ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันจันทร์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

ภาคีปกป้องสถาบันฯ นัดม็อบใหญ่ 9 พ.ย.นี้

3.12K 71
ภาคีปกป้องสถาบันฯ นัดม็อบใหญ่ 9 พ.ย.นี้

ภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ แจงเหตุการณ์ปะทะกับเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ที่ ม.รามคำแหง เมื่อวันที่ 21 ต.ค. พร้อมประกาศนัดชุมนุมใหญ่วันที่ 9 พ.ย.2563

4 พฤศจิกายน 2563 กลุ่มอาชีวะปกป้องสถาบัน และตัวแทนกลุ่มภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบัน อาทิ นายพานสุวรรณ ณ แก้ว ตัวแทนคณะบุคคลเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์, นายทินกร ปลอดภัย เลขาฯ นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม และนายกสมาคมกีฬามีนบุรี, นายทศพล มนูญญรัตน์ ตัวแทนกลุ่มอาชีวะช่วยชาติ และ นายสมเดช คงวิจิตร์ เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้ร่วมกันแถลงข่าวถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ในเหตุการณ์ที่ปะทะกับกลุ่มคณะราษฎร ภายใต้การนำของกลุ่มรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย ที่บริเวณหน้าตึกสำนักงานอธิการบดี เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา

โดยนายพานสุวรรณ กล่าวว่า พวกเราอยากขอโทษต่อสังคมที่ทำให้เกิดความรุนแรงในขนาดที่ใส่เสื้อเหลือง และตกเป็นเหยื่อของฝ่ายตรงข้าม อีกทั้งกระแสในโซเชียลมีเดียได้สร้างผลกระทบในวงกว้าง ตนและนักกิจกรรมได้เน้นย้ำกันเสมอให้ใช้แนวทางสันติวิธี อีกทั้งฝ่ายตรงข้ามมีความตั้งใจที่จะจัดงานวันเดียวกับเรา

ส่วนนายทินกร ระบุว่า ตนอยากรู้ว่า คนที่อยู่เบื้องหลังจะมีวิธีการอะไรกับพวกเรา อีกทั้ง พวกเราไม่ได้มีความหนักใจใด ๆ ทั้งสิ้น แต่วันนี้ถึงเวลาที่มันต้องพูดต้องเล่าให้ฟัง เพราะพวกเราโดนกดดันจากหลากฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ และมหาวิทยาลัยรามคำแหง ส่วนตัวขอยืนยันว่า เราจะเดินหน้าต่อ "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" เพราะโดนยัดเยียดความผิด เราพร้อมจะสู้แต่อยู่ในกรอบของกฎหมาย ไม่ใช้ความรุนแรง ความจริงก็คือความจริง สิ่งที่ผมพูดนั้นก็คือความจริง แต่สิ่งที่ทำให้ตนต้องออกมาปกป้อง เพราะแกนนำคณะราษฎร ได้นำคนนอกเข้ามา และใช้พื้นที่ของมหาวิทยาลัยรามคำแหงในการแสดงออกถึงการจาบจ้วงสถาบัน เป็นวาทกรรมที่ล้างสมอง และเราต้องการประกาศเจตนารมณ์เพื่อแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยและต้องการปกป้องสถาบัน


นอกจากนี้ ตนไม่รู้ว่าจะมีการตั้งเวทีของฝ่ายตรงข้าม และทำไมคนนอกถึงมาตั้งเวทีและอ้างชื่อรามคำแหง อย่ารังแกนักศึกษา อย่าพยายามใส่ร้ายป้ายสี หลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้น แกนนำหนีไปและปล่อยให้เยาวชนที่มาชุมนุมต้องเจอสถานการณ์ อย่าใช้นักศึกษาเป็นเครื่องมือ

"ตนขอท้าให้คนที่อยู่เบื้องหลัง รวมถึงพรรคการเมืองทั้งหมดออกมา เพราะพวกเราจะปกป้องสถาบันพร้อมแสดงจุดยืน และถ้าหากใครจะมาตั้งเวทีเพื่อจับจวงสถาบันพวกเราจะออกมาปกป้อง และจากนี้ ตนจะไปมอบตัวกับพนักงานสอบสวนเพื่อพูดคุยถึงคดีที่เกิดขึ้น ตนมีความเป็นลูกผู้ชายพอจะไม่หนีคดีใด ๆ ทั้งสิ้น "เราจะเดินหน้าต่อ"

ส่วนนายทศพร เผยว่า ไม่ได้กลัวหรือว่าระแวงอะไร ขอให้ทุกคนเข้าใจว่าสิ่งที่ตนทำไปคือต้องการปกป้องสถาบัน และบุคคลที่การจาบจ้วง ล้อเลียนสถาบันนั้น หากตนเห็นจะไม่เอาไว้ จะขอสู้กลับ เพราะรับไม่ได้กับสิ่งที่ทำ หากอยู่ในประเทศไทยแล้วไม่มีความสุขก็จะออกไป "เจอที่ไหน ไม่เอาไว้" เพราะชาวอาชีวะกล้าทำลายฝ่ายตรงข้ามโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง รวมทั้งคณะก้าวหน้า หากจะฟ้องตน ตนก็พร้อม เพราะคุณทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องกับประเทศ และตนขอฝากถามไปยัง นายอานนท์ นำภา นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ว่า "สถาบันกษัตริย์ทำอะไรให้คุณเกลียด ทำไมคุณถึงต้องการปฏิรูปสถาบัน" หากคุณพร้อม ผมก็พร้อมเจอกัน

นอกจากนี้ นายสมเดช ได้ออกมาอ่านแถลงการณ์และขอลาออกจากตำแหน่งนักวิชาการ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และจะขอสู้ในนามของประชาชน พร้อมจะสู้กับผู้ที่มีอุดมการณ์เดียวกันในการปกป้องสถาบัน หากคณะราษฎรเข้ามาในสถานที่นี้ที่เปรียบเสมือนเป็นบ้านหลังที่สอง ตนจะไม่ยอมอย่างเด็ดขาด

ทั้งนี้ ในวันที่ 9 พ.ย.นี้จะมีการนัดชุมนุมใหญ่ในเวลา 16.00 น.ที่ลานพ่อขุนฯ มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยจะมีการจัดเวทีเพื่อแสดงพลังปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ จะมีการแสดงคอนเสิร์ต งานวิชาการบนเวที และร่วมร้อเพลงชาติ เพลงสรรเสริญ เพลงสดุดีมหาราชา เพื่อเป็นการสร้างจิตสำนึกให้เด็กรุ่นใหม่

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend