ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"จตุพร"ชี้ชุมนุมคณะราษฏร เทียบเท่าเริ่มต้นจุดจบนายกฯ

6.95K 46
จตุพรชี้ชุมนุมคณะราษฏร  เทียบเท่าเริ่มต้นจุดจบนายกฯ

ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ วิเคราะห์การชุมนุมของคณะราษฏรในวันนี้ คือสัญญาณเตือน ไปถึงชะตากรรมนายกรัฐมนตรี ที่กำลังเข้าสู่กระบวนการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 2 ธ.ค. ปมการอยู่บ้านพักหลวง ฟันธงไม่รอด

8 พฤศจิกายน 2563 นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการ "ลมหายใจพีซทีวี เวทีทัศน์" ว่า ขณะนี้สถานการณ์การเมืองกำลังเดินไปสู่ปลายทาง เนื่องจากกลุ่มราษฎรชุมนุมวันนี้ (8 พฤศจิกายน)อาจลุกลามต่อเนื่องไปถึง 2 ธันวาคม ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยปมการพักอยู่บ้านหลวง หลังเกษียณนานกว่า 6 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งนี้มีกรณีเทียบเคียงได้กับนายสมัคร สุนทรเวช ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากการจัดรายการทำอาหาร ชิมไปบ่นไป

รวมทั้งกรณี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ต้องพ้นจากตำแหน่งนายกฯ เช่นกัน จากการที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคพลังประชาชน พร้อมกับพรรคชาติไทย และพรรคมัชญิมาเมื่อ 2 ธันวาคม 2551 สิ่งน่าสนใจคือ ศาลอ่านคำวินิจฉัย ยุบพรรคพลังประชาชนก่อนสองพรรคดังกล่าว จึงถูกตีความว่าเป็นการชิงเหลี่ยมไม่ให้นายสมชาย ใช้อำนาจนายกฯ สั่งยุบสภา เพื่อเลี่ยงหนีคำวินิฉัยของศาล

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์ขณะนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จะถูกศาลวินิจฉัย วันที่ 2 ธันวาคมนี้ ตนจึงเชื่อในสิ่งตรงกันข้ามกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เชื่อ โดยสำหรับตนแล้ว เลือกเชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ ไม่รอด เนื่องจากเห็นว่า ทุกอย่างขึ้นกับสถานการณ์ทางการเมือง การชุมนุมวันนี้ 8 พฤศจิกายน เป็นวันคณะทหารจากการนำของจอมพลผิน ชุณหะวัณ เข้ายึดอำนาจเมื่อปี 2490 ดังนั้น ตน จึงเชื่อว่า 2 ธันวาคม จะไม่เหมือนเดิม ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทางใดทางหนึ่ง

นายจตุพร ย้ำว่า คำพูดที่ว่า ตัวเองเก่งและซื่อสัตย์นั้น ต้องออกจากปากคนอื่น ไม่น่าออกจากปาก พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งจะทำให้คนหมั่นใส้ สองคำนี้ต้องได้รับการพิสูจน์อย่างเข้มข้น

"ผมไม่ต้องการอธิบายให้เกิดความไม่สบายใจ เพราะอธิบายมาอย่างถี่ถ้วนแล้ว แต่สถานการณ์การเมืองกำลังเดินไปสู่ทางตัน ซึ่งผมติดตามทุกมิติ รวมทั้งภัยที่เลวร้ายมากที่สุดคือ เผด็จการทางเศรษฐกิจที่ทุนกับอำนาจกลายเป็นสิ่งเดียวกัน แล้วผูกขาดเอาผลประโยชน์ประเทศไว้เบ็ดเสร็จ"

นายจตุพร กล่าวว่า นับแต่ประเทศเกิดการปลี่ยนแปลงเมื่อปี 2475 ตลอดเวลาจนถึงปัจจุบัน มีเพียงกลุ่มทุนไม่กี่ตระกูลผูกขาดผลประโยขน์ไว้เฉพาะกลุ่ม แล้วกลุ่มทุนพวกนี้ ยังไปร่วมมือกับกลุ่มอำนาจที่มาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ ดังนั้นกลุ่มคนพวกนี้จึงยืนข้างรัฐบาลมาตลอด และผูกขาดผลประโยชน์ยาวต่อเนื่อง มีคนสรุปไว้ว่า อำนาจสร้างคนและคนสร้างอำนาจ ไม่เคยเปลี่ยนเลย แม้รัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร แต่ทุนกับอำนาจก็ไม่เกี่ยว แปลความว่า ทุนไม่มีวันตาย คือได้ประโยชน์ทั้งฝ่ายเผด็จการมีอำนาจ หรือประชาธิปไตยมีอำนาจก็ตาม เนื่องจากทุนยึดเอาผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง"

นายจตุพร กล่าวว่า ปัญหาประเทศไทยไม่มีวันแก้ไขได้เลย ซึ่งเกี่ยวข้องกับปัจจัยภายนอก โดยสหรัฐเปลี่ยนประธานาธิบดีคนใหม่ ซึ่งต้องพิสูจน์กับการกล่าวหา ถึงการตั้งฐานขีบปนาวุธนิวเคลียร์ในไทย อันนำพาให้คนไทยต้องเดือดร้อน เมื่อเกิดสงครามขึ้นมา ประเทศไทยและคนไทยย่อมได้รับความสุ่มเสี่ยงอย่างสูง ซึ่งสหรัฐควรชี้แจงการกล่าวหานี้

"ถ้าเป็นไปตามความเชื่อผม วันที่ 2 ธ.ค.เป็นวันประหาร ถ้าเชื่อควรต้องลุกออกไปก่อน สำหรับการชุมนุมวันนี้ ถือเป็นการใช้สิทธิ์เสรีภาพ ดังนั้น ต้องไม่จบลงด้วยการฆ่ากัน เพียงเพราะความคิดเห็นที่แตกต่างกัน" นายจตุพร กล่าว


เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV , https://www.thaigov.go.th/
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend