ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"โพล"แฉชาติมหามิตรหนุนม็อบ 3 นิ้ว ใช้แนวคิด"มาร์กซิสม์"บั่นทอน

3.49K 64
โพลแฉชาติมหามิตรหนุนม็อบ 3 นิ้ว ใช้แนวคิดมาร์กซิสม์บั่นทอน

"นพดล กรรณิกา" แฉม็อบ 3 นิ้ว ใช้แนวคิด "มาร์กซิสม์" บั่นทอนเพื่อล้มกระดานโครงสร้างอำนาจไทย โดยมีชาติมหาอำนาจบงการเบื้องหลัง ด้วยการติดอาวุธทางภาษา แนะประชาชนรับข้อมูลอีกด้าน จะได้ไม่ถูกล้างสมอง เหมือนตัวอย่างประเทศอื่นในอดีตที่พังมาแล้ว

4 พศจิกายน 2563 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยการวิเคราะห์ข้อมูลและเฝ้าติดตามการก่อตัวของ "ขบวนการ" ที่อยู่เบื้องหลังสนับสนุน "ม็อบ 3 นิ้ว" ด้วยเครื่องมือการประเมินขั้นสุทธิ หรือ Net Assessment ว่า ขบวนการที่อยู่เบื้องหลังม็อบ 3 นิ้ว ได้แก่ นักการเมือง นักธุรกิจนายทุน นักวิชาการ นักเคลื่อนไหวองค์กรต่างชาติ กลุ่มโซเชียลมีเดียต่างชาติ กลุ่ม NGOs และรัฐบาลต่างชาติที่ไม่ใช่มหามิตรของประเทศไทย

นอกจากนี้ แกนนำม็อบมีทัศนคติและการปฏิบัติการไปในทิศทางเดียวกัน คือ การโค่น หรือ Overturn ซึ่งหมายถึงสั่นคลอนโครงสร้างอำนาจของประเทศไทย ด้วยการปฏิรูปแบบปฏิวัติ หรือ Revolutionary Reform ตามกระแสมาร์กซิสม์ ที่โค่นอำนาจเชิงโครงสร้างด้วยชนชั้นกรรมกร

ทั้งนี้ ขบวนการเบื้องหลังสนับสนุน "ม็อบ 3 นิ้ว" เหล่านี้เห็นพ้องต้องกันให้ใช้ "ข้อความการเมือง" เป็นอาวุธทำลายล้าง ด้วยภาษา (Weaponization of Language) ตัดทอนพลังความจงรักภักดี สร้างความเกลียดชังรัฐบาล กองทัพ และเป้าหมายสูงสุด คือ การทำลายล้างบุคคลสำคัญในสถาบันฯ สูงสุด

สำหรับทางออก คือ การรู้เท่าทันขบวนการและนำความจริงออกมาบอกคนทั้งประเทศ เพื่อให้คนไทยทุกคนเกิดภูมิคุ้มกัน สำนึกรู้คุณแผ่นดิน และปกป้องสถาบันหลักของชาติให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น และสนับสนุน "ยุทธศาสตร์ที่ 2" ของประเทศมหาอำนาจที่เป็นมหามิตรของประเทศไทย

ส่วนขบวนการเบื้องหลังสนับสนุน "ม็อบ 3 นิ้ว" กำลังปฏิบัติการบนพื้นฐานความคิด และปฏิบัติการที่มุ่งสู่การคว่ำ หรือล้มกระดานโครงสร้างอำนาจของประเทศไทย สอดคล้องกับแนวทาง "มาร์กซิสม์" แบบดั้งเดิม ซึ่งต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมแบบปฏิวัติ โดยทัพหน้าเป็นชนชั้นกรรมกร แต่ขบวนการเบื้องหลังสนับสนุนม็อบ 3 นิ้ ถูกครอบงำด้วยแนวคิดและการปฏิบัติการร่วมสมัยจาก อุดมการณ์เชิงอำนาจบางส่วนของฐานอำนาจล่าอาณานิคมชาติตะวันตก

นายนพดล กล่าวต่อว่า ดังจะเห็นได้ว่าอิทธิพลของมาร์กซิสม์ แผ่กระจายไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกและนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงบานปลาย ทำคนในชาติต่างๆ แตกแยก โดยเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีปฏิบัติการระหว่างประเทศภายใต้การบริหาร "ดุลอำนาจของโลก" (Balance of Global Power) โดยประธานาธิบดีประเทศมหาอำนาจประเทศหนึ่ง ที่สามารถสร้างภาพเบื้องหน้าเป็นที่นิยมไปทั่วโลก แต่เบื้องหลังคณะบริหารอำนาจของประธานาธิบดีนั้นกลับใช้ภาษาเป็นอาวุธ (Weaponization of Political Words) ผ่านทางโซเชียลมีเดีย ยิงขีปนาวุธภาษา และภาพในระบบออนไลน์เข้าถึงมือถือของประชาชน และเด็กเยาวชนแต่ละคนในกลุ่มประเทศเป้าหมาย เช่น ตูนิเซีย กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง เป็นต้น


นอกจากนั้น ยังมีการส่งกองกำลังเข้าไปปฏิบัติการทางทหารในประเทศอื่นๆ เช่น ยูเครน และกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออก จนประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย คือ ทำให้คนในชาติเหล่านั้นแตกแยก อ่อนแอ ผู้นำเป้าหมายถูกโค่น ถูกสังหาร ผลตามมา คือ กลุ่มประเทศเหล่านั้นเจอวิกฤตที่แย่หนักลงไปอีก ยังไม่ปรากฏเลยว่า กลุ่มประเทศที่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการปลุกปั่นม็อบ พาคนลงถนน จะเจริญมั่นคงแข็งแกร่ง ตรงกันข้ามมีแต่จะวิกฤตตกต่ำลงไป และถูกขบวนการต่างชาติเข้าไปกอบโกยผลประโยชน์ทางทรัพยากรและอื่นๆ

นายนพดล กล่าวว่า ตัวอย่างล่าสุด คือ เกาะฮ่องกง ถึงแม้ว่าคณะบริหารของประธานาธิบดีล่าสุดนี้ จะแตกต่างไปจากคนก่อน เพราะยังต้องการใช้ยุทธศาสตร์ที่ 2 ไม่ใช่แบบเดิมที่เคยทำ แต่เมื่อเกิดการปฏิบัติการจริง กลับกลายเป็นว่าอยู่นอกเหนือการควบคุม สถานการณ์ในเกาะฮ่องกง จึงเป็นอย่างที่เห็นทุกวันนี้ (4พ.ย.) ความเป็นหนึ่งเดียวของคนในเกาะฮ่องกง จะกลับคืนมาเหมือนเดิม เพื่อช่วยกันสร้างเกาะฮ่องกงมาได้หรือไม่

สำหรับประเทศไทย จากการทำประเมินขั้นสุทธิ (Net Assessment) พบภาพของขบวนการเบื้องหลังสนับสนุนม็อบ 3 นิ้วในทิศทางเดียวกัน คือ ใช้ภาษาและภาพเป็นอาวุธ (Weaponization of Language and Picture) เช่น #เยาวชนปลดแอก #ประชาชนปลดแอก #จะสู้หรืออยู่อย่างทาส #สู้เป็นไท ถอยเป็นทาส เป็นต้น พร้อมทั้งพาคนลงถนน ทำคนในชาติแตกแยก ช่วงชิงกลุ่มพลังเงียบด้วยการล้างสมอง หล่อรูปทัศนคติของเด็กและเยาวชนให้อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับโครงสร้างอำนาจเดิม ฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการตามศาลหลักเมือง หรือจุดประวัติศาสตร์ เพื่อทำให้ประเทศไทยไปสู่การแบ่งแยกดินแดนและแบ่งแยกประชาชน

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่าขั้วอำนาจภายในประเทศมหาอำนาจชาติตะวันตกเหล่านั้น จะเห็นด้วยกับแนวทางข้างต้นทั้งหมด เพราะอีกขั้วหนึ่งของประเทศมหาอำนาจนั้น ไม่ต้องการให้ขบวนการเบื้องหลังหนุนม็อบ 3 นิ้ว ทำแบบมาร์กซิสม์นิยม และไม่เห็นด้วยกับการใช้ภาษาและภาพเป็นอาวุธผ่านโซเชียลมีเดีย ไปสู่การปฏิรูปแบบปฏิวัติ (Revolutionary Reform)

ทั้งนี้ โดยขั้วอำนาจภายในประเทศอำนาจชาติตะวันตกขั้วนี้ ต้องการให้ใช้ยุทธศาสตร์ที่ 2 คือ การเปลี่ยนแปลงประเทศต้องเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากภายใน (Within Peaceful Strategy) ด้วยสันติวิธี ไม่ใช่มุ่งแต่จะพาคนลงถนน ทำคนในชาติแตกแยก โดยขั้วอำนาจนี้ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแต่ละประเทศ แต่ต้องไม่ตัดทอนพลังประเทศนั้นๆ และไม่ตัดทอนพลังประเทศมหาอำนาจชาติตะวันตกนั้นด้วย

นายนพดล กล่าวย้ำว่า ความหวังยังพอจะมีอยู่ ถ้าประเทศมหาอำนาจที่เป็นมหามิตรกับประเทศไทยมาช้านาน เลือกใช้ยุทธศาสตร์ที่ 2 โดยฝ่ายผู้มีอำนาจของประเทศไทยต้องเจรจากับประเทศมหาอำนาจที่เป็นประเทศมหามิตรประเทศนั้น เพื่อนำไปสู่การรักษาความเป็นมหามิตรให้ยั่งยืนสืบไป

"จึงขอให้คนไทยทุกคนรู้เท่าทัน ไม่ตกเป็นเหยื่อของขบวนการเบื้องหลังหนุนม็อบ 3 นิ้ว ทางซูเปอร์โพล ทำได้แค่นี้คือ ทำการประเมินขั้นสุทธิ (Net Assessment) หาข้อมูลให้รู้ความจริง และความเท็จ ที่ถูกปั่นยอดกระแสผ่านโซเชียลมีเดีย แต่การลงมือทำหรือปฏิบัติการเป็นเรื่องของคนไทยทุกคน ทั้งผู้ที่ถือครองอำนาจรัฐ (State Power) และอำนาจที่ไม่ใช่อำนาจรัฐ (Non-State Power) ที่รวมเป็นอำนาจแห่งชาติ (National Power) ว่าเดินตามเกมยุทธศาสตร์ที่ 1 ของขบวนการเบื้องหลังหนุนม็อบ 3 นิ้ว หรือจะเปลี่ยนเกมมาทำตามยุทธศาสตร์ที่ 2 แต่ขอให้การตัดสินใจของทุกแหล่งอำนาจอยู่บนพื้นฐานของหลักการ รู้ รัก สามัคคี เพื่อปกป้องผลประโยชน์ชาติและประชาชนคนไทยทุกคนเอาไว้ สำหรับปัจจุบันและอนาคตที่ดี"ผอ.สำนักวิจัยซูเปอร์โพล ระบุ

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend