ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

"บิ๊กตู่" ย้ำรู้ก่อนแล้ว เหตุจัดฉากกรีดเลือด

8.08K 44
บิ๊กตู่ ย้ำรู้ก่อนแล้ว เหตุจัดฉากกรีดเลือด

"นายกรัฐมนตรี" กล่าวปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ ย้ำอย่าชักศึกเข้าบ้าน ให้ต่างชาติแทรกแซงประเทศไทย เผยรู้ก่อนแล้ว เพราะได้รับแจ้งจากนักข่าว ว่ามีการจัดฉากกรีดเลือด หวังเป็นช็อตเด็ด เผยแพร่ข่าวสู่เวทีโลก พร้อมห่วงการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย ในการเคลื่อนไหว พบ 200 แอคเคาท์ การมีปั่นโพสต์ภายในไม่กี่นาทีทะลุ 50,000 โดยมีการใช้ระบบเอไอ ปั่นกระแสแทบทั้งสิ้น และย้ำรัฐบาลไม่เคยไปปิดกั้นสื่อโซเชียล

หลังการประชุมสภาสมัยวิสามัญ เป็นเวลา 2 วัน ซึ่งได้มีการอภิปรายเกี่ยวกับความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ ในการช่วยกันหาทางออกให้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ทั้งนี้ ก่อนการปิดประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวชี้แจงและขอบคุณบรรดาสมาชิกทุกท่าน ที่ร่วมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาบ้านเมือง โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ไม่เป็นไร รับได้ ซึ่งก็ฟังมาหลายรอบ" หากเป็นปัญหาด้านเศรษฐกิจและด้านต่างๆ แม้ว่าฝ่ายรัฐบาลพยายามชี้แจง ก็จะเห็นได้ว่ามีการบิดเบือนหลายประการ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศเรายากจน การขึ้นบัญชีการใช้งบประมาณ เพื่อให้พี่น้องฐานรากมีชีวิตอยู่ได้กับรายได้ที่เพียงพอ แต่หากเป็นหนี้ครัวเรือน เรื่องนั้นรัฐบาลก็แก้ไขปัญหาทุกมิติ  

ส่วนประเด็นที่ต้องลาออก นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวย้อนกลับไปเมื่อปี 2549 และปี2557 ที่มีการกระทำความผิด และมีการชุมนุม แต่ก็ไม่พบว่ามีใครลาออก

สำหรับกรณีการชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก รวมถึงคณะราษฎร 2563 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รักลูกหลานทุกคน นิสิตนักศึกษาทุกคน นั่นคือพลังของแผ่นดินในวันข้างหน้า แต่ต้องสร้างความเข้าใจให้ต่อสู้อย่างสงบ ตัวเองยินดีรับฟัง ซึ่งก็มีทั้งเรื่องที่ทำได้ และไม่สามารถทำได้

นอกจากนี้ พลเอกประยุทธ์ ยังกล่าวถึงเรื่องการสวมใส่ชุดนักเรียน โดยมีการระบุว่า เคยมีการชี้แจงไปแล้วว่า หากสวมใส่เครื่องแบบนักเรียน ก็จะทำให้ไม่มีการแข่งขันกัน ไม่มีความแตกต่าง ส่วนอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องทรงผมก็เป็นเรื่องที่ทำเพื่อความปลอดภัยไม่ให้เกิดการทำร้ายนักเรียน


อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ์ ยังเป็นห่วงในเรื่องของการใช้โทรศัพท์ การใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการขับเคลื่อนเรื่องต่างๆ โดยระบุว่า ตัวเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ทราบว่าในการแจ้งข้อความต่างๆ ในโทรศัพท์ มีคนโพสต์ครั้งแรก 200 คน จากนั้นเวลาไม่กี่นาทีขึ้นเป็น 50,000 คน ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ทราบว่า มีการใช้เทคโนโลยีอะไร ที่ใช้จากแอคเคาท์เดียวกัน และสำหรับ "เทคโนโลยี" นี้ มีการใช้ระบบเอไอ ในการโพสต์ข้อมูลต่างๆ แทบทั้งสิ้น แต่การที่จะบอกว่า รัฐบาลไปปิดกั้น เรื่องนี้ขอยืนยันได้เลยว่า ไม่ได้มีการปิดกั้น แต่ถ้ามีการละเมิดจนเกินไป หรือไม่สุภาพ ก็คิดว่าสังคมรับไม่ได้ เช่นเดียวกับผู้หญิง ก็มีปัญหาในโทรศัพท์ทุกชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นการชวนเที่ยว ขายหวย โดยนายกรัฐมนตรี ได้ถามว่า "นี่หรือคือสิ่งที่จะสร้างสังคมไทยให้เข้มแข็งขึ้น"

จากนั้นนายวิโรจน์ ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้ลุกขึ้นประท้วงข้อความที่ว่า ผู้หญิงก็มีปัญหา โดย นายกรัฐมนตรีฯ จึงได้ขอถอนคำพูด พร้อมกับกล่าวขอบคุณประธานรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน รวมถึงสมาชิกวุฒิสภา ในการร่วมกันประชุมสภาสมัยวิสามัญในวันนี้ พร้อมระบุว่า ประเด็นไหนที่เป็นข้อตักเตือน ข้อแนะนำ ก็จะเก็บไว้นำไปปฏิบัติ รวมถึงข้อเป็นห่วงในการบริหารประเทศ รวมถึงการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ที่รัฐบาลสามารถควบคุมได้ภายใต้ระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงปัญหาการถูกชักชวนในโซเชียลมีเดีย ซึ่งได้มีการระบุว่า เรื่องนี้ได้มีการถูกบันทึก และถูกกลุ่มคนนำไปใช้จัดเป็นอุปนิสัยของเรา โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางของเรา แล้วก็จะถูกชักจูง เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยที่เราไม่รู้ตัว พร้อมย้ำว่า ขอให้ทุกคนสนใจในเรื่องเหล่านี้ เพราะเป็นเรื่องที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่

นายกรัฐมนตรี กล่าวยืนยันว่า จะไม่ลาทิ้งต่อปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการลาออก แต่จะเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาต่อไปในทุกปัญหา พร้อมทั้งยืนยันว่า 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้พัฒนาและแก้ไขปัญหาหลายอย่าง เช่น ระบบสาธารณูปโภคด้านต่าง ๆ                                 

สุดท้าย นายกรัฐมนตรีฯ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า อย่าให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซง และเกี่ยวข้องในประเทศไทย รวมถึงเหตุการณ์ในการประชุมรัฐสภา เมื่อสักครู่มีเหตุการณ์ ที่น่าตกใจเกิดขึ้น มีนักข่าวแจ้งกับผมก่อนแล้วว่า มีการเตรียมไว้แล้ว ช็อตเด็ด เพื่อจะแพร่ไปเวทีโลก เลือดตกยางออก ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ขอบคุณครับ"

                                         

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend