ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอังคาร ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564

"รัสเซีย-จีน-อิหร่าน" อยากให้ใครชนะเลือกตั้งสหรัฐฯ?

1.44K 26

ด้วยความที่เป็นประเทศมหาอำนาจ สหรัฐฯ ย่อมมีทั้งมิตรและศัตรู ปรากฏว่า ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่กำลังจะมาถึง หน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐฯ ได้กล่าวหา 3 ประเทศว่าพยายามแทรกแซงการเลือกตั้ง ได้แก่ รัสเซีย จีน และอิหร่าน โดยการแทรกแซงมีทั้งรูปแบบการแพร่กระจายเฟคนิวส์ โหมกระพือทฤษฎีสมคบคิด แทรกซึมสร้างความแตกแยก และแฮกฐานข้อมูลผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งและเจ้าหน้าที่คนสำคัญของพรรคการเมืองใหญ่

3 ประเทศนี้ล้วนเป็นประเทศที่สหรัฐฯ "มีเรื่อง" ด้วยทั้งสิ้น แล้วแบบนี้รัฐบาลของรัสเซีย จีน และอิหร่าน ต้องการให้ใครชนะระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ กับโจ ไบเดน

สำหรับรัสเซีย นักวิเคราะห์มองว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ต้องการให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้งมากกว่า เพราะปูตินสามารถ "ปั่นหัว" ทรัมป์ได้ และทรัมป์กำลังทำให้โครงสร้างสังคมของสหรัฐฯ สั่นคลอนโดยที่รัสเซียไม่ต้องลงมือเอง โดยทรัมป์และทีมงานถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกับรัสเซียแทรกแซงเลือกตั้งเมื่อปี 2559 นอกจากนี้ยังเป็นที่น่าสังเกตว่า ตลอดเวลาเกือบ 4 ปี ทรัมป์ยังไม่เคยพูดจาไม่ดีกับปูตินเลย ทำให้หลายคนยังไม่หายสงสัยว่า ปูตินกำ "ความลับ" อะไรของทรัมป์อยู่หรือไม่

ขณะที่ไบเดนมีจุดยืนที่แข็งกร้าวกับรัสเซียมาตั้งแต่สมัยเป็นรองผู้นำ โดยเฉพาะในปี 2557 ที่รัสเซียผนวกคาบสมุทรไครเมียของยูเครนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนตัวเอง นำไปสู่การคว่ำบาตรโดยสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปหลายระลอกจนถึงปัจจุบัน


ส่วนกรณีประเทศจีน จริงๆ แล้วไม่ว่าจะทรัมป์หรือไบเดนต่างก็มีจุดยืนต่อต้านจีนทั้งคู่ แต่สำหรับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นักวิเคราะห์มองว่า อยากให้ไบเดนชนะ เพราะอย่างน้อยไบเดนก็ "คุยรู้เรื่อง" ไม่เหมือนกับทรัมป์ที่ "เดาทางไม่ได้" โดยในยุคของทรัมป์ สหรัฐฯ พยายามกดดันจีนด้านเศรษฐกิจผ่านประเด็นสงครามการค้าและการแบนบริษัทไอทียักษ์ใหญ่

ขณะที่ไบเดนคงจะเน้นเรื่อง "สิทธิมนุษยชน" และ "ประชาธิปไตย" มากกว่า โดยคาดว่าประเด็นที่ไบเดนจะกดดันจีนหนักที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่องฮ่องกง อุยกูร์ และทิเบต แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางประเด็นที่ไบเดนกับสี จิ้นผิง อาจร่วมมือกันได้ เช่น เรื่องเกาหลีเหนือ ภาวะโลกร้อน และโควิด-19

สำหรับอิหร่าน ทั้งประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี และผู้นำตัวจริงอย่างอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี นักวิเคราะห์เชื่อว่า ยังไงอิหร่านก็อยากให้ไบเดนชนะ เพราะทรัมป์ได้เล่นงานอิหร่านจนน่วมตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการถอนตัวจาก "ข้อตกลงนิวเคลียร์" สมัยอดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา และกลับมาดำเนินนโยบาย "กดดันขั้นสูงสุด" ด้วยการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันและขึ้นบัญชีดำกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม รวมทั้งเหตุการณ์เมื่อต้นปีนี้ที่เกือบจะกลายเป็น "สงครามร้อน" หลังทรัมป์ไฟเขียวใช้โดรนสังหารนายพลคนสำคัญของอิหร่าน จนอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธหลายสิบลูกใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรัก

ขณะที่ไบเดนคงสวมวิญญาณโอบามากลับมาดึงอิหร่านสู่ "โต๊ะเจรจา" อีกครั้ง ตามข้อตกลงเดิมระหว่างอิหร่านและหลายชาติมหาอำนาจเมื่อปี 2558 ที่อิหร่านยอมลดการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมแลกกับการยกเลิกมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ

ในความเป็นจริงรัสเซีย จีน และอิหร่านคงไม่อยากเชียร์ใครทั้งนั้น แต่ระหว่างทรัมป์กับไบเดน ผู้นำของ 3 ประเทศนี้ย่อมต้องอยากได้ผู้นำสหรัฐฯ คนใหม่ที่ "ตั้งตนเป็นศัตรู" กับตัวเองน้อยที่สุด

เรื่องโดย กิตติดิษฐ์ ธนดิษฐ์สุวรรณ | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend