ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

"สุวัจน์"เชียร์ตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ดึงทุกฝ่ายหาทางออกชาติ

180 5
สุวัจน์เชียร์ตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ดึงทุกฝ่ายหาทางออกชาติ

"ประธานที่ปรึกษาชาติพัฒนา" หนุนตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ โดยดึงทุกฝ่ายร่วมคุยเพื่อหาทางออกให้กับวิกฤตชาติ เตือนอย่าให้เหมือนอดีตที่ตั้งมาหลายชุด แต่ไม่เคยนำผลศึกษามาใช้จริงจัง วอนทุกฝ่ายเปิดใจและถอยคนละก้าวจะช่วยลดความขัดแย้งลงได้

31 ตุลาคม 2563 นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า ส่วนตัวสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อหาทางออกให้กับประเทศ เพราะเชื่อว่าสันติภาพมาจากการเจรจา และเรื่องนี้สภาฯควรเป็นผู้เริ่ม ซึ่งถือว่ามไม่มีอะไรเสีย ไม่ประสบความสำเร็จก็เท่าทุนแต่ถ้าประสบความสำเร็จสักเรื่องสองเรื่อง ก็ลดความขัดแย้งลงได้

ทั้งนี้ ความสำเร็จเป็นเรื่องที่พยายามให้เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่ดี แต่การที่เกิดคณะกรรมการชุดนี้แล้ว จะทำให้ได้รับความเชื่อถือและเกิดความหวังหรือไม่นั้น ขึ้นกับองค์ประกอบถ้ามีความชอบธรรมที่มาจากสภาฯ และมีตัวละคร หรือ Stakeholders ผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ทีส่วนได้เสียมาอยู่ในนี้ให้ครบ และก็มีความตั้งใจ มีความจริงใจจริงๆ ที่จะให้คณะกรรมการชุดนี้เป็นเวทีหาทางออก

นายสุวัจน์ กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกัน ต้องมีแผนมีไทม์ไลน์ชัดเจนว่า คณะกรรมการชุดนี้จะศึกษาและหาทางออก จะพูดคุยกันให้จบภายในเร็ววันเมื่อไหร่ และมีแนวทาง มีแผนปฏิบัติที่ต้องชัดเจน เพื่อทำให้สังคมมีความเชื่อถืออันนี้มีความสำคัญมาก

"เราเคยมีคณะกรรมการลักษณะนี้มา 3-4 ชุดแล้วในอดีต แต่ว่าไม่ค่อยมีการนำผลของข้อสรุปของคณะกรรมการแนวทางนี้มาใช้ หรือมาปฏิบัติให้เกิดความสำเร็จ ผมว่าวันนี้วิกฤติของบ้านเมือง เรามีวิกฤติเศรษฐกิจ และยังมีวิกฤติความเห็นที่ต่างกัน ฉะนั้นการมีความคิดเห็นดีๆ ช่วยออกมาให้ข้อคิดเห็น จากประสบการณ์ของแต่ละคน ใจกว้างพอที่จะรับฟัง ใจกว้างพอที่ช่วยกันรับฟังข้อคิดเห็น และเสียสละ ผมคิดว่าจะทำให้สังคมค่อยๆปรับตัว ไปสู่ความเรียบร้อย ความขัดแย้งก็ลดลงไปอย่างน้อยก็สบายใจว่านี่คือหลักการในระบอบประชาธิปไตย โดยสภาฯเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา" นายสุวัจน์ กล่าว


ส่วนทั้งพรรคเพื่อไทยและแกนนำหรือตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมจะต้องเข้าในคณะนี้ด้วยนั้น ส่วนตัวมองว่าก็ต้องแล้วแต่ออแกไนเซอร์ สมมุติให้สถาบันพระปกเกล้า เป็นผู้ออกแบบว่าใครบ้างที่จะเข้ามาอยู่ในนี้ และก็ต้องมีวิธีการในการเชิญเพื่อให้เกิดความร่วมมือ และยิ่งหลายฝ่าย ที่อยากจะแสดงความคิดเห็นหรือเสนอข้อคิดเห็น ว่าสังคมไทยยังไม่เรียบร้อย เหลื่อม หรือเรื่องเศรษฐกิจเป็นอย่างไร ถ้ามากันหลายๆฝ่าย และเป็นตัวแทนที่มีความชอบธรรม และทุกคนมาร่วมกันระดมความคิดเห็นช่วยหาทางออก เชื่อว่าสันติภาพมาจากการเจรจา ไม่มีอะไรเสีย และอยากให้กำลังใจ

ทั้งนี้ แม้ว่าไม่ประสบความสำเร็จก็ไม่ต้องท้อถอย แต่เชื่อว่าก็ต้องมีอะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง แล้วยิ่งถ้ามีความจริงใจ มีความชอบธรรมจากสภาฯ เป็นผู้ก่อกำเนิดคณะกรรมการชุดนี้ เชื่อว่าหลายฝ่ายก็อยากจะให้ความร่วมมือก็เสียสละกันบ้างตนคิดว่ามาช่วยกันพูด มาช่วยกันคุย มีเวทีอย่างนี้เป็นการหาทางออกในการคลายวิกฤติให้กับประเทศได้ หรืออย่างรัฐธรรมนูญที่จะลงมติกันในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถ้ามีความชัดเจนว่าจะได้ข้อสรุปอย่างนี้ จะแก้ไขอยู่บนพื้นฐานของความชอบธรรมอย่างไร

นายสุวัจน์ กล่าวต่อว่า สมมุติข้อสรุปเรื่องสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) แล้วนำไปสู่การเลือกตั้ง สสร. ที่เป็นตัวแทนของประชาชนแล้วมาเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งก็มีพื้นฐานของการยอมรับ ฉะนั้นเมื่อ 1-2 วันที่จะประชุม ถ้าเกิดสภาฯให้ความเห็นชอบ และทุกฝ่ายตรงกัน มีการแก้ไข มี สสร.เป็นพื้นฐาน และตรงกับสิ่งที่สังคมต้องการ มองว่าการที่สภาฯให้ความเห็นชอบเรื่องรัฐธรรมนูญ ก็มาคลายวิกฤติ ลดความขัดแย้งในสังคมได้

"อะไรที่เราสามารถสร้างความชัดเจนให้เร็วที่สุดเป็นเรื่องที่ดี อย่าช้า และต้องชัดเจน เพื่อให้เหมือนว่า เราทำกันอย่างจริงจัง ไม่ใช่เป็นแต่ว่าเรื่องนั้น เรื่องนี้ แต่มีความตั้งใจที่จะทำให้ปัญหาของประเทศจบลงด้วยดี" ประธานที่ปรึกษาพรรค กล่าว

ส่วนที่มองว่าเป็นยื้อเวลา ทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมและพรรคเพื่อไทยต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลาออกก่อนถึงจะเดินหน้าได้ คิดว่าเรื่องนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้ชี้แจงในที่ประชุมแล้ว ข้อเรียกร้องบางข้อ ก็อาจจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับส่วนรวม เป็นเรื่องของบุคคล แต่ว่าโดยภาพรวมของประเด็นถ้ามาร่วมมือกันหาทางออกให้ความคิดเห็น ใจกว้างที่จะรับฟังความคิดเห็น ใจกว้างที่จะช่วยกันออกความคิดเห็น และเสียสละกันบ้าง หรืออาจะไม่ได้เต็มที่ ถอยกันคนละก้าวก็น่าที่จะเป็นเรื่องที่ดี

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend
แชร์