ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2564

เปิดใจเจ้าบ่าว หอบสินสอด 4 แสนแต่งกับศพ

808 5
เปิดใจเจ้าบ่าว หอบสินสอด 4 แสนแต่งกับศพ

ประเด็นที่โลกออนไลน์พูดถึงกันอย่าง กรณีของ "น้องโอม" เจ้าบ่าวที่แต่งกับศพ พร้อมหอบเงิน 4 แสนบาท มาเป็นสินสอดนั้น ล่าสุดรายการถามสุดซอยได้พูดคุยกับเจ้าบ่าวถึงประเด็นนี้แบบหมดเปลือก

รายการ "ถามสุดซอย" ทางช่องเนชั่น ช่อง 22 ดำเนินรายการโดย "เอิ๊ก พรหมพร ยูวะเวส" เปิดใจสัมภาษณ์ "เอ หมื่นศพ" จิตอาสาแต่งหน้าคนตาย รวมทั้ง "น้องโอม" เจ้าบ่าวที่แต่งกับศพ

ตอนนั้นที่ไปแต่งหน้าศพ ใครเป็นคนติดต่อ?

เอ : "น้องคนที่เสียชีวิต ตอนเขานอนรักษาตัวที่รพ. เขาได้คุยกับแม่ว่าอย่าลืมพารถป้าเพ็ญ พี่เอแต่งหน้าศพ ต้องคันนี้และคนนี้"

เป็นจิตอาสาแต่งหน้าศพอยู่แล้ว พอไปเจอน้องที่เป็นผู้ตาย รู้มั้ยต้องแต่งเขาเป็นเจ้าสาว?

เอ : "ตอนแรกไม่รู้ แต่ผมได้ขอขมาลาโทษเรียบร้อยก่อนลงมือแต่ง สักพักแม่น้องเดินเข้ามาบอกว่าอยากได้ชุดไทย เขามีสัญญาใจกับแฟนว่าอยากเป็นเจ้าสาว ปีหน้าจะแต่งงานกัน แต่มาจากไปเสียก่อน ผมก็เลยโอเค เดี๋ยวแต่งแนวเจ้าสาวให้"

แต่งหน้าปกติกับแต่งหน้าศพ ต่างกันยังไง?

เอ : "เนื้่อคนมีชีวิต แป้งติดง่าย แต่เนื้่อคนตาย โดยเฉพาะศพที่ฉีดฟอร์มาลีนมา จะแข็งกระด้าง ซีดเขียว บางเคสดำไหม้ เราต้องหาวิธีให้เขาดูสดใส ผมใช้พู่กันผสมสีแล้ววาดเลย เป็นสีเครื่องสำอางที่คนเป็นทั่วไปใช้กัน น้องเป็นใบหน้าที่สมบูรณ์ แต่ผิวไม่สมบูรณ์ เป็นผิวผ่านการฉีดฟอร์มาลีนมา"

เคยแต่งหน้าให้ศพมั้ย?

เอ : "เคยหลายเคส ผมแต่งมาหมื่นกว่าศพ แต่เคสที่เป็นเจ้าสาวที่เคยเจอน่าจะ 10 กว่าศพ"

ทำไมแต่งเป็น?

เอ : "ความฝัน เมื่อ 12 ปีที่แล้วผมฝันว่าตัวเองไปทำอะไรกับศพสักอย่าง แล้วไม่รู้ใครยื่นเครื่องสำอางให้ผม คนนั้นเป็นผู้หญิง ผมยาว ใส่ชุดขาว เขาบอกว่าให้ทำแบบนั้นแบบนี้ บางทีเหมือนจับมือผม ทุกวันนี้เวลาผมแต่ง มีคนเห็นผู้หญิงคนนั้น กรณีแต่งเคสนี้เสร็จ ญาติเขาก็ถามว่าผู้หญิงสวยๆ ช่วยคุณเอแต่งหน้าไปไหน ผมก็บอกว่าผมทำคนเดียว"

พอฝันก็รู้สึกว่าต้องมาเป็นจิตอาสา?

