ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันเสาร์ ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563

"มาดามเดียร์"แนะรัฐเร่งเปิดเวทีแลกเปลี่ยนกับคนรุ่นใหม่

548 9
มาดามเดียร์แนะรัฐเร่งเปิดเวทีแลกเปลี่ยนกับคนรุ่นใหม่

"มาดามเดียร์" ชี้ชัดต้องแก้ที่ต้นตอปัญหา ระบบการศึกษา-วัฒนธรรม และเทคโนโลยี แนะรัฐเร่งเปิดเวทีแลกเปลี่ยนกับคนรุ่นใหม่แบบทันสมัย สร้างการมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศอย่างสร้างสรรค์

26 ตุลาคม 2563 น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายในการประชุมร่วมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อหาทางออกประเทศ ว่า ในช่วงเกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นความร้อนแรงการชุมนุมที่ทวีคูณมากยิ่งขึ้น โดยมีหลายประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูด ท่ามกลางการชุมนุมต่างๆบ่อยครั้ง แต่ก็มีบางประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาวิพากษ์ครั้งแรกในสังคมไทย ได้สร้างความไม่สบายใจกับประชาชนจำนวนมากในประเทศ คือ การวิพากษ์ถึงสถาบันฯ

"ที่วันนี้ได้สร้างความแตกแยกทางความคิดและกำลังสร้างรอยร้าวไปสู่สถาบันครอบครัว จากปัญหาการเมืองกลายเป็นปัญหาสังคมแต่ถ้าหากเราตั้งใจรับฟังทุกรายละเอียดที่มีการวิพากษ์ของกลุ่มผู้ชุมนุม วันนี้เราจำเป็นต้องแยกแยะให้ออกก่อนระหว่างข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุมที่มีเป้าประสงค์ทางการเมือง และผู้ชุมนุมที่หวังอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงประเทศไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งในหลายๆปัญหาที่ถูกวิจารณ์นั้น เราสามารถลงมือแก้ไขได้โดยที่ไม่ต้องรอให้มันเป็นปัญหาสะสม จนกลายเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่และกลายเป็นปัญหาพาดพิงไปจนถึงประเด็นที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อนของคนในชาติ" น.ส.วทันยา ระบุ

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญวันนี้ (26ต.ค.) คือ การร่วมกันหาทางออกร่วมกันอย่างไร เพื่อไม่ให้รัฐเกิด Failed State ทำให้ประเทศเกิดปัญหาซับซ้อนบานปลาย เพราะในปัจจุบันรัฐยังมีหน้าที่สำคัญในการแก้ไขปัญหาสาธารณสุขและเศรษฐกิจจากพิษไวรัสโควิด-19 ซึ่งจุดเริ่มต้น คือการถอยคนละก้าว จากแถลงการณ์ของนายกฯ เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่ผ่านมา ก็นับเป็นข้อดี ที่รัฐบาลประกาศอย่างชัดเจนในการเริ่มต้นเป็นผู้ถอย เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในสังคม

ทั้งนี้ ส่วนตัวยืนยันว่า ข้อเสนอจากผุ้ชุมนุมนั้นรัฐบาลรับฟังและได้ยินแล้ว แต่การตอบรับด้วยการได้ยินอาจไม่เพียงพอ สำหรับผู้ชุมนุมที่มีข้อเรียกร้องหลายประเด็น ดังนั้น สิ่งที่รัฐควรดำเนินการ คือ เปิดพื้นที่หรือเวทีกลางทั้งในและนอกสภาฯ ควบคู่กันเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางตรงจากทั้งสองฝ่ายระหว่างรัฐและประชาชน เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลทางด้านกฎหมาย การแลกเปลี่ยนทัศนะความคิด โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับกลุ่มคนรุ่นใหม่เพื่อให้ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศอย่างสร้างสรรค์ แต่ข้อเสนอของทั้งสองฝ่าย ต้องเป็นไปด้วยเหตุผลที่สังคมยอมรับเพื่อหาจุดสมดุลที่เป็นประโยชน์กับประเทศ


นอกจากนี้ อยากเสนอให้รัฐกลับมาพิจารณาตั้งแต่โครงสร้างของปัญหา ซึ่งอาจเป็นการทำงานระยะยาวแต่รัฐจำเป็นต้องเริ่มทำเพื่อแก้ไขปัญหาที่เป็นจุดต้นตอของสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงกระบวนการศึกษา ที่จะทำอย่างไรให้เยาวชนเกิดความเชื่อมั่นต่อระบบการศึกษาไทย ในขณะที่โลกภายนอกนั้นเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จะปรับการศึกษาไทยอย่างไรที่ทำให้นักเรียนเชื่อมั่นว่า ในอนาคตจะยังคงมีความมั่นคงในอาชีพและสวัสดิการ ท่ามกลางการเข้ามาของเทคโนโลยี AI

"เราพูดถึงข้อมูลข่าวปลอม การแทรกแซงจากต่างชาติ แต่วันนี้เราพร้อมหรือยังที่จะบรรจุหลักสูตร Media Information and Digital Literacy เข้าในระบบการศึกษาเพื่อให้เยาวชนมีภูมิคุ้มกันที่ดี หรือกระทั่งการให้ความรู้วิชาประวัติศาสตร์ ข้อมูลด้านต่างๆของประเทศเพื่อให้เยาวชนได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน ก่อนที่จะนำไปตกผลึกทางความคิด หรือกระทั่งการปรับปรุงการทำงานของกระทรวงวัฒนธรรม ที่วันนี้การอนุรักษ์วัฒนธรรมเดิมกับการเข้าใจวัฒนธรรมที่เปลี่ยนไป ที่โลกทั้งใบนั้นเชื่อมโยงเข้าหากัน" น.ส.วทันยา กล่าว

ขณะเดียวกัน สังคมกลายเป็นพหุวัฒนธรรมหรือที่เรียกว่า Mixed Culture เชื่อว่า เยาวชนไม่ได้ทอดทิ้งความภูมิใจในความเป็นไทย แต่จะนำอัตลักษณ์ของประเทศมาปรับใช้อย่างไร ให้เข้ากับยุคสมัยเพื่อให้เยาวชนซึมซับเข้าถึงได้จริง อีกทั้ง รัฐต้องเร่งรัดปรับปรุงการสื่อสาร ที่ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอไปตามยุคสมัยด้วยเนื้อหาที่กระชับ เข้าใจง่าย รัฐบาลต้องสื่อสารการทำงานอย่างต่อเนื่องและตรงไปตรงมา หรือ Transparency ที่อธิบายตั้งแต่เหตุผลไปจนถึงเป้าหมายของการทำงาน ด้วยการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดในรูปแบบการสื่อสารสองทาง Two-way Communication เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนในการทำงาน นี่เป็นเพียงตัวอย่างบางส่วนที่หากเราตั้งใจฟังจะพบเนื้อหาที่เป็นต้นตอนำไปสู่ข้อเรียกร้องในเวลานี้ ดังนั้นถ้าเราเข้าใจจุดเริ่มต้นของปัญหา เราก็จะเดินหน้าไปด้วยกันได้

"เราทุกคนก็ล้วนต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย เพียงแต่แต่ละคนก็อาจมีวิธีการและจุดยืนในการรักประเทศชาติที่ต่างกันและสุดท้ายจุดยืนของตนคือเชื่อว่าการยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประเทศไทยของเรา" น.ส.วทันยา กล่าว

เรื่องโดย Nation TV | ภาพโดย Nation TV
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend