ทุกสนามข่าว เราคือตัวจริง

วันศุกร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2563

ไขข้อสงสัย 6 เรื่องที่ผู้ป่วยมักเข้าใจผิด..เกี่ยวกับ "บัตรทอง รักษาทุกที่"

1.45K 48
ไขข้อสงสัย 6 เรื่องที่ผู้ป่วยมักเข้าใจผิด..เกี่ยวกับ บัตรทอง รักษาทุกที่

เป็นประเด็นดังที่คนในสังคมไทย ให้การติดตาม วันนี้ หยิบยกกรณีนี้มาจาก เพจดัง "Drama-addict" ที่ได้เขียนข่าวนี้ และให้ความรู้เกี่ยวกับนโยบาย "บัตรทอง รักษาได้ทุกที่" เผยถึง 6 เรื่องสำคัญๆ ที่ผู้ป่วยมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับ"บัตรทอง รักษาทุกที่". .

26 ตุลาคม 2563 จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับระบบสวัสดิการแห่งรัฐด้านสาธารณสุขด้วยการยกระดับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติกรณีประชาชนผู้มีสิทธิ์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง)สามารถเข้ารับการรักษาที่ใดก็ได้และยกเลิกการต้องใช้ใบส่งตัวของผู้ป่วยในกรณีมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนสถานที่รักษาพยาบาลนั้น 

.

ล่าสุด เพจเฟซบุ๊กชื่อดัง Drama-addict ได้โพสต์ให้ข้อมูล ที่เกี่ยวกับนโยบาย"บัตรทอง รักษาทุกที่" เพื่อป้องกันความสับสน ที่อาจเกิดขึ้นของประชาชนโดยทางเพจดังได้ย้ำชัดๆ และขอให้ทุกคนได้โปรดศึกษารายละเอียดของนโยบายที่ว่าให้ดีๆก่อน ไม่เช่นนั้น อาจจะเสียเวลาในการเดินทางไปรักษา โดยใจความสำคัญ ๆ มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ... 

1. นโยบายนี้ เริ่มใช้ใน กทม.และปริมณฑล ยังไม่รวมถึงต่างจังหวัดอื่นๆ

2. นโยบายนี้ ที่ระบุว่า"รักษาที่ไหนก็ได้" หมายถึง สถานบริการระดับปฐมภูมิ เบื้องต้นมีหน่วยบริการชุมชนอบอุ่น คลินิคชุมชนอบอุ่น หรือ รพ.สต. ไม่ได้รวมถึง รพ.ใหญ่ๆ เช่นรพ.จังหวัด รพ.ศูนย์ อย่างเช่น รพ.รามา รพ.ศิริราช รพ.ราชวิถี แบบนั้นไม่เกี่ยวดังนั้นจะเดินหิ้วยาไปหาหมอที่ศิริราช รามา แล้วบอกว่าขอย้ายมารักษาที่นี่ตามนโยบายรักษาทุกที่ ไม่ได้นะ เพราะที่นั่นไม่ใช่ระดับปฐมภูมิ

3. ฝากถึงพ่อแม่พี่น้องที่จะย้ายสถานที่รับบริการตามนโยบายนี้ว่า"อย่าย้ายบ่อย" โดยเฉพาะคนเป็นโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันไขมันในเลือด ต้องใช้เวลาในการปรับยา ปรับไลฟ์สไตล์ ปรับการคุมอาหารออกกำลังกายบางคนหมอไม่เน้นจ่ายยาเยอะ แต่จะพยายามให้คนไข้ปรับแบบนี้ ซึ่งใช้เวลาเยอะกว่าแต่ยั่งยืนกว่าแต่ถ้าคนไข้ไม่เข้าใจแล้วพอเห็นว่าน้ำตาลไม่ลง ความดันไม่ลง ขอย้ายดีกว่า พอไปเจอสถานบริการที่ใหม่ก็ต้องเริ่มกันใหม่เสียเวลาโดยใช่เหตุ แล้วถ้าไปเจอแบบจ่ายยาเยอะๆไม่ค่อยแนะนำเรื่องออกกำลังกายคุมอาหาร คนไข้อาจจะถูกใจแต่นั่นไม่ใช่เรื่องดีในระยะยาว ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่ก่อนย้ายสถานบริการดีกว่าถ้าไม่สะดวกไม่ถูกใจจริงๆ ก็ย้ายได้เลย แต่ถ้าตรงนั้นไปมาไม่ลำบากแต่อยากย้ายเพราะไม่ถูกใจที่หมอไม่จ่ายยาตามที่ต้องการ อันนี้อย่าเลยเคสแบบนี้มีเยอะมาก

4. ส่วนประเด็นเรื่อง"ไม่ต้องใช้ใบส่งตัว" หมายถึง กรณีเคสแอดมิทเพราะระบบที่ผ่านมาจะเป็นแบบ สมมติ ลุง A ไม่สบายแล้วอยู่ในเมืองพอดีก็เลยแอดมิทในรพ.จังหวัด แล้วจะใช้สิทธิ 30 บาทก็ต้องให้ญาตินั่งรถกลับไปที่อำเภอที่ตัวเองอยู่ แล้วไปรพ.ชุมชนให้หมอออกใบส่งตัวให้ แล้วเอากลับมาที่ รพ.จังหวัด อีกทีซึ่งการแก้ไขในนโยบายใหม่ที่ยกเลิกอันนี้ไปเลยแล้วใช้ออนไลน์แทนถือว่าดีมากคนไข้จะสะดวกขึ้นเยอะ

5. แต่ไม่เกี่ยวกับกรณีเคสไม่สบายไป รพ.แล้วหมอคิดว่าต้องส่งตัวไปเจอหมอเฉพาะทาง หรือส่งไปรพ.ที่มีความพร้อมมากกว่า แบบนั้นยังต้องใช้ใบส่งตัวอยู่ดีแต่ถ้าในอนาคตถ้าเปลี่ยนอันนี้เป็นออนไลน์หมดจะดีมาก

6. แต่จากข้อ 5 มีข้อยกเว้น คือ"กรณีเป็นโรคมะเร็ง" ปรับระบบใบส่งตัวเป็นออนไลน์แล้ว จะได้สะดวกขึ้นดังนั้น ขอให้เข้าใจตามนี้จะได้ใช้นโยบายใหม่ที่ว่าอย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ หากพบ หรือมีข้อสงสัย สามารถถามสิทธิบัตรทองได้ที่หมายเลข โทร 1330

กด 1 รับฟังข้อมูลทั่วไป

กด 2 ตรวจสอบสิทธิอัตโนมัติ

กด 3 ศูนย์บริการหลักประกันสุขภาพประชาชน

กด 4 รับฟังการใช้สิทธิสวัสดิการพนักงานส่วนท้องถิ่น

กด 5 ข้อมูลสำหรับหน่วยบริการ

กด 0 ติดต่อเจ้าหน้าที่

กด # รับฟังซ้ำ

ถามสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือขอรับคำปรึกษากับเจ้าหน้าที่ ได้ที่สายด่วน สปสช. 1330 ทุกวัน ตลอด 24 ชม.

ค่าบริการเบอร์บ้านครั้งละ 3 บาท

ค่าบริการเบอร์มือถือ ตามโปรโมชั่นของแต่ละเครือข่าย

#สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า #สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ #สิทธิบัตรทอง #ประชาชนคนไทย #สปสช

#สายด่วนสปสช1330 #รู้สิทธิรู้หน้าที่ สิทธิประโยชน์ของคนไทย #สิทธิรักษาพยาบาลที่คนไทยมีตามกฎหมาย


เรื่องโดย ธีระวัฒน์ ประกอบบุญ | ภาพโดย เนชั่นทีวี22
"ไม่พลาดทุกข่าวด่วนจาก NationTV กดเป็นเพื่อนกับเราที่นี่"
add friend