เอ : "ครับ หลังจากนั้นก็เข้าวงการกู้ภัย ไปช่วยเก็บศพ ยกศพ"

แต่งหน้าศพต้องทำพิธีอะไรมั้ย?

เอ : "จุดธูปขอขมาลาโทษก่อน เพราะศพเราต้องจับศีรษะเขา อย่าไปทำโดยพลการ และต้องหัดพูดกับศพบ้าง พูดว่าผมมาทำแบบนี้ให้เพื่ออะไร เดี๋ยวจะปัดสีแก้มโทนสีนี้้ให้นะ ทาลิปสีนี้นะ ส่วนมากไม่ให้ใครมามุงให้วุ่นวาย"

รู้ได้ไงว่าหน้านี้ต้องแต่งแบบไหน?

เอ : "ใบหน้าศพจะเป็นผู้บอกเราโดยเซ้นส์ เบ้าหน้าเขามาลักษณะนี้ ผมดูแป๊บเดียวก็เก็ตทันทีว่าต้องทำยังไงให้เขา ใช้จากประสบการณ์"

แต่งแล้วญาติๆ ผู้เสียชีวิตไม่พอใจ มีมั้ย?

เอ : "ไม่มี แต่ผู้เสียชีวิตมาเข้าฝันว่าน่ะมี มาต่อว่าว่าไปโกนหนวดเขาทำไม"

งานนี้ที่ไปแต่งหน้าผู้ตาย มีอะไรแปลกๆ มั้ย?

เอ : "ณ เวลานั้นตอนแต่ง ผมได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้เบาๆ และเห็นเป็นร่างเงาผู้หญิงผอมบาง เหมือนเขามายืนดูผมแต่งหน้า"

"น้องโอม" เจ้าบ่าวหมาดๆ เป็นแฟนกับน้องกิ๊ฟ ที่เสียชีวิต รู้จักมานานมั้ย?

โอม : "สองสามปีครับ ตอนแรกเขาอยู่บุรีรัมย์ แล้วตามแม่มาทำงานที่ชลบุรี เขาก็มากับแม่ ผมก็เจอเขาในเฟซบุ๊ก ตอนนั้นเขาแข็งแรงดี มาป่วยต้นปี 63 นี่เองครับ"


หลังคบได้ 2 ปี น้องกิ๊ฟป่วยเป็นอะไร?

โอม : "ตอนแรกเป็นฝีคัณฑสูตรที่ก้น พอหมอจะไปผ่าตัดผ่าไม่ได้ เกล็ดเลือดขาวน้องต่ำ หมอเลยให้พักรักษาไปก่อน พอหมอนัดอีกทีพบตับวายเฉียบพลัน และติดเชื้อในกระแสเลือด เข้ารพ.ล่าสุดวันที่ 16 ต.ค.นี่เองครับ"

ก่อนป่วย มีแผนแต่งงานกันตอนไหน?

โอม : "ปี 64 แต่ยังไม่ได้กำหนดวัน ผู้ใหญ่รับรู้ เขาคุยกันไว้แล้ว"

คุยถึงขั้นสินสอดเท่าไหร่ด้วย?

โอม : "ใช่ครับ ก่อนน้องเสียน้องเขาวิดีโอคอลหาผม บอกว่าถ้าเขาตายไป แต่งงานให้เขาได้มั้ย เขาอยากใส่ชุดไทย อยากแต่งงาน ตอนนั้นก็ว่าเขาไม่อยากให้เขาท้อ ออกมาจะแต่งให้ แต่น้องเขารอไม่ได้ เขาทนไม่ไหว ก็เสียใจ ผมไม่คิดว่าเขาจะจากไป ผมคิดอย่างเดียวเขาต้องหาย ตอนนั้นผมอยู่บ้านเพิ่งกลับจากเยี่ยมน้อง แล้วก่อนเสียชีวิตประมาณ 2 วัน น้องก็วิดีโอคอลมาพูดเรื่องแต่งงาน"

ได้บอกแม่มั้ย ถึงน้องไม่อยู่ก็จะแต่งงาน?

โอม : "บอกครับ พ่อแม่ก็ยินดีทำให้น้องเขา ฝั่งกิ๊ฟก็ไม่มีการคัดค้าน"

สินสอดยังไงก็ต้องให้พ่อแม่ฝ่ายหญิง ใครคุยกับใคร?

โอม : "แม่ผมคุยกับพ่อว่าสินสอดจะยกให้ฝ่ายหญิงหมดเลย เงิน 4 แสน แต่ทองแบ่งกันคนละ 10 บาท เงินสดให้หมดเลย"

ใครออกเงินในการทำพิธี?

โอม : "แม่ผมครับ พิธีศพกับงานแต่งงานก็จัดวันเดียวกัน สวดอภิธรรมศพก่อน เศร้าครับ ต้องผูกข้อมือคนเดียว แต่งคนเดียว"

พิธีแต่งงานเริ่มจากอะไร?

โอม : "แห่ขันหมากครับ เป็นญาติพี่น้องที่มาร่วมงานฝั่งบุรีรัมย์นี่แหละครับ มีสวมมงคลเจ้าบ่าวเจ้าสาว ตอนนั้นเจ้าสาวอยู่ในโลง มีคนคอยทำพิธีให้"

"แม่อ้อม" แม่น้องกิ๊ฟอยู่ในสาย ตอนแม่โอมบอกว่าถึงแม้น้องเสียชีวิตไปแล้วจะขอจัดงานแต่ง ตอนนั้นรู้สึกยังไง?

แม่อ้อม : "ก็ดีใจที่น้องโอมทำตามที่พูดกับน้อง เราตั้งใจยกลูกสาวให้เขาอยู่แล้ว"

มีใครคัดค้านบ้างมั้ย?

แม่อ้อม : "ไม่นะคะ ตอนไปเยี่ยมญาติพี่น้องก็ไปกันหลายคน ญาติให้เงินน้อง ประเพณีคนบ้านของคุณแม่ การให้เงินคือการซื้ออายุคนเจ็บป่วย ทีนี้พอน้องกำเงินเสร็จก็ยื่นให้พ่อน้องโอม แล้วบอกพ่อน้องโอมว่าพ่อคะ นี่เงินค่าสินสอด เราก็พากันหัวเราะ นึกว่าน้องพูดเล่นๆ แต่วันอาทิตย์น้องวิดีโอคอลไปคุยกับคุณแม่น้องโอมว่าอยากใส่ชุดไทย อยากแต่งงาน และเขาก็พูดกับคุณแม่ด้วยว่าแม่คะ ถ้าหนูไม่อยู่แล้ว แม่ต้องเอาหนูกลับบุรีรัมย์นะ ให้รถป้าเพ็ญไปส่งถึงบ้านนะคะ แล้วให้ลุงเอแต่งหน้าให้หนูสวยๆ นะคะแม่ เราใจไม่ค่อยดี ก็บอกว่าเขาพูดเรื่อยเปื่อย หนูต้องอยู่กับแม่ เขาก็บอกว่าเขาอยู่กับเราไม่ได้แน่นอน เราก็ร้องไห้ มันจุกค่ะ เรื่องนี้คุยวันอาทิตย์ แล้วคุยไลน์กับเพื่อนวันจันทร์ พอวันพุธน้องก็เสียชีวิต"

บรรยากาศวันงานเป็นยังไง?

แม่อ้อม : "พอสวดอภิธรรมเสร็จ ก็เป็นการแห่เจ้าบ่าวมาเข้าประตูวิวาห์ มีกั้นประตูเงินประตูทองค่ะ เจ้าบ่าวก็เข้าพิธีมงคลสมรสโดยแต่งกับน้อง มีแค่รูปถ่ายที่ไว้หน้าศพ ให้น้องมาทำพิธีตรงหน้าโลงศพ"

มีการเตรียมเสื้อผ้าให้เจ้าบ่าวและเจ้าสาวด้วย?

แม่อ้อม : "ค่ะ น้องใส่ชุดไทยสีแดง เป็นความประสงค์ของน้องด้วยค่ะ เขาคุยไว้ว่าชอบประมาณแบบนี้ เขาจะเอาให้ดู เสิร์จจากกูเกิลให้ดู ตอนเขามีชีวิตอยู่ ตอนน้องยังสุขภาพดีอยู่ คุยกันว่าสไตล์แบบนี้สวย สีนี้สวยนะแม่ ทีนี้แม่น้องโอมเลยไปซื้อชุดมาเลยโดยไม่ได้เช่า"

จัดงานแต่งให้ลูก แต่ลูกเสียไปแล้ว เจ้าบ่าวก็ยังยืนยันจะแต่งงานอยู่ รู้สึกยังไง?

แม่อ้อม : "ถามว่าเสียใจมั้ยงานแต่งงานที่ไม่มีลูกตัวเองเข้าพิธีมงคลสมรส เสียใจนะคะ แต่ดีใจที่โอมเป็นผู้ชายที่รักน้องกิ๊ฟด้วยใจบริสุทธิ์ รักด้วยใจจริง ถึงแม้วันนี้ไม่มีน้องอยู่ ก็ยังทำตามสัญญาที่เคยให้กับน้องกิ๊ฟไว้ แม่จะบอกน้องโอมว่าถึงวันนี้ไม่มีน้องกิ๊ฟ แม่ก็รักโอมเหมือนลูกเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง"

โอมอยากพูดอะไรกับแม่อ้อม?

โอม : "รักแม่ครับ ผมคิดว่าแม่เป็นแม่แท้ๆ คนนึงครับ"

แม่อ้อม : "แม่ก็รักโอมเหมือนกันค่ะ"

ถ้าวันนี้ยังพูดกับกิ๊ฟได้ อยากพูดอะไร?

โอม : "รักเหมือนเดิมครับ รักเหมือนวันแรกที่คบกัน ไม่มีเปลี่ยนแปลง"

เอ : "มีเรื่องนึงที่น้องพูดกับผมตอนนั่งรถมา เขาบอกว่าก่อนน้องเสียชีวิต เคยบอกว่าถ้าเขาตายจะได้ออกทีวี แล้วก็เป็นจริง"

น้องพูดกับโอมเหรอ?

โอม : "ครับ พูดตอนอยู่รพ.วันสุดท้าย เขาพูดว่าถ้าเขาเสียชีวิตไปเขาจะได้ออกทีวี ตอนนั้นก็หัวเราะ ไม่เชื่อ แล้วก็บอกว่าอย่าพูดไร้สาระ ต้องไม่ตาย ต้องหาย"

เอ : "เหมือนเป็นบุพเพสันนิวาสมาก แล้วเขาเลือกถูกคนด้วย ในพื้นที่มีทั้งสื่อและบุคคลสำคัญติดตามการแต่งหน้าศพอยู่ พอลงเรื่องราวไม่ถึง 2 ชม. ก็ยาวเลย"

หลังจากนี้วางแผนไว้ยังไงบ้าง จะแต่งงานได้อีกมั้ย?

โอม : "แต่งได้อีกครับ แต่งกับศพเขาตัดพิธีงานแต่งให้แล้ว"

เอ : "ถ้าเปรียบเทียบ สามีภรรยาไปจดทะเบียนแล้วหย่า จดได้ก็ต้องหย่าได้ ถ้าเป็นพิธีไสยศาสตร์ทำพิธีผูกข้อไม้ข้อมือระหว่างคนธรรมดาและคนเสียชีวิต พอเสร็จพิธีก็ทำพิธีตัด"

จากนี้ไปก็จะใช้ชีวิตเป็นอิสระ แต่งงานใหม่ได้?

โอม : "ครับ"

กิ๊ฟจะไม่โกรธเหรอ?

โอม : "ไม่โกรธครับ เขาเข้าใจครับ"


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend