ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"สมศักดิ์"กำชับเร่งสร้างการรับรู้ศูนย์JSOCให้ประชาชนเข้าใจ

139 3
สมศักดิ์กำชับเร่งสร้างการรับรู้ศูนย์JSOCให้ประชาชนเข้าใจ

"รมว.ยุติธรรม" กำชับศูนย์ JSOC เร่งโชว์ผลงานและสร้างกระบวนการรับรู้ให้ประชาชนเชื่อมั่น ย้ำทุกกรมในกระทรวงต้องบูรณาการร่วมกัน เพื่อประสิทธิภาพของงาน พร้อมให้แนวทางอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ เน้นเรื่องการใช้แรงงานก่อน

5 พฤศจิกายน 2563 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยมี นายวิศิษฎ์ วิศิษฎ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ว่าที่ร.ต.ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ เลขานุการรมว.ยุติธรรม นายธนวัชร นิติกาญจนา ที่ปรึกษารมว.ยุติธรรม อธิบดีทุกกรมในกระทรวงยุติธรรม และข้าราชการส่วนต่างๆ ร่วมประชุม ซึ่งมีวาระพิจารณารายงานความคืบหน้าการดำเนินการของศูนย์เฉพาะกิจเฝ้าระวังความปลอดภัยของประชาชน (JSOC)

นายสมศักดิ์ กล่าวระหว่างการประชุม โดยกำชับว่า การบริหารจัดการของศูนย์ JSOC ต้องทำให้สังคมเชื่อถือ ทำให้เห็นว่าการทำงานของศูนย์ฯ มีประสิทธิภาพ ทำให้สังคมมีความปลอดภัยและสบายใจจากผู้ต้องขังคดีร้ายแรงที่พ้นโทษ หากทำแล้วไม่ดี จะตกเป็นจำเลยของสังคมแทน และต้องมีแผนเพิ่มเติม ต้องสร้างกระบวนการรับรู้ให้แก่ประชาชนทราบว่า JSOC คืออะไร และมีประโยชน์ต่อสังคมอย่างไรบ้าง

ทั้งนี้ หากมีแผนอะไรเพิ่มต้องเขียนขึ้นมา และยังต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ที่จะช่วยในการติดตามผู้ต้องขังที่พ้นโทษ และจะให้ทางข้าราชการและผู้นำท้องถิ่นเขารับรู้อย่างไร และจะช่วยงานได้อย่างไรบ้าง ซึ่งเราต้องสร้างเครือข่ายเหล่านี้ขึ้นมา ขอให้ไปคิดขึ้นมา และการทำงานภายในกระทรวง ทุกกรมต้องทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ เพื่อให้งานมีประสิทธิภาพมากที่สุด


นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาเรื่อง การเก็บข้อมูลประวัติอาชญากรเชิงลึกให้เป็นระบบ เพราะที่ผ่านมาข้อมูลเป็นปัญหา เมื่อเกิดคดีขึ้นตำรวจจะลงประวัติผู้ต้องสงสัย แต่เมื่อศาลตัดสินว่าไม่มีความผิด กลับไม่ได้ลบประวัติออก ทำให้มีประวัติอาชญากรติดตัว ไม่สามารถหางานทำได้ ซึ่งตรงนี้จะต้องมีการทำให้เป็นระบบ

อย่างไรก็ตาม แต่ปัญหาคือที่ผ่านมายังไม่มีสร้างบิ๊กดาต้า และยังไม่มีเจ้าภาพในการจัดทำให้เป็นระบบ นอกจากนี้ในที่ประชุม นายสมศักดิ์ ยังให้แนวทางในการสร้างนิคมอุตสาหกรรมราชทัณฑ์ว่า ให้มุ่งเน้นไปที่อุตสาหกรรมแปรรูปอาหารทะเลก่อนเป็นอันดับแรก เพราะส่วนใหญ่ยังใช้แรงงานคนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเมียนมา ซึ่งขณะนี้มีปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด จนแรงงานไม่สามารถเข้ามาทำงานในไทยได้ หากใช้ตรงนี้เป็นเป้าหมายแรกน่าจะเกิดผลดี

เรื่องโดย Nationtv​ | ภาพโดย Nationtv​
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend