 5 ดังนั้น ส.ป.ก. จึงมีอำนาจจัดที่ดินนอกจากการประกอบเกษตรกรรม ซึ่งมีกฎหมายบัญญัติให้อำนาจให้กระทำได้โดยชอบ

2.ขอบจำกัดของกิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องฯ

-กิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องฯ จะต้องเป็นกิจการตามที่รมว.เกษตรและสหกรณ์ประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา

3.กรอบการพิจารณาการเป็นกิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องฯ

- กิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องฯ ต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม โดยพิจารณาจากลักษณะของกิจการและผลที่ได้จากการประกอบกิจการ (ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามหนังสือที่ นร 0601/596 ลว 3 เม.ย. 2535) ซึ่งเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินได้รับประโยชน์ จากกิจการนั้นโดยตรง (คำสั่งศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. 1728/2559)

4.ประเภทกิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องฯ ตามกฎหมายปฏิรูปที่ดินปรากฏตามที่ประกาศไว้ในประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง กำหนดกกิจการอื่นที่เป็นการ สนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามมาตรา 30 วรรค 5 แห่งพ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532 (วันที่ 27 พ.ย. 2533) และ ฉบับที่ 2 (วันที่ 9 พ.ค. 2543) คือ

1. กิจการที่เป็นการสนับสนุนการปฏิรูปที่ดิน หมายถึงกิจการ

1.1 กิจการทางวิชาการเกษตร การสาธิต การทดลอง เพื่อประโยชน์ทางการเกษตร

1.2 กิจการที่ส่งเสริม หรือประกันราคาพืชผลทางเกษตร หรือลดต้นทุนการผลิตทางการเกษตร

1.3 กิจการที่เป็นข้อตกลงร่วมกัน ส.ป.ก. ในการดำเนินการผลิตและการจำหน่ายผลิตผลทาง การเกษตร

1.4 กิจการที่เป็นการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม และปัจจัยการผลิตตลอดจนการผลิต การจำหน่าย และการตลาดให้เกิดผลดียิ่งขึ้น

2. กิจการที่เป็นการเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หมายถึง กิจการแปรรูปผลิตผลเกษตรกรรม ซึ่งใช้ผลผลิตทางการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินเป็นหลักกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับประเภทกิจการอื่นที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องฯ ตามที่กำหนดไว้ในประกาศ ให้ คปก. พิจารณาวินิจฉัย (คปก. ไม่มีอำนาจกำหนดกิจการอื่นที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่อง)

1.5 กิจการที่เป็นการบริการหรือเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่ของเกษตรกรในด้านเศรษฐกิจและสังคมในเขตดำเนินการปฏิรูปที่ดิน ซึ่งกิจการนั้นต้องอยู่ในพื้นที่ที่ คปก. กำหนดให้เป็นพื้นที่เพื่อการนี้โดยเฉพาะ

5.หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อประกอบกิจการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องฯในขณะที่ มาตรา 30 วรรค 5 เป็นฐานอำนาจให้ ส.ป.ก. มีอำนาจจัดที่ดินสำหรับกิจการอื่นที่เป็น การสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องฯ แต่ทั้งนี้ ยังต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบที่ คปก. กำหนด โดยความเห็นชอบของครม. ซึ่งกำหนดไว้ในระเบียบ คปก. ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการอนุญาตและการให้ผู้รับอนุญาตถือปฏิบัติในการใช้ที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ สำหรับกิจการที่เป็นการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2541

- ผู้มีอำนาจพิจารณา คือ - คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน หน่วยงานราชการส่วนภูมิภาค ผู้แทนภาคเอกชน ผู้แทนเกษตรกร) (ระเบียบ คปก. ข้อ 7)

- แผนงานโครงการฯ - ต้องแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ที่คาดว่าเกษตรกร สถาบันเกษตรกร เพื่อประกอบคำขออนุญาตฯ และ ส.ป.ก. จะได้รับ (ระเบียบ คปก. ข้อ 4 (ช) )

- การบูรณาการร่วมกับชุมชน - กิจการที่ขออนุญาตจะต้องไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อชุมชนและ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งความปลอดภัยของราษฎรในพื้นที่ (ระเบียบ คปก. ข้อ 11) (มีการประชาคมหมู่บ้าน/การประชุมสภา อบต. ในพื้นที่)

- การควบคุมตามกฎหมายอื่น- ก่อนลงมือก่อสร้างผู้เช่าต้องแสดงหลักฐานการได้รับอนุญาตให้ ก่อสร้างและต้องแสดงใบอนุญาตประกอบกิจการตามกฎหมาย มิเช่นนั้น ส.ป.ก.มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่าได้ (สัญญาเช่าที่ดินฯ ข้อ 5 - 6)

- ขนาดเนื้อที่ที่อนุญาต - ไม่เกิน 50 ไร่ (มาตรา 30 วรรค 5)

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend