ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2564

"ดร.เสรี" น้ำตาร่วง ปิติที่สุด "พระราชินี" ทรงจำได้ ซัดแหลกแกนนำม็อบ มโน - เงิบกิน

4.55K 50
ดร.เสรี น้ำตาร่วง ปิติที่สุด พระราชินี ทรงจำได้ ซัดแหลกแกนนำม็อบ มโน - เงิบกิน

รายการ "เรื่องลับมาก (NO CENSOR)" ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.20 - 15.00 น.ทางเนชั่นทีวี ช่อง 22 วันนี้ (3 พ.ย. ) "ทอม ทศวรรต ทะสุวร" เปิดใจสัมภาษณ์ "ดร. เสรี วงษ์มณฑา" เกี่ยวกับประเด็นในหลวง พระราชินี เสด็จเยี่ยมราษฎรอย่างใกล้ชิด และเรื่องม็อบที่แกนนำบอกจะไม่ลดเพดาน

เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา ในหลวงและพระราชินี เสด็จเยี่ยมราษฎรอย่างใกล้ชิด อาจารย์มีโอกาสรับเสด็จพระองค์ท่านด้วย?

"ปลื้มมาก เล่าให้คนฟังก็น้ำตาคลอทุกครั้ง (ร้องไห้) คนที่เขาฟัง เขาก็จะมีอาการแบบขนลุกเลย ตอนท่านเสด็จออกมาผ่านศาลาสหไทย พี่นั่งอยู่ตรงนั้น พระราชินีทรงจำได้และเสด็จเข้ามาทักทาย ตอนนั้นบางคนอาจบอกว่าพี่พูดเก่ง แต่วันนั้นพี่พูดอะไรไม่ออกเลย มีแต่ความปลาบปลื้ม รู้แต่ว่าสิ่งที่พระองค์ตรัสออกมา แสดงว่าสิ่งที่พวกเราประชาชนแสดงความจงรักภักดีอยู่ในสายพระเนตรพระกรรณ ไม่ใช่ว่าพระองค์จะทรงอยู่ในหอคอยงาช้าง แล้วประชาชนจะอยู่เย็นเป็นสุขหรือไม่ เดือดร้อนอย่างไร ไม่ทรงรับรู้ ไม่ใช่แน่นอน ตลอดระยะทางไม่ว่าปฏิสันถารกับผู้ใด และไม่ใช่แค่พวกเราซึ่งเป็นคนสาธารณะนะคะ ชาวบ้านเด็กเล็กคนแก่คนเฒ่า ทั้งสองพระองค์ พระเจ้าแผ่นดินและพระราชินี รวมทั้งเจ้าฟ้าสองพระองค์ที่เสด็จมาด้วย ทรงเป็นกันเองกับประชาชน มีความใกล้ชิด ซึ่งทำให้เราเห็นว่านี่คือสถาบันที่สร้างความมั่นคงให้ประเทศไทย"

เด็กม.4 ได้เซลฟี่กับพระองค์?

"เด็กคนนั้นมีความกล้าหาญ ความกล้าหาญเกิดจากอะไร เขารู้สึกอย่างไร เขาต้องมองว่าพระองค์ท่านไม่ใช่คนที่แตะต้องไม่ได้ เพราะถ้าเขามองอย่างนั้น จะไม่ยอมแม้แต่เงยหน้า แต่นี่แนะนำตัวเองว่าตัวเองเป็นนักเรียน อยู่ชั้นม.4 วัดราชบพิตร ซึ่งเป็นความกล้าหาญซึ่งเกิดจากสำนึกในใจว่าพระองค์ไม่ใช่คนที่เราแตะต้องไม่ได้ พระองค์คือพระมหากษัตริย์ที่ใกล้ชิดประชาชนถึงกล้าขนาดนั้น และที่กล้ามากคือเขาเป็นมนุษย์ดิจิทัล เขามีความเชื่อมั่นว่าพระองค์ก็เป็นมนุษย์ยุคดิจิทัลเช่นเดียวกัน จึงได้ขอพระราชทานอนุญาตขอเซลฟี่ ซึ่งพระองค์ก็บอกว่าได้ ปรากฎว่าคลิปนี้กระจายเป็นไวรัลเต็มในโซเชียลมีเดีย แสดงว่าประชาชนเมื่อเห็นภาพนี้ก็รู้ว่าพระมหากษัตริย์ของเราทรงทันสมัย ถ้าเกิดใครเรียกร้องปฏิรูปก็จะชี้ว่านี่คือการปฏิรูปที่กรุณาเปิดตาดู เปิดหูฟังก็จะเข้าใจ"

พระองค์ตรัสกับสื่อต่างชาติว่า เรารักพวกเขาเฉกเช่นเดียวกัน?

"เรื่องนี้ต้องดูให้ชัดตั้งแต่เริ่มต้น จริงๆ แล้วการที่สื่อมวลชนจะสัมภาษณ์ผู้บริหารประเทศ อย่าว่าแต่ประมุขประเทศเลย มันต้องมีระเบียบขั้นตอน แต่ฝรั่งคนนี้ไม่ได้ทำตามขั้นตอน การกระทำแบบนี้ ภาษาพวกนิเทศฯ แปลว่าเป็นการทำแบบกองโจร ไม่ได้ขอไม่ได้อะไรเลย แต่เขาเป็นนกรู้ว่าท่านพุทธอิสระนั่งอยู่ตรงนั้น เมื่อท่านเสด็จครั้งก่อน ท่านทรงแวะตรัสกับท่านพุทธอิสระ ฝรั่งคนนี้ก็เลยไปนั่งอยู่ตรงนั้น และถามพระองค์ว่าจะมีกระแสพระราชดำรัสเกี่ยวกับผู้ชุมนุมอย่างไร ซึ่งพระองค์ก็ทรงตอบว่าไม่มีอะไรจะพูด โนคอมเมนต์ ฝรั่งก็คะยั้นคะยอจะให้ท่านตรัสให้ได้ทั้งที่จริงๆ ท่านตรัสแล้วว่าโนคอมเมนต์ ฝรั่งใช้วิธีถามนำ ว่าคนเหล่านี้ที่ออกมาเพราะรักพระองค์ท่าน แล้วพระองค์ท่านคิดยังไงกับคนที่ออกมาชุมนุมต่อต้าน พระองค์มีพระอิจฉริยภาพมาก เรารักทุกคนเฉกเช่นเดียวกัน แปลว่าพระองค์เป็นพระเจ้าแผ่นดินของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าคนๆ นั้นจะมีปฏิกิริยาต่อพระองค์อย่างไร ฝรั่งก็ถามอีกว่าแล้วมีหนทางประนีประนอมมั้ย พระองค์ก็ใช้พนะอัจฉริยภาพอีกครั้งตอบว่าประเทศไทยเป็นประเทศแห่งการประนีประนอม ตรงนี้เชื่อว่าฝรั่งคงจะเงิบไปเลย พอภายหลังต่อมา เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ก็เสด็จย้อนกลับมาหาฝรั่งคนนั้น แล้วบอกกับฝรั่งว่าเรารักประชาชนไม่ว่าจะอะไรก็ตาม ประเทศไทยเป็นประเทศแห่งสันติภาพ นี่คือความรักที่แท้จริง จะเห็นว่าอีกเรื่องที่หลายคนแชร์กระหึ่มเลย คือเรื่องพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระอักษรบนพระบรมฉายาลักษณ์ ที่ประชาชนนำมา ข้อความที่ทรงพระอักษรบอกว่าช่วยกันรักประเทศไทย และพี่น้องประชาชนรักบ้านเรา รักพี่น้องร่วมชาติ ด้วยความเมตตาและสามัคคี ทำความดี"


"พี่จะวิเคราะห์รายประโยค ช่วยกันรักประเทศไทย แน่นอนเราไม่ใช่คนชังชาติ ประเทศไทยเป็นมาตุภูมิ เป็นบ้านเกิดเมืองนอนของเรา เราต้องรัก รักพี่น้องประชาชนก็แปลว่าอย่ามีความขัดแย้งกันเลย เรารักกันเถอะ เราเป็นคนไทยด้วยกัน รักบ้านเรา เวลาเราอยู่บ้านเราเราไม่เผาบ้าน ไม่ทำลายบ้าน รักพี่น้องร่วมชาติ เราเป็นคนไทยด้วยกัน ไม่ว่าจะเชื้อชาติไทยแขกจีนมอญ มาอาศัยอยู่ในประเทศไทย เราคือสัญชาติไทยก็ต้องรักกันด้วยความเมตตาคือไม่ทำร้ายกัน รักสามัคคีและทำความดี ตรงนี้อยากสรุปเองว่าจงตระหนักพลังแห่งรักจักมีไว้ ทำอะไรก็สมหวังดังใจหมาย กตัญญูต่อแผ่นดินจนตัวตาย เราอยู่ได้ด้วยสถาบันอันมั่นคง นี่คือปรากฎการณ์วันนั้นที่ออกมาจากหัวใจพี่เลยว่าเรานั้นต้องมีพลังแห่งรัก ไม่ว่าจะรักสถาบัน รักชาติ รักประชาชน รักเพื่อนร่วมชาติ เราใช้ความรักเป็นพลัง แล้วเราก็จะดำรงสถาบันของเราให้คงมั่นชั่วนิรันดร"

หลังทนายอานนท์ออกจากคุกมา เขาปราศรัยว่าไม่ยอมลดเพดาน?

"จริงๆ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะเขาคิดว่าเขามาถูกทาง ได้ฟังคำให้สัมภาษณ์ของเขา ข้อที่หนึ่งจะไม่ลดเพดาน แกนนำหลายคนเวลาจะชุมนุมต้องไม่ลดเพดาน ต้องบึ้มๆ ไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันเขาก็ยังยืนยัน 3 ข้อเรียกร้อง ไม่ว่าจะพลเอกประยุทธ์ลาออก เรื่องแก้รัฐธรรมนูญเรื่องการปฏิรูปสถาบัน"

แต่จ่านิวบอกเขาจะลดเพดานนะ?

"จ่านิวไม่ได้มีบทบาทมากมายอะไรในรอบนี้ เพราะจ่านิวอาจโดนทัวร์ลงได้ เนื่องจากมีคนไปขุดรูปจ่านิวในการเข้ารับพระราชทานปริญญา ตั้งแต่ปีที่เขาจบ เสร็จแล้วการรณรงค์ไม่รับปริญญา คนก็จะบอกว่าอ้าว ตัวเองรับ แล้วจะมารณรงค์ตรงนี้ได้อย่างไร ซึ่งปรากฎว่าจ่านิวก็ต้องออกมาพูดว่าโดนบังคับ หลายคนก็ไปเอาภาพครอบครัวมา ว่าครอบครัวโดนบังคับด้วยหรือต่างๆ นานา ฉะนั้นจ่านิวไม่ใช่แกนนำ ตอนนี้ถ้าเราจะเห็น คนที่หลายคนจดจ้อง ก็มีอานนท์, เพนกวิน, รุ้ง, ไมค์ ระยอง และมายด์ ซึ่งมติชนยกให้เป็นนางฟ้าประชาธิปไตย คนเหล่านี้่ต่างๆ อานนท์เป็นคนอายุมากกว่าใครเพื่อน เขาก็ต้องการยืนยัน เพราะประชาชนถามว่าความผิดเชิงประจักษ์ที่อยู่ในระดับสมควรจะไล่ออกคืออะไร เขาก็ตอบไม่ได้ ข้อที่สอง ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญก็มีคำถามอีก จะแก้มาตราไหน เพราะอะไร ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร ก็ได้แต่บอกว่าตั้งสสร. เขียนใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งตรงนี้ก็มีนัยยะแฝงอยู่ว่าหมวดหนึ่งหมวดสอง เอาด้วยมั้ย เสร็จแล้ว ข้อที่สามเขาบอกว่าต้องมีการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ โห มีคนเอา 10 ข้อของการปฏิรูปมา บอกว่าอ่านแล้วไม่ใช่การปฏิรูปแน่นอน เป็นการจงใจที่จะล้มล้าง เขาพูดบอกว่าเป็นฉันทานุมัติของประชาชนกับการเรียกร้อง 3 ข้อนี้ ตกลงพวกเขาที่ออกมาเท่านั้นคือประชาชน"

"เราที่ไม่ได้ออกไปร่วมกับเขาเป็นหมาเหรอ ไม่ใช่คนหรือไง ไม่ใช่ประชาชนเหรอ เราเป็นต่างด้าวเหรอ เราเป็นมนุษย์ต่างดาวเหรอ เราเป็นสัตว์เดรัจฉานประเภทไหนเหรอถึงไม่ใช่ประชาชน ไปนับจำนวนของเขา แล้วนับจำนวนเสื้อเหลืองที่ออกมา ตกลงเราไม่ใช่ประชาชนใช่มั้ย ฉันทานุมัติประชาชน ฉันนี่แหละประชาชน ประชาชนที่ใส่เสื้อเหลืองก็ประชาชน แล้วนับดูสิ ที่เขาไปที่ต่างๆ เอาจำนวนทุกที่ที่เคยจัดมารวมกันแล้วไปเปรียบเทียบกับตลอดถนนราชดำเนิน จนถึงพระบรมมหาราชวัง จนถึงหน้าวัดพระแก้ว เอา 1 รอบสู้กับ 20 รอบ มาบวกกัน อ้างฉันทานุมัติ และวาทกรรมของคุณนะ โดนรังแก โดนคุกคาม โดนรังแกตรงไหน เขาฉีดน้ำเขาบอกมั้ย กลับบ้านนะลูก เดี๋ยวจะฉีดน้ำ เท่านั้นนาที แล้วไปมั้ย ก็ไม่ไป แล้วหาว่าเขารังแก ออกหมายเรียกหมายจับก็ดี ตร.สภาพ อดทน อ่านหมายมีความผิดอย่างนั้น ตามมาตรานี้ นี่เหรอคุกคาม ถ้าคุกคามไม่ใช่ และด่าเผด็จการไม่มีเสรีภาพ สารพัดสารเพ ถ้าด่าอย่างนี้เผด็จการเขาจะเอาไว้มั้ย นี่คือเสรีภาพเขาถึงได้พูดได้ เสรีภาพไงถึงได้ออกมาได้ ทุกวันนี้สู้เป็นไท ถอยเป็นทาส เขาเลิกทาสตั้งแต่ ร.5 คุณเป็นทาสใคร ทำงานให้ใครที่ไม่ได้ตังค์ทำผิดอะไรที่เขาเอาหวายมาเฆี่ยนคน เอาโซ่มาล่ามคุณ มีมั้ย"

ทนายอานนท์บอกจะไม่ยอมลดเพดาน ถ้าลดจะเหลือแต่ข้อสามอย่างเดียว?

"นี่ไง ชัดเจนมั้ย ว่าการที่บอกให้พลเอกประยุทธ์ลาออก ไม่ใช่เป้าหมาย การแก้รัฐธรรมนูญไม่ใช่เป้าหมาย เป้าหมายที่แท้จริงจะเป็นของใครก็ตาม ที่ยังเป็นอีแอบอยู่ คือการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่คำว่าปฏิรูปเป็นคำไพเราะ ที่ถูกสร้างขึ้นมาแทนคำว่าล้มล้าง แต่ปรากฎว่าหลายคนที่เขาไม่เห็นด้วยกับ 10 ข้อ เขาก็เอามาวิเคราะห์ทีละข้อ แล้วก็บอกว่าอย่างนี้หรือเรียกว่าปฏิรูป มันคือการล้มล้าง คือการริดรอนสิทธิพระองค์ท่าน ฉะนั้นเรื่องนี้บอกได้เลยว่าชัดเจนแล้ว ไม่ต้องมีข้อสงสัย ใครก็ตามที่เป็นอีแอบ เป็นคนคิดอะไรต่างๆ เรารู้แล้วว่าความต้องการเขาคืออะไร และชัดเจนกว่า 10 ข้อนี้คืออะไร คือการที่มายด์ไปอยู่หน้าสถานทูตเยอรมันและอ่านแถลงการณ์ มีทั้งภาษาไทย อังกฤษ และภาษาเยอรมัน เขาบอกว่าการชุมนุมนี้ไม่มีแกนนำ ถ้าไม่มีแกนนำ ใครร่างจดหมาย แล้วข้อความที่อ่านสื่อมวลชนทั้งหลายต้องตุ๊ดๆ เพราะอะไร เพราะกล่าวหาว่าร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ คนเราจะเขียนแถลงการณ์แล้วบอกว่า มีข่าวลือว่า คุณเอาข่าวลือมาเป็นแถลงการณ์ได้ยังไง แถลงการณ์ต้องเป็นความจริงเชิงประจักษ์ แต่นี่กล่าวหาว่าร้ายด้วยคำว่ามีข่าวลือว่า ถ้าพี่จะกล่าวหาใคร พี่ไม่เอาข่าวลือมากล่าวหาหรอกค่ะ พี่ต้องเอาความจริงเชิงประจักษ์ เพราะฉะนั้นตรงนี้เห็นชัดเจนแล้วว่า การชุมนุมทั้งหมดนี้ การจะไล่พลเอกประยุทธ์ก็ดี จะแก้รัฐธรรมนูญก็ดี สืบทอดอำนาจก็ดี มันไม่ใช่เลย"

การปล่อยตัวไมค์ รุ้ง และเพนกวิน คุณจาตุรงค์เขาโพสต์ว่ามีการทำร้ายร่างกายก่อนปล่อยตัวออกมา?

"อันนี้เป็นอดีตส.ส. เป็นคนโพสต์ว่ามีการทำร้ายร่างกายเนื่องจากคนเหล่านั้น มีการเป็นลมบ้าง มีการบาดเจ็บบ้าง แต่มันก็เกิดจากฝ่ายเขาเป็นคนทุบกระจกรถ ก็คงมีกระจกบาดบ้าง แต่การทำร้ายร่างกายเชื่อว่าไม่มี เพราะตร.เขาแถลงชัดเจน ในที่สุดคนโพสต์ก็ต้องรีบลบออกไป แต่ไม่ทันแล้ว เพราะมีคนแคปเจอร์ไปเยอะ คุณศรีสุวรรณจึงไปฟ้องตร.ที่เขาดูแลด้านนี้ ดังนั้นก็ต้องโดนคดีการนำความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ คือพยายามทำให้รัฐบาลเสียหายว่าเวลาปล่อยตัวออกมาก็ไม่ได้ทำตรงไปตรงมา มีการทำร้ายร่างกาย แต่สุดท้ายดูอาการที่ปรากฎในรพ. ไม่ว่าจะการกินกุ้ง กินอะไรต่างๆ นานา มันก็ไม่น่าใช่ค่ะ"

สองการรักษาตัวในรพ.พระรามเก้า เขาบอกว่าอยู่ในระบบประกันสังคมแต่ไปเช็กแล้วไม่มี?

"จริงๆ แล้วคนสามคนจะมีประกันสังคมอยู่ที่เดียวกันเป็นไปไม่ได้ สองคุณไมค์ไม่เคยทำงาน จะมีประกันสังคมได้อย่างไร คุณรุ้งก็ยังเป็นนักศึกษาจะมีประกันสังคมได้อย่างไร เพนกวินก็เป็นนักศึกษาจะมีประกันสังคมได้อย่างไร ข้อต่อไปที่เป็นข้อเท็จจริงที่เงิบเลยคือรพ.พระรามเก้าไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม แต่สิ่งที่เขารู้กันคือใครเป็นหุ้นใหญ่ของรพ.พระรามเก้า ตรงนั้นต่างหากที่เป็นประเด็นที่คนเอาไปคิด"

เขาบอกข้อสุดท้ายจะทำให้ตายคืนนั้นเลย?

"แล้วผ่านมาหรือยังล่ะ ไม่เห็นตายนี่ (หัวเราะ) ชอบสร้างข้อความกันแบบนี้ เขาบอกว่าสามคนนี้จะทำให้ตายโดยการติดเชื้อก็ดี หรือบีบบังคับให้ฆ่าตัวตาย ต่างๆ นานา ซึ่งมันเป็นการมโน และเวลาผ่านมาแล้ว มันเกิดขึ้นมั้้ยล่ะ ภาษาไทยมีอยู่คำนึงเขาเรียกว่าตีกิน คือพูดอะไรไปก่อนก็ได้ แล้วให้คนเขาฟังอาจจะเชื่อไปแล้ว แต่เวลามีการแก้ไข คนเป็นคนพูดตอนนี้กับคนที่แก้ตอนนี้ คิดว่าคนๆ นึงจะได้อ่านสองอันเหรอ ไม่ใช่ เราอาจได้อ่านตอนกล่าวหา แต่ตอนชี้แจงและแก้ไข เขาอาจไม่ได้อ่านก็ได้ ฉะนั้นคนที่เป็นคนพูด เขาตีกินแบบนี้ไง จริงเท็จไม่รู้ขอพูดไปก่อน เพราะถ้าพวกเดียวกันเชื่อก็เลี้ยงความรู้สึกเอาไว้ ตายแล้ว ทำร้ายขนาดนี้ไม่ได้แล้วต้องออกมา เพราะรัฐบาลเป็นเผด็จการรุนแรง พอบอกว่าเขาจะทำให้ตาย เดี๋ยวก็ติดเชื้อ บีบคั้นจนมีการฆ่าตัวตาย จริงเท็จไม่รู้ได้พูดไปแล้ว คนพวกเดียวกันฟัง อื้อหือ ไม่ออกมาไม่ได้ ทำร้ายกันขนาดนี้ ถ้าเราไม่สู้ไม่ได้แล้ว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend