ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันอาทิตย์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีแฟลชม็อบปลายปีนี้

208 5
ศาลนัดตรวจหลักฐานคดีแฟลชม็อบปลายปีนี้

ทนายความคณะก้าวหน้า เผย ศาลได้นัดตรวจพยานหลักฐานคดี "อดีตอนาคตใหม่" ชุมนุมแฟลชม็อบที่สกายวอล์ค ในวันที่ 22 ธ.ค. นี้ .

29 ตุลาคม 2563 ที่ศาลแขวงปทุมวัน นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความของคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ภายหลังอัยการยื่นฟ้องศาลแขวงปทุมวัน คดีแฟลชม็อบของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้ากับพวก ว่า วันนี้ที่ศาลแขวงปทุมวัน อัยการได้สั่งฟ้องนายธนาธร, นายปิยบุตร แสงกนกกุล  เลขาธิการคณะก้าวหน้า, น.ส.พรรณิการ์ วานิช  โฆษกคณะก้าวหน้า, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และนายไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร  อดีตผู้สมัคร ส.ส. นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ ร่วมกับอีก 3 ท่านที่ได้ฟ้องไปแล้ว ในเหตุการณ์การชุมนุมที่สกายวอล์ค เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2562 มีการฟ้องในหลายข้อหา คือ ชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งเจ้าพนักงาน , มีการชุมนุมในเขตที่ใกล้กับพระราชฐานวังสระปทุมไม่เกิน 150 เมตร , มีการขัดขวางการคมนาคมสถานีรถไฟฟ้า BTS , มีการใช้เครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต พนักงานได้แจ้งให้เลิกแล้วไม่ปฏิบัติตาม โดยพวกเราก็ให้การปฏิเสธทุกข้อหา ศาลได้นัดตรวจพยานหลักฐานวันที่ 22 ธ.ค. 2563 เวลา 10.00 น. ที่ศาลนี้

           


เมื่อถามถึงแนวทางการสู้คดี นายกฤษฎางค์ ตอบว่า พวกเราทุกคนต้องกลับไปปรึกษากันก่อน แต่โดยหลักแล้วคดีแบบนี้เป็นกรณีที่ประชาชนก็โดนใน 2-3 ปีที่ผ่านมา ความจริงกรณีนี้ไม่ได้เป็นการชุมนุมสาธารณะแต่เป็นการพบปะพูดคุยกัน ส่วนเรื่องของการชุมนุมไม่เกิน 150 เมตรนั้น เป็นการกล่าวอ้างลอยๆ เพราะจากการตรวจสอบของฝ่ายเรา บริเวณที่ชุมนุมเกินกว่า 150 เมตร ทุกคดี ที่ผ่านมาก็มีประชาชนโดนดำเนินคดีในลักษณะคล้ายกัน อย่างเช่น กลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เป็นต้น เพราะฉะนั้นแนวทางการต่อสู้คดีก็คือ การกระทำนั้นเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งขณะนั้นมีผลบังคับใช้แล้ว กรณีที่มาบังคับ ให้ประชาชน ยอมรับกฎเกณฑ์บางอย่าง อาจเป็นการขัดกับ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญก็ได้ ส่วนเรื่องอื่นเราก็ไม่มีความกังวลใจใดๆ เพราะในวันนั้น รถไฟฟ้ามีการหยุดเดิน เพราะที่สถานีจตุจักรเกิดการขัดข้อง เราจะนำเรื่องนี้มาใช้ในการต่อสู้ ส่วนเรื่องพยานตอนนี้กำลังปรึกษากันอยู่ เพราะเพิ่งได้เห็นคำฟ้องในวันนี้

เมื่อถามว่าหากศาลตัดสินว่ามีความผิดตามฟ้องจริงจะมีโทษอย่างไรบ้าง นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า สำหรับคดีการชุมนุมทางสาธารณะนั้น มีโทษสูงสุดคือ จำคุก 6 เดือน นอกนั้นเป็นโทษปรับ อย่างไรก็ตาม ศาลได้มีการอนุญาตปล่อยชั่วคราวผู้ต้องหาแล้ว โดยไม่ต้องมีหลักประกัน และทางเรารับปากว่าจะมาพบศาลตามนัดในวันที่ 22 ธ.ค.

เมื่อสอบถามนายพิธา ซึ่งขณะนี้เป็นบุคคลเดียวที่มีสภาพเป็น ส.ส.มีความกังวลใจหรือไม่ นายพิธา กล่าวตอบว่า ไม่มีความกังวลใจใดๆ อย่างที่เรียนไปแล้วว่าศาลให้มีการปล่อยตัวโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ แต่จะมีการเปิดประชุมสภาในเร็วๆ นี้ ก็ต้องแล้วแต่มติของสภา ตนก็พร้อมจะสู้คดีอย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่มีการหลบหนีแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้ผู้ต้องหาร่วมอีก 3 คน ประกอบด้วย นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำคณะราษฎร 2563, น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ อดีตแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง และนายธนวัฒน์ วงค์ไชย หรือบอล แกนนำวิ่งไล่ลุง ซึ่งอัยการได้ส่งฟ้องต่อศาลแขวงปทุมวันไปก่อนหน้านี้แล้ว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend