ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2563

หุ้นสหรัฐฯร่วงผวาโควิด สองยักษ์ยุโรปล็อกดาวน์

155 0
หุ้นสหรัฐฯร่วงผวาโควิด สองยักษ์ยุโรปล็อกดาวน์

ความวิตกต่อตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 กับผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก ทำให้หุ้นดาวโจนส์ร่วงกว่า 900 จุด ขณะที่ 2 ประเทศยักษ์ใหญ่ของยุโรปได้แก่ ฝรั่งเศสและเยอรมนี รีบล็อคดาวน์ประเทศเพื่อสกัดไวรัสนาน 4 สัปดาห์

ความวิตกต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นล่าสุด และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงกว่า 900 จุด หรือ 3.4% ปิดที่ 26,519.95 เมื่อวันพุธ เลวร้ายที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนขณะที่ในประเทศสหรัฐฯ พบผู้ติดเชื้อใหม่มากกว่า 78,000 คน ติดเชื้อสะสมมากกว่า9 ล้าน 1 แสนคน เสียชีวิตมากกว่า 2 แสน 3 หมื่นคน เป็นอันดับ 1 ของโลก

ส่วน 2 ประเทศ ที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรป ก็ประกาศมาตรการล็อคดาวน์เพื่อรับมือตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส ประกาศล็อคดาวน์ทั่วประเทศนาน 4 สัปดาห์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ตามหลังนายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี ที่ประกาศล็อคดาวน์ทั่วประเทศ4 สัปดาห์ เริ่มวันที่ 2 พฤศจิกายน

มาครงประกาศมาตรการใหม่ผ่านสถานีโทรทัศน์เมื่อเย็นวันพุธว่า ข้อจำกัดที่มีอยู่ไม่เพียงพออีกต่อไป ภายในกลางเดือนพฤศจิกายนนี้ เตียงผู้ป่วยไอซียูทุกเตียงจะกลายเป็นเตียงผู้ป่วยโควิด และอาจมีคนตายถึง 400,000 คน ถ้าไม่ทำอะไรเลย ซึ่งภายใต้มาตรการนี้ ธุรกิจที่ไม่จำเป็น ร้านอาหารและบาร์ต้องปิดทำการ ส่วนโรงเรียนกับสถานที่ทำงานยังเปิดปกติ การไปเยี่ยมสถานบริบาลผู้สูงอายุยังคงทำได้ ประชาชนจะต้องมีเอกสารรับรองความจำเป็นในการเดินทาง ที่นอกเหนือจากการไปพบแพทย์ตามนัด ดูแลญาติ ซื้อสินค้าที่จำเป็น หรือสูดอากาศ ส่วนการล็อคดาวน์จนถึง 1 ธันวาคมนั้น ถือเป็นมาตรการ "ขั้นต่ำ"

ส่วนแมร์เคิล บอกว่า ร้านอาหาร บาร์และคลับทุกแห่งในเยอรมนี ต้องปิดเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพแห่งชาติ ประชาชนควรอยู่แต่ในบ้าน หลีกเลี่ยงการเดินทางและติดต่อกันให้น้อยที่สุด การติดต่อทางสังคมในที่สาธารณะ จำกัดให้แค่สองครอบครัว โรงเรียนกับโรงเรียนอนุบาลยังปิดได้ แต่ต้องปฏิบัติตามสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด


ฤดูหนาวที่กำลังมาถึง ทำให้ประเทศในสหภาพยุโรป หรือ อียู ต้องตั้งรับ ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งทะยานทั่วทั้งทวีป โดยตัวเลขของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของยุโรป หรือ ECDC ชี้ว่า ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงที่สุดในอียู เฉลี่ย 659.9 เคส ต่อประชากร 1 แสนคน ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา ล่าสุด มีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 1 ล้าน 2 แสนคน เสียชีวิตมากกว่า 35,000 คน ซึ่งสหพันธ์โรงพยาบาลฝรั่งเศส ที่เป็นตัวแทนโรงพยาบาล 4,800 แห่ง ระบุว่า การล็อคดาวน์อย่างเต็มที่เท่านั้นที่เป็น "ทางออกเดียว"และทำให้โรงพยาบาลประสบความสำเร็จในการรักษาผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยโควิดหรือ ผู้ป่วยหนักอื่นๆ ก็ตาม

ส่วนเยอรมนี ที่ได้รบการยกย่องเรื่องการรับมือการระบาดระลอกแรก เพราะมีการตอบโต้ที่รวดเร็วและจัดการทดสอบหาเชื้ออย่างกว้างขวาง กำลังพยายามรับมือการระบาดระลอกสอง ที่ทำให้ผู้ป่วยไอซียูพุ่งเป็น 2 เท่า และแมร์เคิลรีบประกาศล็อคดาวน์ หลังหารือร่วมผู้นำ 19 แคว้น และได้รับความเห็นชอบ โดยเฉพาะแคว้นบาวาเรียกับนครแฟรงค์เฟิร์ต จะใช้ทั้งล็อคดาวน์และเคอร์ฟิว ซึ่งล่าสุด เยอรมนีมีผู้ติดเชื้อใหม่มากกว่า16,000 คน ติดเชื้อสะสมมากกว่า 479,000 คน เสียชีวิตมากกว่า 10,000 คน

เรื่องโดย ปิยรมณ์ ทรัพย์สุวรรณ | ภาพโดย REUTERS
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend