พยาบาลโพสต์เตือน "RSV ระบาดหนัก" งดกอดหอมเด็กๆ
01 พ.ย. 2563
พยาบาลสาวโพสต์เฟซบุ๊กเตือน!! "ไวรัส RSV ระบาดหนัก" พ่อแม่ผู้ปกครอง งดกอดหอมเด็กๆ งดพาลูกหลานออกไปที่สาธารณะ ลั่นไม่ไหวแล้ว หลังตรวจเชื้อพบขึ้น positive แทบทุกราย
ข่าว
01 พ.ย. 2563
พยาบาลสาวโพสต์เฟซบุ๊กเตือน!! "ไวรัส RSV ระบาดหนัก" พ่อแม่ผู้ปกครอง งดกอดหอมเด็กๆ งดพาลูกหลานออกไปที่สาธารณะ ลั่นไม่ไหวแล้ว หลังตรวจเชื้อพบขึ้น positive แทบทุกราย
โดยระบุข้อความว่า "RSV ระบาดหนักมาก งดกอดงดหอมเด็กๆ งดพาเด็กๆไปห้าง ไปสัมผัสกับคนอื่นก่อนนะ ไม่ไหวแล้ว เทส RSV เจอขึ้น positive แทบทุกคนเลย พี่ไม่ไหวแล้วลูก พร้อมระบุลงท้ายว่าด้วยรักและห่วงใย"
ระบุต่ออีกว่า การติดต่อ มักเกิดจากการสัมผัสจะมือไปที่ตาหรือจมูก ผู้ที่ติดเชื้อ RSV จะมีการปล่อยเชื้อไวรัสออกจากสารคัดหลั่งประมาณ 2 สัปดาห์ ส่วนผู้ที่ได้รับเชื้อ RSV เข้าสู่ร่างกายมันจะมีระยะฟักตัว 3 ถึง 5 วัน ก่อนเริ่มแสดงอาการของระบบทางเดินหายใจ
อาการ : อาการแสดงทางคลินิกของผู้ป่วยติดเชื้อ RSV มีความแตกต่างกันไปตามวัยของเด็ก 1.ทารกคลอดก่อนกำหนดและทารกในช่วงเดือนแรก จะมีอาการดูดนมน้อยลง ซึมลง บางรายมีอาการหยุดหายใจ บางรายอาจมีอาการคล้ายการติดเชื้อในกระแสเลือดได้
2.เด็กช่วง 2 ขวบปีแรก มักเริ่มจากอาการไข้ต่ำๆ น้ำมูก จาม นำมาก่อน 1 ถึง 3 วัน ต่อมาเริ่มมีอาการไอ หายใจเร็วขึ้น หายใจลำบาก เด็กบางรายมีการติดเชื้อของระบบหายใจส่วนล่างได้แก่ ภาวะหลอดลมฝอยหรือหลอดลมส่วนปลายอักเสบ(Bronchiolitis) หากเชื้อลุกลามไปยังถุงลมจะเกิดภาวะปอดอักเสบได้ (pneumonia) บางรายที่มีอาการรุนแรงจำเป็นต้องรับการรักษาในไอซียู
3.เด็กอายุ 2 ถึง 5 ปี นอกจากเชื้อ RSV จะทำให้เกิดการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนล่างแล้วยังทำให้เกิดการติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจส่วนบนและเกิดกลุ่มอาการ Croup (การอักเสบของกล่องเสียงและทางเดินหายใจส่วนบน) ได้
สำหรับการวินิจฉัยโรค 1. การตรวจทางไวรัสวิทยา ได้แก่ วิธี rapid antigen detection ตรวจโดยการป้ายจมูก , real time PCR , การเพาะเชื้อ (ไม่นิยมใช้ในทางเวชปฏิบัติ) และ 2.ภาพถ่ายรังสีปอด ส่วนด้านการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อ RSV เป็นการรักษาตามอาการ ได้แก่การให้ยาลดไข้ ยาแก้ไอขับเสมหะ ยาลดน้ำมูก โดยเน้นการดูแลระบบทางเดินหายใจของผู้ป่วยเป็นสำคัญ ปัจจุบันยังไม่มียาต้านไวรัสชนิดนี้
2.ผู้ปกครองที่มีลูกป่วยควรแยกเด็กออกจากเด็กปกติเพื่อป้องกันการไอจามแพร่เชื้อให้กับผู้อื่นรอบข้าง ถ้าลูกเริ่มเข้าเนอสเซอรี่หรือโรงเรียน คุณพ่อคุณแม่ควรให้ลูกหยุดเรียนอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์จนกว่าจะหายเป็นปกติ
3.แยกเด็กป่วยและของใช้ของเด็กป่วยออกจากเด็กปกติ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค
4.ล้างมือด้วยสบู่ทุกครั้งก่อนจับหรือดูแลเด็ก
5.หลีกเลี่ยงการจูบหรือหอมเด็กเพราะอาจเป็นการแพร่เชื้อโดยไม่รู้ตัว
6.ใส่หน้ากากอนามัยป้องกันหากมีการสัมผัสผู้ป่วย
7.ดูแลบุตรหลานให้อยู่ห่างผู้ป่วยที่สงสัยว่าติดเชื้อ
8.ไม่นำบุตรหลานไปในที่ชุมชนสถานที่ที่มีคนเยอะ
9.สำหรับการศึกษาประสิทธิภาพของวัคซีนในเด็กวัย 6-24 เดือน อยู่ระหว่างการวิจัยพัฒนา(ยังไม่มีวัคซีนป้องกันโรค)
ขอบคุณเรื่องราวจาก Nunus Rattiya , คลินิกเด็กหมอณัชชา กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินหายใจ จ.อุบลราชธานี
